ไทยได้อะไรกับการร่วมมือด้าน AI กับจีน (และทำไมไทยจึงไม่ใช่พันธมิตร AI สายจีน)

ไทยได้อะไรกับการร่วมมือด้าน AI กับจีน (และทำไมไทยจึงไม่ใช่พันธมิตร AI สายจีน)

หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่าไทยเป็นประเทศสำคัญของอุตสาหหรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI และการปรากฏตัวของนายกรัฐมนตรีไทยในการประชุม "องค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลก" (WAICO) ที่จีน จึงไม่่ใช่แค่การ "เสนอหน้า" หรือเป็นแค่ "ไม้ประดับ"

อวัยวะสำคัญของ AI คือ "แผงวงจรพิมพ์" (PCB) ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนดาต้า ยิ่งเราต้องการ AI ที่ทำงานได้ทรงพลังมากเท่าไร เรายิ่งต้องการ PCB ที่สามารถรองรับการขับเคลื่อนของดาต้าได้เร็วขึ้นเท่านั้น 

โปรดทราบว่า ในปัจจุบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีส่วนแบ่งประมาณ 12.3% ของมูลค่าการผลิต ทั่วโลก โดยประเทศไทยครองตำแหน่งฐานการผลิต PCB ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีมูลค่าการผลิต 5.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้น 22.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคิดเป็นประมาณ 5.4% ของตลาดโลก

นี่คือความสำคัญของไทยในการพัฒนา AI

ที่การผลิต PCB ของไทยคึกคักขนาดนี้ก็เพราะได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่องจากบริษัทในไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ "ประกอบกับสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของเซิร์ฟเวอร์ AI เครือข่ายความเร็วสูง และผลิตภัณฑ์การสื่อสารผ่านดาวเทียม คาดการณ์ว่ามูลค่าการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 เพิ่มขึ้น 20.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า" (ข้อมูลจากสำนักข่าว UDN ของไต้หวัน) 

และในแง่ของยุทธศาสตร์ AI ไทยยังถูกจับตามองอย่างมากว่ามีศักยภาพสูง "กลยุทธ์ของประเทศไทยในการใช้ AI เป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้น แท้จริงแล้วเป็นการนิยามใหม่ของความสามารถในการแข่งขันของชาติ โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การพัฒนาในรูปแบบพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการบูรณาการ AI เข้ากับระบบเศรษฐกิจมหภาค เศรษฐกิจที่แท้จริง และบริการสาธารณะอย่างลึกซึ้ง นี่ไม่เพียงแต่เป็นแนวทางที่ใช้ได้ผลสำหรับประเทศไทยในการเอาชนะอุปสรรคในการพัฒนา แต่ยังเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศอื่นๆ ในซีกโลกใต้ที่กำลังมองหาเป้าหมายการเติบโตของตนเองในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (ข้อมูลจากสำนักข่าว 中国经济网 ของจีนแผ่นดินใหญ่)

เราจะเห็นได้ว่าแรงหนุนสำคัญของส่วนประกอบ AI ที่ผลิตในไทยมาจากจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน ผมอยากให้จำจุดนี้เอาไว้ แล้วเราจะมาอภิปรายกันต่อไปเมื่อถึงเวลา

ก่อนอื่นกลับมาที่ "องค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลก" หรือ WAICO

WAICO มีจุดมุ่งหมายคือการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและการกำกับดูแลระดับโลกในด้านปัญญาประดิษฐ์ "เพื่อให้มั่นใจถึงการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างมีสุขภาวะที่ดีและเป็นระเบียบเรียบร้อยในทิศทางที่เป็นประโยชน์ ปลอดภัย และเป็นธรรม และเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ"

ธรรมาภิบาลของ AI เป็นสิ่งที่ทุกประเทศพูดถึงมานาน แต่ไม่มีใครลงมือ คราวนี้จีนรับเป็นเจ้าภาพก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี 

แต่ถ้ามองในแง่การเมืองแล้ว WAICO ก็คือการรวมกลุ่มของประเทศที่เป็น "เพื่อนจีน" ที่จะตกลงที่จะมีวาระร่วมกันในบริหารจัดการเรื่อง AI

อาจจะทำอะไรมากกว่าการส่งเสริมธรรมาภิบาล AI ก็ได้ ใครจะรู้? 

แต่โปรดสังเกตว่า "เพื่อนจีน" ทั้ง 29 ประเทศที่เป็นสมาชิก WAICO มีอยู่น้อยประเทศที่ถือว่ามีส่วนสำคัญในการพัฒนา AI โลก

ทั้งกลุ่มผมเห็นแค่มาเลเซียเท่านั้นที่พอไปวัดไปวาได้ ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตสำคัญของ PCB ในอาเซียน รองจากไทยและเวียดนาม 

รัสเซียมีการพัฒนา AI ที่สูงกว่าประเทศอื่น แต่ก็มุ่งไปในทาง "อธิปไตย AI" นั่นคือไม่พึ่งพา AI ต่างชาติแต่กลับมีปัญหาเรื่องการผลิตชิป ดังนั้นรัสเซียยังขาดความเป็นเอกราชในด้านนี้ และบางสื่อถึงกับปรามาสว่า "รัสเซียกำลังแพ้การแข่งขัน AI"

แต่สถานะและเป้าหมายของรัสเซียอาจทำให้คิดไปได้ว่า WAICO อาจจะเน้นที่ "อธิปไตย AI" ในหมู่ "เพื่อนจีน" โดยแบ่งปันกันใช้ AI open source และรับประกันว่ามีฮาร์ดแวร์พอใช้ (เช่นที่ผลิตโดยมาเลเซีย) และมีวัตถุดิบในการผลิตชิปเหลือเฟือ (เช่นแร่ธาตุหายากจากจีน)

แล้ว WAICO เป็นแค่กลุ่มที่ไร้น้ำยางั้นหรือ? เปล่าเลย สมาชิกมากมายของกลุ่มนี้เป็นผู้ครองรครองแร่ธาตุหายากที่เป็นส่วนสำคัญในการผลิตเซมิคินดักเตอร์ และเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อน AI (เช่น บราซิลมีปริมาณสำรองแร่หายากมากเป็นอันดับสองของโลก (ประมาณ 21 ล้านตัน) รองจากจีน)

นี่เป็นแง่มุมทางการเมืองของ WAICO 

หากมองในมุมนี้ WAICO ก็คือการตอบสนองต่อ Pax Silica

กลุ่ม Pax Silica ก่อตั้งขึ้นโดยสหรัฐฯ เมื่อเดือนธันวาคม 2025 เพื่อจะสร้างกลุ่มห่วงโซ่การผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับ AI เพื่อรับประกันว่าการพัฒนา AI ของประเทศที่เป็น "เพื่อนอเมริกัน" จะไม่สะดุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ให้สมาชิกต้อง "ต้องพึ่งพาโดยถูกบังคับ" (coercive dependencies) ซึ่งหมายถึงการต้องพึ่งพาวัตถุดิบในการผลิตชิปจากจีน

ในอาเซียนมีฟิลิปปินส์กับสิงคโปร์สองประเทศที่เข้าร่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะฟิลิปปินส์เป็น "ลูกหม้อ" ของสหรัฐฯ มาแต่ไหนแต่ไร

 Pax Silica กับ WAICO มีลักษณะคล้ายกันตรงนี้ ก็คือ การรวมกลุ่มของ "เพื่อนอเมริกัน" และ "เพื่อนจีน" ที่จะกอดคอกันพัฒนาและบริหาร AI "ของแต่ละฝ่าย" 

พูดตรงๆ ก็คือ นี่คือการเลือก "ค่าย" ใน "สงคราม AI" ระหว่างฝ่ายที่นำโดยจีนและฝ่ายที่นำโดยสหรัฐฯ 

นี่คือสงครามเย็นของ AI 

แล้วประเทศไทยอยู่ในค่ายไหน?

ไทยเคยอยู่ "ค่ายโลกเสรี" ในสมัยสงครามเย็นระหว่างทศวรรษที่ 40 - 90 โดยมี "ลูกพี่" คือสหรัฐอเมริกาและสหายร่วมอุดมการณ์คือ เกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น

ทุกวันนี้  Pax Silica ก็ยังประกอบไปด้วยประเทศเหล่านี้ยกเว้นไทย 

และทุกวันนี้ WAICO ประกอบไปด้วยอาเซียนที่เหลือยกเว้นไทย

ไทยเป็นหมาหัวเน่าหรือ?

เปล่าเลย นี่คือการดำเนินการทางการทูตที่ชาญฉลาดต่างหาก โดยที่ไทยมีศักยภาพมาหกพอที่จะต่อรองทั้งสองกลุ่มว่า "เราพร้อมที่จะร่วมมือ แต่เราไม่อยากจะร่วมวง"

เนื่องจากไทยมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับ AI ที่แข็งแกร่ง มีการปรับใช้ AI ที่ก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน และมีวิสัยทัศน์การพัฒนา AI ที่ชัดเจน ทำให้เราพร้อมที่จะร่วมมือกับจีนมากที่สุดหากเทียบกับสมาชิก WAICO ทั้้งหมด 

แต่ไทยนั้นมีท่าทีไม่เลือกฝ่ายชัดเจนมาตั้งแต่ช่วงปลายสงครามโลก (ครั้งก่อน) อยู่่แล้ว ซึ่งเป็นท่าทีที่เป็นประโยน์กับทั้งไทยเองและประเทศที่ก่อหวอดจะรบกันและต้องการดึงไทยเข้าพวก (แม้ไทยจะเลือกข้างในช่วงต้นของสงครามเย็นก็ตาม แต่เมื่อสถานการณ์พลิกผัน ไทยก็ปรับตัวตามสถานการณ์อย่างชาญฉลาด) 

ครั้งนี้ก็เช่นกัน การแบ่งค่ายสงคราม AI เป็นค่ายจีนกับสหรัฐฯ เป็นการบีบให้ไทยเลือกข้างได้ง่ายๆ แต่เพราะไทยมี "ไพ่" ที่พอจะต่อรองกับเจ้ามือทั้งสองได้ ทำให้ไม่ต้องถูกลากให้เลือกฝ่่าย แล้วไยก็จะกลายเป็นแค่ "ทหารเลว" ในการรบของสองค่ายนั้น

ตรงกันข้าม ไทยมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรม AI ที่สูง ซึ่งเป็นที่พิศวาสของจีน (ในบรรดา WAICO นั้นมีแต่มาเลเซียที่พอจะสู้ Pax Silica ได้) ในเมื่อไทยแม้จะไม่ใช่สมาชิก WAICO แต่ก็ไม่ใช่ศัตรูและยังพร้อมร่วมมือ AI กับจีน นี่ก็เท่ากับไทยยื่นมือข้างหนึ่งให้ WAICO แล้ว

แต่ในเวลาเดียวกัน Pax Silica ไทยเป็นพันธมิตรเก่าของสหรัฐฯ แม้สหรัฐฯ สมัยของทรัมป์จะรังแกไทยอย่างมาก แต่ไทยก็ยังผูกพันกับสหรัฐฯ ในด้านความมั่นคง เรื่องนี้จะแยกไทยออกไปแทบเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งสถานะของไทยในโลก AI ก็ไม่น่าเกลียด หากจะเทียบกับสมาชิก Pax Silica อื่นๆ ก็ยืนเคียงข้างกับเกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่นได้ ดังที่รายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คือ World Economic Outlook Update, July 2026 (WEO) โดยยกให้ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุด 4 อันดับแรก และยังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ปรับตามฤดูกาลแล้วสูงกว่าที่คาดการณ์ ว่า "ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุด 4 อันดับแรก (ไต้หวัน เกาหลีใต้ ไทย และมาเลเซีย) มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ปรับตามฤดูกาลแล้วสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 4.4 จุดเปอร์เซ็นต์

ใน 4 เสือนี้ มีไทยอยู่ตรงกลางประเทศเดียว 

เมื่อไทยไม่ร่วมวงทั้งสองวง ทั้งสองวงก็ต้องเกรงใจไทย เพราะไทยร่วมมือกับทั้งสหรัฐฯ และจีน แต่ก็จะไม่แทงข้างหลังประเทศทั้งสอง ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนเก่าและญาติเก่าแก่ของไทย 

ถามว่าไทยได้อะไรกับการประชุม AI ที่จีน? 

ตอบว่า ไทยได้สถานะที่มั่นคงทางการเมืองโลก 

จีนไม่ได้เร่งรัดให้ไทยเป็นสมาชิก WAICO แต่ประกาศร่วมมือกับไทยแยกต่างหาก นี่แสดงว่าจีนไว้ใจไทยว่าไทยจะไม่หักหลังไปร่วมกับสหรัฐฯ แต่จีนก็มองเห็นไทยว่าเป็นประเทศที่คุ้มกว่าหากจะร่วมมือกันต่างหากไม่ใช่ดึงเข้ามาร่วมกลุ่ม

นี่ทำให้ไทยมี "ที่ยืน" ในการเมืองโลกอย่างแท้จริง

สถานะที่มั่นคงนี้ตั้งอยู่บนรากฐานที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ของไทยในเรื่อง AI ดังนั้นความเจริญด้าน AI จึงไม่ใช่แค่สิ่งที่ทำเงินเข้าประเทศ แต่ยังเป็นช่วยให้ไทยมีอะไรไปต่อรองประเทศใหญ่ๆ ที่กำลังจะฟอร์มทีมซัดกันอยู่ ณ เวลานี้

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better 

Photo - นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งจีน ภาพจากทำเนียบรัฐบาล

TAGS: #AI #จีน #WAICO #PaxSilica