เลิกปั่นเสียทีกับข่าวลือที่จีนจะโค่นฮุน เซนแล้วสนับสนุน'นโรดม จักราวุธ' ปกครองกัมพูชา

เลิกปั่นเสียทีกับข่าวลือที่จีนจะโค่นฮุน เซนแล้วสนับสนุน'นโรดม จักราวุธ' ปกครองกัมพูชา

นี่ก็ผ่านมา 5 เดือนนับตั้งแต่ที่ผมเขียนบทความเรื่อง "ว่าด้วยข่าวลือที่จีนจะสนับสนุน เจ้าเขมร 'นโรดม จักราวุธ' มาปกครองกัมพูชาแทนที่ 'ตระกูลฮุน'" หลังจากที่กระแสข่าวลือในเมืองไทยว่า จีนคิดจะโค่นตตระกูลฮุน และยกเอาพระองค์มจะหรือหม่อมเจ้านโรดม จักราวุธ (ព្រះអង្គម្ចាស់ នរោត្តម ចក្រាវុធ) มาเป็นผู้ปกครองประเทศแทน

ตอนนั้นผมอธิบายว่า จีนไม่มีแนวเปลี่ยนระบอบการปกครองของประเทศอื่น และเจ้าจักราวุธเองก็ไม่มีต้นทุนทางการเมืองอะไรเลย 

ไม่รู้ว่าคนในเมืองไทยวิเคราะห์กันอีท่าไหนถึงคิดว่าจีนจะทำแบบนั้น เพราะแม้จะตัดเรื่องจีนไม่มีนโยลายทำ Regime change ออกไปก็ตาม การเอา Nobody อย่างเจ้าจักราวุธมาปกครองประเทศที่โหดหินที่สุดที่หนึ่ง เป็นเรื่องฆ่าตัวตายทางการเมืองชัดๆ 

ตรรกะที่ไม่ซับซ้อนแค่นี้ แต่ในไทยก็ยังวิเคราะห์กันออกมาได้จนถึงวันนี้ว่า จีนต้องโค่นฮุน เซนแน่ๆ และเอาเจ้าจักราวุธมานั่งแทน

อ้างว่า เพราะมีผู้หลักผู้ใหญ่ทางการเมืองของจีนไปพบเจ้าจักราวุธอยู่บ่อยๆ 

เรื่องนี้ผมก็ย้ำตั้งแต่เดือนตุลาคมปีกลายว่า นี่เป็นพิธีการ (Protocol) ตามปกติ เพราะเจ้าจักราวุธเป็นผู้นำพรรคเสียงข้างน้อยในสภา (พรรค FUNCINPEC) เมื่อผู้แทนจีนมาพบรัฐบาลกัมพูชา ก็จะพบทั้งรัฐบาลและฝ่ายไม่ใช่รัฐบาลด้วย 

ไม่มีนอกไม่มีในอะไรทั้งสิ้น แต่คนก็จับเอาเรื่องแค่นี้มาเป็นประเด็นว่าจีนจะต้องสมคบกับเจ้าจักราวุธแน่ๆ 

ไม่มีหรอกครับเรื่องพรรค์นั้น 

ก่อนจะเข้าเรื่อง ผมจะยกตัวอย่างล่าสุดคือ เมื่อเร็วๆ นี้ โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเพิ่งได้รับเลือกให้เป็นผู้นำพรรค/ประเทศต่อไป และเพิ่งมาเยือนกัมพูชา ปกติแล้วพวกอีลีทเวียดนามจะใกล้ชิดกับฮุน เซนค่อนข้างมาก แต่โอกาสนี้เจ้าจักราวุธก็ยังส่งสาส์นแสดงความยินดีกับโต เลิมด้วย 

นี่แสดงว่าเจ้าจักราวุธสมคบกับเวียดนามเพื่อเลื่อยขาเก้าอี้ฮุน เซนหรือเปล่า? ก็ไม่อีกนั่นแหละ ตรงกันข้าม มันแสดงว่าพรรค FUNCINPEC ของเจ้าจักรวุธนั้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับฮุน เซนและรัฐบาล

ดังที่คนวงในก็ทราบว่าฮุน เซนมีวันนี้เพราะลูกพี่เวียดนามประเคนให้ หากเจ้าจักราวุธจะเดินคนละทางกับฮุน เซน เป้าแรกที่จะต้องสวนคือเวียดนาม ดังเช่นที่พรรคฝ่ายค้านที่เหลือเขาทำกัน แต่ FUNCINPEC ตอนนี้เป็นแค่เงาของพรรค CPP ของฮุน เซนเท่านั้น 

ในขณะที่ฝ่ายค้านอื่นๆ ด่าฮุน เซนและเครือข่ายทุกวันวันละสามเวลา แต่เจ้าจักราวุธนั้นนอบน้อมกับฮุน เซนโดยเรียกว่า สมเด็จอา (សម្តេចមា) คงเพราะยกให้ฮุน เซนเป็นน้องของบิดาของเขาคือเจ้านโรดม รณฤทธิ์

โปรดทราบว่า FUNCINPEC ในยุคของเจ้านโรดม รณฤทธิ์ นั้นเคยเป็นทั้งพันธมิตรและศัตรูกับ CPP ฮุน เซน โดยที่เจ้ารณฤทธิ์กับฮุน เซนเคยดำรงตำแนห่งนายกรัฐมนตรีร่วมกัน ต่อมาบาดหมางกัน แล้วต่อมาก็วางมือจากความแค้นกันไป 

FUNCINPEC นั้นต่างจากฝ่ายค้านอื่นๆ ของเมืองเขมรก็ตรงนี้ คือหากไม่ได้แค้นอะไรกันมากก็อยู่ร่วมกับระบอบฮุนได้ ส่วนฝ่ายค้านอื่นๆ อยู่ร่วมโลกกับพวกฮุนไม่ได้

นี่เองที่ทำให้เจ้าจักราวุธต่างจากฝ่ายค้านอื่นๆ เพราะไม่ใช่ศัตรูกับฮุน เซน แถมยังอยู่ร่วมกับระบบนิเวศของตระกูลฮุนได้ดี 

และเจ้าจักราวุธนั้นก็เป็นโอรสองค์โตของเจ้ารณฤทธิ์

การรับตำแหน่งใน FUNCINPEC ก็ไม่ใช่แค่เป็นเพราะเป็นพ่อเป็นลูกกัน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการสานต่อ 'อุดมการณ์สายรักเจ้า' หรือ 'ราชานิยม' (​រាជា​និយម​) ด้วย เพราะพรรคนี้เป็น Royalist เต็มตัว ไม่เชื่อดูจากหัวหน้าพรรคก็ได้

พวกฮุน เซน แม้จะทำตัวเกินหน้าเกินตาเจ้าเขมรไปบ้าง แต่ก็ยังถือเป็น Royalist ในแง่หนึ่งเหมือนกัน เพียงแต่เป็น Royalist ในลักษณะ 'ตั๋งโต๊ะ' หรือ 'โจโฉ' คือตั้งเจ้าและควบคุมเจ้าไว้ แต่ตัวเองไม่กล้าขึ้นเป็นเจ้าเสียเอง ด้วยบารมีไม่ถึง

ฮุน มาเนตเองก็ยิ่งไม่อาจทำตัวเป็น 'โจผี' โดยชิงอำนาจกษัตริย์มา (เพราะบารมีทั้งด่อยกว่าพ่อและอำนาจการปกครองก็กุมไม่อยู่) ดังนั้น ฮุน มาเนต จึงต้องยิ่งประกาศว่าตนเป็นพวก 'ราชานิยม' โดยเมื่อปีที่แล้วก็ย้ำว่ากัมพูชาถนอมไว้ซึ่ง  'ระบอบราชานิยมอาสรัยรัฐธรรมนูญ' (របបរាជានិយមអាស្រ័យរដ្ឋធម្មនុញ្ញ) หรือระบอบราชานิยมที่อิงแอบกับรัฐธรรมนูญ 

ขอให้มีคำว่า 'ราชานิยม' เอาไว้ก่อน แล้วจะคนจะเข้าใจว่าพวกเขาไม่ได้ทำตัวเสมอเจ้า

และเมื่อปีที่แล้ว Fresh News สื่ออวยรัฐบาลกัมพูชา (ที่ดำเนินการโดยคนของพรรค CPP)  ยังนำเสนอรายงานเอ็กซ์คลูซีฟเรื่อง "ครบรอบ 21 ปีแห่งการครองราชย์: การฟื้นคืนชีพของระบอบราชานิยมและบทบาททางประวัติศาสตร์ของการพบปะระหว่าง 'สีหนุ-ฮุน เซน'" ซึ่งว่าบทบาทของ ฮุน เซน ในการรื้อฟื้นระบอบกษัตริย์ในกัมพูชาและความร่วมมือระหว่างกษัตริย์สีหนุและฮุน เซน

การโฆษณาชวนเชื่อของสื่อการเมืองนี้ เพื่อย้ำว่า ราชานิยมและฮุนนิยมเป็นพวกเดียวกัน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2023 ฮุน เซน ก็ยังประกาศว่า "ตระกูล 'ฮุน' ไม่ใช่ตระกูลที่ทรยศต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ตระกูล 'ฮุน' คือตระกูลที่ปกป้องพระมหากษัตริย์ ปกป้องราชบัลลังก์ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นผู้ที่จะนำสถาบันพระมหากษัตริย์กลับคืนมา"

ในเมื่อทั้งนโรดมและฮุนเป็น Royalist เหมือนกัน (โดยฉากหน้า แต่เบื้องลึกฮุนรักษาผลประโยชน์ตัวเอง) และเจ้าเขมรอย่างจักราวุธเองก็กลมกลืนกับระบอบฮุน มันจะต่างกันตรงไหนหากอีกคนไปแลัวอีกคนมาแทน? 

นี่เป็นประเด็นที่ผมต้องย้ำอีกครั้ง แม้จะเขียนอธิบายไปแล้วก็ตาม แต่เพราะในเมืองไทยยังไม่เลิกวิเคราะห์อะไรผิดๆ แบบนี้

ถามว่าวิเคราะห์ผิดจะเสียหายตรงไหน?

เสียหายที่จะประเมินสถานการณ์ในกัมพูชาผิดพลาด และยังประเมินจีนผิดพลาดอีกด้วย ประเมินจีนผิดไม่เท่าไร แต่เข้าใจพื้นฐานนโยบายต่างประเทศของจีนผิดๆ นี่ไม่น่าให้อภัย เพราะมันเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว

คราวนี้จะเข้าเรื่องกันเสียที

เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว ผมมีโอกาสได้สอบถามนักการทูตระดับสูงของจีนท่านหนึ่งเรื่องที่ลือกันในไทยว่า จีนจะโค่นล้ม ฮุน เซน และยกเจ้าจักราวุธขึ้นมาปกครองกัมพูชาแทน

นักการทูตท่านนั้นตอบว่าไม่มีเรื่องแบบนั้นเลย และย้ำว่าจีนมีมีนโบายแทรกแซงกิจการภายในของประเทศใดๆ และการที่เจ้าหน้าที่ระดัยบสูงของจีนไปพบกับเจ้าจักรวุธนั้นก็เป็นไปตามพิธีการทางการทูตเท่านั้น 

ที่สำคัญก็คือ จีนมีความใกล้ชิดสนิทสนมและให้ความเคารพระราชวงศ์กัมพูชามาตั้งแต่ยุคของเจ้านโรดม สีหนุ (พระอัยกาของเจ้าจักราวุธ) โดยมีวังของเจ้าสีหนุและพระราชวงศ์กัมพูชาอยู่ในกรุงปักกิ่งที่ทางการจีนจัดถวายให้เป็นประจักษ์พยาน

อีกทั้ง พระราชวงศ์กัมพูชาเองก็ได้รับเกียรติจากผู้นำจีนอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เสด็จเยือนจีน (เพื่อไปรักษาพระวรกาย) ก็จะมีการถวายการต้อนระดับระดับสูงอยู่เนืองๆ แต่บางครั้งไม่ได้เป็นข่าวออกมาเท่านั้น 

นี่คือคำอธิบายของเจ้าหน้าที่ฝ่ายการต่างประเทศของจีน

ผมเห็นว่าคำอธิบายนี้ชัดเจนในตัวมันเองอยู่แล้ว และโดยส่วนตัว ผมก็เห็นเช่นนี้เหมือนกัน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลจีนกับพระราชวงศ์กัมพูชาก็ไม่ได้ผิดไปจากนี้ และหากศึกษานโยบายการต่างประเทศจีนต่อกัมพูชาก็จะทราบว่าจีนไม่มีนโยบายแทรกแซงมิตรประเทศ

ตั้งแต่สมัยเจ้าสีหนุแล้ว ซึ่งถูกรัฐประหารกลางอากาศ แต่จีนก็เชิญให้ประทับที่ปักกิ่ง คอยเกื้อกูลในยามยาก แต่ก็ไม่ได้แทรกแซงกิจกรรมทางการเมืองของเจ้าสีหนุ เพียงแต่ประสานงานในบางกรณี

นี่เป็นลักษณะหนึ่งของการพัวพัน (engagement) ของจีนกับกัมพูชา หากเข้าใจเรื่องนี้พลาดไป ก็จะเข้าใจผิดจนออกทะเลไปเลย

ยิ่งจีนสนิทกับ 'ราชานิยม' กัมพูชา และระบอบฮุนก็ยังต้องอิงแอบกับ 'ราชานิยม' เพราะกล้วข้อหาล้มเจ้า ความแนบสนิทของ "เจ้าในการเมือง" และ "การเมืองที่อิงเจ้า" ของกัมพูชาจึงทำให้ระบอบฮุนและเจ้านายเขมรไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กัน (อย่างน้อยก็ในฉากหน้า)

การโค่นล้มระบอบฮุนจึงจะสั่นคลอนเจ้าเขมรไปด้วย ในเวลาเดียวเจ้าเขมรก็ไม่มีต้นทุนทางการเมือง หากไม่อิงแอบกับพวกฮุน ก็จะตกอยู่ในวังวนความโกลาหลทางการเมืองอีก 

ในยุคนี้เจ้าเขมรไม่ได้มีคนเก่งกล้าอย่างเจ้าสีหนุ ไม่มีคนเจนจัดอย่างเจ้ารณฤทธิ์ 

ระดับเจ้าจักราวุธคนเดียว เอาตัวไม่รอดหรอกครับ

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better 

Photo - គណបក្ស ហ៊្វុនស៊ិនប៉ិច/ Funcinpec Party / Facebook

 

TAGS: #นโรดมจักราวุธ #ฮุนเซน #กัมพูชา #จีน