ผมกล้าพูดได้เลยว่า การเหยียดเชื้อชาติในโลกตะวันตกเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ผู้คนไม่กล้าแหกปากเหยียดเชื้อชาติอื่นก็เพราะยำเกรงกฎหมาย
พอคนพวกนี้หนีออกจากกฎหมายที่เป็นกรงขังได้ ก็แสดงพฤติกรรมอันต่ำช้าออกมาในประเทศอื่นที่ตัวเองคิดว่า "ด้อยกว่า" และเชื้อชาติสูงส่งอย่างพวกเขา "จะทำอะไรก็ได้" ในประเทศที่ต่ำกว่า
เนื่องจากกฎหมายเอาผิดการเหยียดเชื้อชาติมักเพ่งเล็งไปที่การเหยียดคนแอฟริกัน ทำให้การเหยียดคนเอเชียถูกละเลยไป และคนเอเชียจึงมักจะถูกเหยียดอย่างโจ่งแจ้งมากกว่าพวกแอฟริกัน
ตัวอย่างเช่น การเอานิ้วดึงหางตาให้ตึงจะได้ดูตาหยีแบบคนเอเชีย พวกฝรั่งที่ไม่มีการศึกษาและความยับยั้งชั่งใจชอบทำกันนัก ในฟุตบอลโลกที่ผ่านมาก็มีพวกเม็กซิกันทำเหยียดแบบนี้กับอินฟลูเอนเซอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ไปชมฟุตอบอลโลกที่เม็กซิโก จนเป็นข่าวดังไปที่ทั่ว
พวกอิตาเลียนก็ใช่ย่อย
เมื่อปี 2021 ทีมหญิงของยูเวนตุส (Juventus Women) ก่อเรื่อง 'Razzismo' คือเหยียดเชื้อชาติ และเหยียดจังๆ โดยที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเอาเลย กล่าวคือทางทีมโพสต์ภาพผู้เล่นที่ชื่อ เชชิเลีย ซัลไว (Cecilia Salvai) ทำตาหยีแถมยังกรวยทรงเดียวกับงอบญวนมาใส่ ยิ่งทำให้เป็นการเหยียดคนเอเชียอย่างสมบูรณ์แบบ
ยัง ยังไม่พอ อีโมจิประกอบภาพยังเป็นภาพดึงหางคิ้วทำหยีตาอีกต่างหาก
ผลก็คือทางทีมต้องมีแถลงการณ์ขอโทษโดยบอกว่า "เราขออภัยอย่างสุดซึ้งที่ทวีตของเรา ซึ่งไม่ได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือมีนัยยะทางเชื้อชาติใดๆ อาจทำให้ใครบางคนรู้สึกไม่พอใจ ยูเวนตุสต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติมาโดยตลอด" พร้อมแฮวแท็กเท่ๆ ว่า #DifferencesMakeTheDifference
คนอิตาเลียนไม่น้อยก็เป็นแบบนี้เอง ซึ่งผมอยากจะมองโลกในแง่ดีว่าไม่น่าจะเป็นการเหยียดโดยสันดาน แต่เป็นอวิชชา (Ignorace) คือความไม่รู้เหนือรู้ใต้ว่าอะไรควรไม่ควร และไม่มีความเห็นอกเห็นใจมนุษย์ด้วยกัน
ครับ ไม่ต้องดูไกล ใครดู 'กัลโช่ เซเรีย อา' หรือเซเรียต่างๆ ของอิตาลีก็จะเห็นพฤติกรรมการเหยียดเชื้อชาติของนักฟุตบอลและแฟนบอลบ่อยครั้ง
เช่น เมื่อเห็นผู้เล่นเชื้อสายแอฟริกันก็จะทำท่าลิงหรือโยนกล้วยให้ เพราะกดว่าคนเหล่านี้เป็นเหมือนลิงและคนป่า
ข้อมูลจากสมาคมฟุตบอลอิตาเลียน (Associazione Italiana Calciatori) ระหว่างปี 2028 - 2019 พบว่า 66% ของเหตุการณ์เหยียดเชื้อชาติที่บันทึกไว้ เกิดขึ้นภายในสนามกีฬา เหตุการณ์เหยียดเชื้อชาติที่เหลืออีก 34% เกิดขึ้นในสนามแข่งขัน เซเรียอาเป็นชั้นที่มีจำนวนกรณีมากที่สุด (32%) ตามมาด้วยการแข่งขันของทีมเยาวชน (16%) ทีมเยาวชนยังเป็นชั้นที่มีเปอร์เซ็นต์เหตุการณ์เหยียดเชื้อชาติในสนามสูงที่สุดด้วย
ที่น่าสนใจก็คือ กรณีส่วนใหญ่เกิดขึ้นในภาคเหนือของอิตาลี หนึ่งในห้าของกรณีเกิดขึ้นในแคว้นลาซิโอ อัตราสูงกว่าแคว้นลอมบาร์เดียเล็กน้อย
ลาซิโอเป็นที่ตั้งของกรุงโรม และลอมบาร์เดียเป็นที่ตั้งของมิลาน
โปรดทราบว่าในอิตาลีนั้นก็เหยียดคนอิตาเลียนด้วยกันเอง โดยพวกคนเหนือ (Padania และ Lega Nord) เหยียดคนใต้ (Italia meridionale) ว่าโง่ จน และสันหลังยาว และ "ไม่เป็นอิตาเลียนแท้"
คนเหนือจะด่าคนใต้ว่า ไอ้พวกไพร่นาไพร่ไร่ (Terrone) เพราะเป็นพวกแร้นแค้นไม่มีที่ดินของตน ส่วนคนใต้ไม่รู้จะด่ายังไงก็เรียกคนเหนือว่า ไอ้พวกกินข้าวเปียกข้าวต้ม (Polentoni) อันเป็นอาหารหลักของคนเหนือ
ปัญหาการเหยียดเชื้อชาติในอิตาบีไม่ได้จิ๊บจ๊อยแค่สรรหาคำด่า แต่รุนแรงขนาดพวกทางเหนืออยากจะแยกตัวเองออกมาตั้งรัฐอิสระ ส่วนพวกทางใต้ถูกกดขี่หนักทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจจากพวกทางเหนือจนต้องอพยพไปหากินที่ทวีปอเมริกา แต่เมื่อไปถึงสหรัฐอเมริกาก็ถูกฝรั่งยุโรปเหนือรังเกียกว่า "ไม่ใช่ฝรั่งแท้" อีก
ความเจ็บแค้นทางสังคมเหล่านี้ ทำให้ภาคใต้กลายเป็นสถานที่บ่มเพาะแก๊งอาชญากรรมที่อำมหิต ซึ่งก็คือพวก 'มาเฟีย'
อิตาเลียนยังเหยียดกันจมดินขนาดนี้ คนนอกจะไปเหลือหรือครับ?
ผมไม่อยากจะจำเพาะเจาะจงว่าคนอิตาเลียนเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติ เพราะในวงการฟุตบอลยังมีประเทศที่เหยียดได้ชั่วร้ายกว่านี้อีกมาก เพียงแต่ตอนนี้คนอิตาเลียนอยู่ในเรดาร์ความสนใจของคนไทย จากกรณีเหยียดคนไทยบน BTS จนถูกคนไทยไล่ล่าไปสุดขอบโลก แม้แต่ใจเพจของสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย หรือแม้แต่เพจของนายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) ของอิตาลีก็มีคนไทยไปฟ้องไปด่าว่าคนของพวกคุณมีพฤติกรรมเลวทรามแค่ไหน
จอร์เจีย เมโลนี เองจะฟังหรือครับ? เธอเองมาจากพรรคฝ่ายขวาที่เกลียดผู้อพยพ เธอนิยมชมชอบทรัมป์ แม้ว่าทรัมป์จะดูแลแคลนเธอก็ตาม
เมโลนีอาจจะไม่ได้เหยียดเชื้อชาติอย่างโจงแจ้ง แต่เธอและพรรคขวาจัดของเธอเชื่อถือในลัทธิ Great Replacement คือพวกที่เชื่อว่าผู้อพยพ (จากตะวันออกกลางและแอฟริกา) กำลังแทรกซึมเข้ามาในยุโรปและแย่งพื้นที่ แย่งงาน และทำลายค่านิยมคริสเตียน พวกที่เชื่อใน Great Replacement จึงต้องหาทางผลักดัน 'ผู้รุกราน' ออกไป
อย่างเช่น ฟรันเชสโก โลลโลบริจิดา (Francesco Lollobrigida) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของอิตาลีบอกว่า "เราไม่สามารถยอมจำนนต่อแนวคิดเรื่องการแทนที่ทางเชื้อชาติ ชาวอิตาลีมีลูกน้อยลง ดังนั้นจึงควรแทนที่พวกเขาด้วยคนอื่น นั่นไม่ใช่หนทางที่เราควรเดินไป” เป็นการพูดกระทบกระเทียบถึงผู้อพยพที่เข้ามาแทนที่คนอิตาเลียนเดิมนั่นเอง
โลลโลบริจิดานั้นเป็นพี่เขยของนายกฯ เมโลนี
เมโลนีเองก็เคยกล่าวไว้ในปี 2016 ว่า "การแทนที่ทางเชื้อชาติ" กำลังเกิดขึ้น เนื่องจาก "ผู้อพยพกว่า 153,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชายชาวแอฟริกัน เดินทางมาถึงอิตาลี"
ดังนั้น คนไทยที่ไปโพสต์อะไรต่อมิอะไรในเพจของ จอร์เจีย เมโลนี อาจจะต้องทำใจว่าเธออาจจะไม่แคร์ เพราะเธอขวาตกขอบ
และต้องระวังให้ดีเวลาไปโพสต์ต่อว่าเธอ เพราะนักร้องคนดัง (Brian Molko) ที่กล่าวหาเธอว่าเหยียดเชื้อชาติ และนักประวัติศาสตร์ (Luciano Canfora) ที่ประณามเธอว่าเป็น "นาซีด้วยใจ" ถูกเธอฟ้องหมิ่นประมาท
แม้เธอจะไม่ยอมรับว่าเหยียด แต่ในวงวิชาการ นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และคนภายนอกอิตาลีที่มีใจเป็นธรรมล้วนมองว่าเธอเหยียดเชื้อชาติ
อิตาลีอยู่ในสภาพขวาจัดทางการเมืองแบบนี้ พวกเหยียดเชื้อชาติยิ่งได้ใจ หากไม่เหยียดในบ้านของตัว (แม้จะทำได้น้อยครั้งเพราะกลัวกฎหมาย) ก็จะทำในประเทศอื่นที่พวกนี้เห็นว่า "เอาเงินฟาดหัวได้"
อย่างที่พวกเด็กเมื่อวานซืนชาวอิตาเลียนที่เหยียดคนไทยใน BTS บอกว่า "พวกข้าเอาเงินมาให้ประเทศพวกเอ็งนะโว้ย" มันคิดแบบนี้ไงครับ ถึงได้กล้าเหยียบหน้าเรา
แต่พวกนี้รู้จักคนไทยน้อยไป แม้คนไทยจะต้องการเงินจากการท่องเที่ยวก็จริง แต่ศักดิ์ศรีนั้นสูงส่งกว่า เงินจากพวกนอกคอกนั้นไม่มีค่าในสายตาเรา และเรายังทำการไล่ล่าและจะลากตัวมาลงโทษด้วยกฎหมู่ด้วยซ้ำ
ผมเองไม่เห็นด้วยหรอกกับกฎหมู่ แต่สาบานว่าก็สมน้ำหน้าในเวลาเดียวกัน เพราะอิตาเลียนพวกนั้นอยากลองของคนไทยเอง
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ภาพ เชชิเลีย ซัลไว (Cecilia Salvai) จากโซเชียลมีเดีย Juventus Women ที่ทำให้เกิดกรณีเหยียดเชื้อชาติ