'ไฟไหม้ไนท์คลับ'ผลจากการทุจริตสูงและไร้กฎหมาย กรณีศึกษาจากโศกนาฏกรรมที่สวิตเซอร์แลนด์

'ไฟไหม้ไนท์คลับ'ผลจากการทุจริตสูงและไร้กฎหมาย กรณีศึกษาจากโศกนาฏกรรมที่สวิตเซอร์แลนด์

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 เวลา 01:26 (เวลามาตรฐานยุโรปกลาง หรือ CET) ระหว่างการเฉลิมฉลองปีใหม่ เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บาร์ Le Constellation ในเมืองรีสอร์ทสกีครานส์-มอนทานา รัฐวาเลส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีผู้เสียชีวิต 41 ราย และบาดเจ็บอีก 115 ราย โดย 83 รายได้รับการรักษาเบื้องต้นเนื่องจากแผลไหม้รุนแรง โดยทางการสวิสคาดว่าเพดานอาจเกิดไฟไหม้หลังจากมีการจุดพลุไฟที่ติดอยู่กับขวดแชมเปญและชูขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง

แง่มุมด้านกฎหมายและการบริหารของเหตุการณ์นี้
มีรายงานว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ในสวิตเซอร์แลนด์มีการปรึกษาหารือทางเทคนิคเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายป้องกันอัคคีภัยทั้งหมด โดยเริ่มได้เริ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือนกันยายนปีที่แล้ว ร่างกฎหมายฉบับประมาณ 500 หน้าจัดทำโดยสมาคมผู้รับประกันภัยอัคคีภัยประจำรัฐ (VKF) กฎระเบียบนี้จะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และจะถูกนำไปปฏิบัติโดยรัฐและเทศบาลต่างๆ

ทั้งนี้ สวิตเซอร์แลนด์แบ่งการปกครองแบบสมาพันธรัฐ ประกอบด้วยรัฐ (Cantons) จำนวน 26 รัฐ โดยรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธรัฐสวิสประกาศว่ารัฐต่างๆ มีอำนาจอธิปไตยในขอบเขตที่อำนาจอธิปไตยของพวกเขาไม่ถูกจำกัดโดยกฎหมายของรัฐบาลกลาง โดยอำนาจที่อำนาจรัฐบาลกลางของสมาพันธรัฐ ได้แก่ การควบคุมกองทัพ สกุลเงิน บริการไปรษณีย์ โทรคมนาคม การเข้าเมืองและการออกเมือง การให้ลี้ภัย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับรัฐอธิปไตย กฎหมายแพ่งและอาญา มาตรวัดน้ำหนักและปริมาตร และภาษีศุลกากร

นอกเหนือจากนั้น แต่ละรัฐมีรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ตำรวจ และศาลเป็นของตนเอง รัฐต่างๆ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบด้านการดูแลสุขภาพ สวัสดิการ การบังคับใช้กฎหมาย การศึกษาของรัฐ และยังคงอำนาจในการจัดเก็บภาษี แต่ละมณฑลกำหนดภาษาทางการของตนเอง ดังนั้น รัฐของสมาพันธรัฐสวิสจึงมีอำนาจปกครองตนเองสูงมาก และเมื่อปีที่แล้ว จึงมีความพยายามที่จะลดอำนาจรัฐบาลส่วนกลางเพื่อให้รัฐต่างๆ มีอำนาจกำหนดกฎหมายป้องกันอัคคีภัยของแต่ละพื้นที่ได้

แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เมืองรีสอร์ทสกีครานส์-มอนทานา รัฐวาเลส์ ความพยายามที่จะกระจายอำนาจการกำหนดกฎหมายป้องกันอัคคีภัยไปยังรัฐต่างๆ ต้องยุติลง และยังต้งอใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาในการป้องกันอัคคีภัยต่อไป 

กระนั้นก็ตาม ภัยพิบัติดังกล่าวทำให้เกิดการถกเถียงกันในที่สาธารณะในสวิตเซอร์แลนด์ว่า การกระจายอำนาจความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยและการตรวจสอบมีส่วนทำให้เกิดความล้มเหลวในการกำกับดูแลหรือไม่จนทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น 

แต่ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ อันเดรียส ชเติคคลี (Andreas Stöckli) กล่าวว่า แม้ว่าความรับผิดชอบส่วนใหญ่จะอยู่ที่หน่วยงานระดับรัฐและเทศบาล แต่มาตรฐานความปลอดภัยจากอัคคีภัยนั้นได้รับการประสานงานกันทั่วประเทศ และข้อบกพร่องที่เห็นได้ชัดในกรณีที่เกิดขึ้นในครานส์-มอนทานา ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้มากกว่าข้อบกพร่องเชิงโครงสร้างในระบบสหพันธรัฐ 

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2026 ข้อตกลงระหว่างรัฐของผู้ควบคุมมาตรฐานอาคารระดับรัฐได้ออกคำสั่งห้ามจุดพลุไฟในพื้นที่ในร่มที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทั่วประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2026 โดยประธานองค์กรระหว่างรัฐเพื่ออันตรายจากการค้าทางเทคนิค (IOTH) อธิบายว่าการห้ามดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครานส์-มอนทานา 

แต่การออกกฎหมายย้อนกลังอย่างเดียวก็ยังไม่สามารถกลบเสียงตำหนิของสาธาณชนได้ เพราะสื่อของสวิตเซอร์แลนด์และสื่อต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่า ความผิดพลาดของมนุษย์ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีส่วนทำให้เกิดภัยพิบัติครั้งนี้ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับชื่อเสียงของสวิตเซอร์แลนด์ในฐานะสังคมที่มีการจัดการที่ดีและปฏิบัติตามกฎหมาย สื่อต่างๆ ยังยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า รัฐวาเลส์มี 'ชื่อเสีย'ในสวิตเซอร์แลนด์มานานแล้วว่าเป็นภูมิภาคที่มีการทุจริตสูงและไร้กฎหมายเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศ และในช่วงหลายปีก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ รัฐวาเลส์มีสมมญานาม "ดินแดนตะวันตกป่าเถื่อนของสวิตเซอร์แลนด์"  

ในวาเลส์มีคำศัพท์ภาษาเยอรมันสวิสที่หมายถึงการทุจริตในท้องถิ่นที่พบใน คือ Filz ซึ่งแปลว่า สักหลาด ซึ่งสื่อถึงว่าผลประโยชน์ส่วนตัว การค้า และผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่นั้นเกี่ยวพันกันอย่างแน่นแฟ้นในชุมชนเล็กๆ เหมือนกับเส้นใยในผ้าสักหลาด สังคมวาเลส์มีหลายแง่มุมที่ทำให้ Filz เกิดขึ้นได้ ประการแรก หลักการสหพันธรัฐของสวิสมอบอำนาจอย่างกว้างขวางให้กับระดับมณฑลและเทศบาล เทศบาลหลายแห่ง (แม้จะไม่ใช่แครนส์-มอนทานา) มีขนาดเล็กและไม่สามารถดึงดูดผู้นำทางการเมืองที่มีความสามารถและเจ้าหน้าที่มืออาชีพได้ สังคมวาเลส์ซึ่งถูกแยกออกจากโลกภายนอกด้วยภูเขา มักปฏิเสธการแทรกแซงจากภายนอก เช่น กฎระเบียบระดับชาติที่ถูกมองว่ายุ่งยาก การพึ่งพาเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวมายาวนานของรัฐวาเลส์ ได้กระตุ้นให้มีการบังคับใช้กฎระเบียบการก่อสร้างอย่างผ่อนปรน เนื่องจากเจ้าของธุรกิจ ผู้พัฒนา และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น (ซึ่งมักจะเป็นทนายความที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำธุรกรรมแต่ละครั้งด้วย) ต่างก็มีความสนใจในการอำนวยความสะดวกในการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว 

หนังสือพิมพ์ Neue Zürcher Zeitung เขียนว่า ในส่วนอื่นๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ คำถามที่ว่าภัยพิบัตินี้เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมทางการเมืองของแคว้นวาเลส์หรือไม่นั้นกำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนว่าจะส่งผลให้เกิดเรื่องอื้อฉาวทางการบริหารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ นักประวัติศาสตร์ชาววาเลส์ เอลิซาเบธ ยอริส (Elisabeth Joris) กล่าวว่า "การเล่นพรรคเล่นพวกทางการเมือง การขาดการคิดเชิงวิพากษ์ ความประมาทเลินเล่อทางการบริหาร และความพึงพอใจในตนเอง" เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ของรัฐนี้ รวมถึงปฏิกิริยาตอบสนองที่จะปฏิเสธคำวิจารณ์ใดๆ จากภายนอก 

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ผู้คนมารวมตัวกันเพื่อไว้อาลัยใกล้บาร์ Le Constellation ซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงระหว่างการเฉลิมฉลองปีใหม่ในเมืองรีสอร์ทสกีแอลป์ครานส์-มนทานา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 41คน และบาดเจ็บมากกว่า 100 คน เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2026 (Photo by MAXIME SCHMID / AFP)
 

TAGS: #ไฟไหม้ไนท์คลับ #สวิตเซอร์แลนด์