สรุปสถานการณ์สั้นๆ ก่อนว่า ช่วงก่อนสิ้นปีที่แล้ว กัมพูชาทำการ "กวาดล้าง" เส้นเลือดการเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ โดย "เส้นเลือดดำ" และ "เส้นเลือดแดง" ของวงจรการเงินสีเทา ประกอบไปด้วย Prince Group ของ เฉินจื้อ และ Huione Pay ของ ฮุน โต
ทั้งสองเส้นเลือดนี้ถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศ นำโดยสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และสิงคโปร์ เป็นต้น
เนื่องจากเส้นลือดทั้งสองของธุรกิจสีเทาพัวพันกับการเงินของประเทศกัมพูชาอย่างยิ่ง การกวาดล้างครั้งนี้จึงส่งผลสะเทือนต่อการเงินของประเทศอย่างหนัก แต่เพราะธนาคารแห่งชาติกัมพูชาทำงานอย่างมีลับลมคมใน (เช่น ไม่ยอมเผยว่าถอดใบอนุญาตธนาคารของ Huione Group ไปตั้งแต่ปี 2024 แล้ว) ทำให้การเงินสีเทาก็ยังดำรงอยู่ได้
สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ Prince Group และธุรกิจการเงินของ เฉินจื้อ ได้รับผลกระทบที่สุด แม้แต่ เฉินจื้อ เองก็ถูกจับส่งตัวไปให้จีนดำเนินคดี และหลังจากนั้นทางการกัมพูชาก็อายัดการซื้อขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ Prince Group
เส้นเลือดสายนี้จึงเหมือนจะถูกตัดขาด แต่จะชั่วคราวหรือถาวรต้องติดตามกันต่อไป เพราะแม้ เฉินจื้อ จะไม่อยู่แล้ว แต่อาณาจักรสีเทาของเขานั้นไม่ได้ดำเนินการคนเดียว แต่เป็นเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจทางการเมืองในกัมพูชา
ตัดมาที่เส้นเลือดอีกสายหนึ่ง คือ Huione Pay ที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ เช่นกัน ทางการกัมพูชาทำทีว่าปิดกิจการของ Huione Pay เหมือนกับ Prince Bank แต่ในขณะที่ Prince Bank หมดสภาพไปแล้ว แต่ Huione Pay สามารถเปลี่ยนสภาพมาเป็น X-Pay ในเดือนธันวาคม 2025
นี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านกัมพูชาประณามว่าเป็น "สองมาตรฐาน"
นักการเมืองฝ่ายค้านของกัมพูชา อึม สำอาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคสงเคราะห์ชาติ (CNRP) กล่าวว่า “ที่จริงแล้ว กฎหมายในกัมพูชามีมาตรฐานสองแบบ เฉินจื้อ ไม่ใช่ญาติของนายฮุน เซน ดังนั้นเขาจึงรับผิดชอบในการยึดเงินและนำกลับคืนสู่รัฐเพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของตนเสื่อมเสีย แต่ ฮุน โต ไม่กล้าที่จะจัดการกับเขา เพราะเขาก็อยู่ในตระกูลฮุนเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าที่จะจัดการกับ ฮุน โต ซึ่งเป็นหลานชายของฮุน เซน และเป็นลูกพี่ลูกน้องของ ฮุน มาเนต ดังนั้นเราจึงรู้ว่าในกัมพูชา กฎหมายมีมาตรฐานสองแบบ” (อ้างจากการรายงานของสำนักข่าว VOD)
แม้ฝ่ายค้านกัมพูชาไม่กล่าวเราก็รู้ว่าเครือข่ายตระกูลฮุนจะไม่จัดการพวกเดียวกันเอง ส่วน เฉินจื้อ นั้นอาจจะไม่อยากจะส่งตัวให้จีนด้วยซ้ำ หากจีนไม่เข้ามาสืบสวนสอบสวนด้วยตัวเอง (หรือที่เรียกว่าทีมร่วมจีนกัมพูชา) เห็นทีเราคงไม่มีวันเห็น เฉินจื้อ ถูกจับและดำเนินคดีเป็นแน่
ดังนั้น ในเวลานี้ เส้นเลือดหลักของการเงินสีเทาเหลือแต่ ฮุน โต (ហ៊ុន តូ) เท่านั้น
ฮุน โต มีประวัติเรื่องการฟอกเงินมาแต่ไหนแต่ไร โดยถูกหมายหัวจากทางการออสเตรเลียจากความเกี่ยวข้องเรื่องการฟอกเงิน
หลังจากนั้นเขาจึงกลายเป็นหัวเรือใหญ่ของ Huione Group เจ้าของ Huione Pay ซึ่งถูกหมายหัวจากประชาคมโลก จนกระทั่งต้อง "ปิดตัว" แต่ที่จริงแล้วคือหนีเข้ามุมมืดสักพัก จากนั้นเปลี่ยนชื่อแซ่ แล้วออกมาเป็นโจรเหมือนเดิม
ต่อให้เปลี่ยนชื่อ Huione Pay มาเป็น X-Pay แต่โครงสร้างของมันน่าจะยังเหมือนเดิม ซึ่งความซับซ้อนของ 'ระบบการเงินฮุน โต' เราจะไม่เอ่ยถึง ณ ที่นี้ แต่สามารถศึกษาได้จากรายงานของเราเรื่อง "นี่คือเสาหลักที่ค้ำจุนจีนเทาในกัมพูชา จากประสบการณ์ 8 ปีของคนจีนในธุรกิจมืดและอุตสาหกรรมสีเทา" ที่เผยแพร่ไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งอธิบายการทำงานของสแกมเมอร์และเงินสีเทาและระบบการเงิน ฮุน โต ได้อย่างแจ่มแจ้ง
แม้ว่าเราจะยังยืนยันไม่ได้ว่าระบบของ X-Pay จะเหมือน Huione Pay แต่สิ่งหนึ่งที่นักวิเคราะห์การเมืองเคยระบุไว้ทำให้มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า 'ระบบการเงินฮุน โต' ควรจะเป็นเหมือนเดิมเพราะมีพิมพ์เขียวเอาไว้แล้วว่ามันควรมีเป้าหมายและการดำเนินการแบบใด
จากข้อเขียนของ เขียว โสเภีย (ខៀវ សុភា) ใน Cambodian Daily ภาคภาษาเขมร กล่าวว่า "นักวิเคราะห์การเมือง กึม ซก (គឹម សុខ) กล่าวว่า รัฐบาลของฮุน มาเน็ต น่าจะกำลังสอนฮุน โต มหาเศรษฐีให้เรียนรู้วิธีการหาเงินจากเกาหลีเหนือ หลังจากที่เขาไม่สามารถสร้างรายได้จากการบริหารเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และสถานการณ์การฟอกเงินผ่านยาเสพติด แอลกอฮอล์ การพนัน คาสิโน และการฉ้อโกงโดยบริษัทที่ใกล้ชิดกับตระกูลฮุน ยังไม่เพียงพอที่จะรักษาอำนาจของเขาไว้ได้"
Cambodian Daily ยังอ้างว่า "แม้รัฐบาล (กัมพูชา) จะพยายามอย่างหนักในการจัดเก็บภาษีจากประชาชน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อแผนงาน ทำให้หาเงินมาจ่ายเงินเดือนข้าราชการและทหารได้ยากมาก และที่แย่ไปกว่านั้นคือ หาเงินมาเลี้ยงดูผู้บริหารและหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลได้ยากมาก"
ดังนั้น ตระกูลฮุนอาจจะใช้งาน ฮุน โต ผู้ซึ่งเป็น "มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งเครือข่ายฟอกเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเครือข่ายในเกาหลีเหนือ เพื่อหาเงินมาสนับสนุนการใช้จ่ายของรัฐบาล" โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสืบสวนระหว่างประเทศหลายแห่ง "รายงานเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญของออกญา ฮุน โต ในเครือข่ายฟอกเงินระหว่างประเทศ" และ Huione Pay "มีรายงานว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายฟอกเงินระหว่างประเทศในเกาหลีเหนือ"
'ระบบการเงินฮุน โต' นั้นอิงกับการทำการเงินใต้ดินและเกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี่ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับเกาหลีเหนือ ซึ่งถูกตัดขาดจากระบบการเงินโลกเนื่องจากถูกคว่ำบาตร ส่วน 'ระบบการเงินฮุน โต' นั้นตอบสนองเครือข่ายตระกูลฮุนซึ่งไม่มีความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจ
ทั้ง 'ระบบการเงินระบอบคิม' และ 'ระบบการเงินฮุน โต' จึงต้องทำการเงินแบบลับๆ ล่อๆ ฝ่ายหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับได้ อีกฝ่ายหนึ่งเพราะหาเงินที่สุจริตไม่เป็น
ระบบการเงินใต้ดินของเกาหลีเหนือไม่เพียงแค่หลบเลี่ยงการคว่ำบาตรด้วยการใช่คริปโทฯ แต่ยังมีปฏิบัติการปล้นคริปโทฯ อีกด้วยโดยในปี 2025 เกาหลีเหนือโจรกรรมคริปโทฯ มากกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Cambodian Daily ยังระบุว่า "(นักวิเคราะห์การเมือง) กึม ซก อ้างว่าแหล่งรายได้หลักของเกาหลีเหนือในปัจจุบันมาจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีออนไลน์ที่แฮ็กระบบธนาคารหลักๆ ในต่างประเทศ รัฐบาลตระกูลฮุนสามารถเรียนรู้จากกฎนี้ได้ เพราะในขณะนี้ ตระกูลฮุนกำลังทดสอบความสามารถของผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเพื่อสร้างแอปพลิเคชันต่างๆ และแสดงอำนาจเผด็จการเหนือประชาชนโดยไม่สนใจการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เหมือนอย่างที่เกาหลีเหนือเคยทำมา"
ถามว่า 'ระบบการเงินฮุน โต' อยากจะปล้นคริปโทฯ เหมือนกับ 'ระบบการเงินระบอบคิม' ไหม? ผมเชื่อว่าอยากใจจะขาด แต่ตอนนี้ศักยภาพไม่ถึง และเทียบไม่ได้กับเกาหลีเหนือที่มีความช่ำชองในสงครามไซเบอร์มากกว่า
ดังนั้น แม้ว่า 'ระบบการเงินฮุน โต' จะลอกแบบเกาหลีเหนือมา แต่ก็ลอกได้แค่การฟอกเงินและถ่ายเงินด้วยวิธีการใต้ดิน แถมตอนนี้ ยังถูกนานาประเทศกดดันให้กวาดล้าง 'ระบบการเงินฮุน โต' เสียอีก ยิ่งทำให้ศักยภาพในการลงใต้ดินยิ่งน้อยลงไป
แต่อย่างที่ กึม ซก บอกไว้ว่า "ตระกูลฮุนกำลังทดสอบความสามารถของผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล" และอาจเรียนรู้จากเกาหลีเหนือ แม้ว่าจะถูกขยี้จากทุกทิศทุกทาง แต่การถูกกดดันขนาดหนักอาจทำให้ตระกูลฮุนหันมาตามรอบเกาหลีเหนือแบบเต็มที่ก็ได้ เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
ดังนั้นจงอย่าตีหมาจนตรอก เพราะมันอาจจะทุ่มชีวิตตอบโต้เราได้
(โปรดติดตามต่อวันพรุ่งนี้)
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ฮุน เซน (จาก Facebook Samdech Hun Sen of Cambodia/@hunsencambodia) และ ฮุน โต (จาก Cambodian Daily)