ผู้นำประเทศที่อายุยืนที่สุดในโลก "คำไต สีพันดอน" อิทธิพลเบื้องหลังการเมืองลาว 

ผู้นำประเทศที่อายุยืนที่สุดในโลก
ในปี 2024 ประเทศลาวเตรียมเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดปีที่ 100 ของอดีตประธานประเทศผู้ช่วยก่อตั้ง สปป.ลาว ขึ้นมา

ในเวลานี้ (วันที่ 25 สิงหาคม 2566) ผู้นำรัฐที่มีอายุยืนที่สุดในโลกและยังมีชีวิตอยู่ คือ คำไต สีพันดอน อดีตประธานประเทศลาว ที่มีอายุยืนถึง 99 ปี และจะครบ 100 ปีในปี 2567

ชื่อของ คำไต สีพันดอน อาจจะไม่คุ้นหูคนรุ่นใหม่มากนัก เพราะเขาหลีทางให้นักการเมืองรุ่นใหม่บริหารประเทศนานหลายปีแล้ว เแต่เขาเป็นบุคคลที่ยังทรงอิทธิพลในการเมืองลาวอยู่ และคนลาวยังนับถือเขาในฐานะรัฐบุรุษที่ช่วยก่อตั้ง "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" ขึ้นมา 

ถึงแม้ว่า คำไต สีพันดอน จะไม่มีตำแหน่งทางการเมืองแล้วและสูงวัยมากแล้ว แต่อิทธิพลทางการเมืองของเขายังแข็งแกร่งอยู่มาก เพราะลูกชายของเขา คือ สอนไซ สีพันดอน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีลาว แต่ด้วยคะแนนเสียงที่เกือบจะเป็นเอกฉันท์คือได้มาก 149 เสียงจากทั้งหมด 151 เสียง ลูกสาวของคำไต คือ เวียงทอง สีพันดอน ปัจจุบัน เธอดำรงตำแหน่งเป็นประธานหน่วยงานตรวจสอบของรัฐ ลูกอีกคนคือ อาดสะพังทอง สีพันดอน สมาชิกกรรมการกลางของพรรค และเป็นผู้ว่าราชการนครหลวงเวียงจันทน์ 

ลูกทั้ง 3 คนของ คำไต สีพันดอน ล้วนแต่ดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวกับศูนย์กลางการบริหารปกครองขอประเทศทั้งสิ้น เพียงแค่นี้ก็น่าจะเห็นแล้วว่า อดีตผู้นำวัยเกือบร้อยปีคนนี้มีอิทธิพลมากแค่ไหน

มาร์ติน สจวร์ต-ฟอกซ์ (Martin Stuart-Fox) นักวิชาการชาวออสเตรเลียที่เชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์และการเมืองลาว เขียนบทความเรื่อง "สายสัมพันธ์ในครอบครัวชนชั้นนำยังคงผูกมัดพรรคประชาชนปฏิวัติลาว" (Elite family ties still bind the Lao Peoples’ Revolutionary Party) ในเว็บไซต์ East Asia Forum เขากล่าวว่า  "ในบรรดาสมาชิกใหม่เหล่านี้ ชื่อของอดีตสมาชิกโปลิตบูโรผู้ทรงอิทธิพลบางคนโดดเด่น พวกเขารวมถึงสมาชิกเพิ่มเติมสองคนของตระกูลสีพันดอนที่จะเข้าร่วมกับสอนไซ (หมายเลข 9 ในโปลิตบูโรใหม่) และเวียงทอง (หมายเลข 18 ในคณะกรรมการกลาง) และสมาชิกคนที่สามของตระกูลพมวิหาน ไกสอน พมวิาน และคำไต สีพันดอน ต่างเป็นอดีตเลขาธิการพรรค การส่งเสริมเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงขอบเขตที่ตระกูลผู้มีอำนาจยังคงกำหนดผลลัพธ์ทางการเมืองในลาว เช่นเดียวกับที่เคยทำในระบอบการปกครองของราชวงศ์ลาวก่อนหน้านี้"

ในขณะที่ Forum Asia Democracy เคยมีรายงานให้คณะอนุกรรมการรัฐสภายุโรปด้านสิทธิมนุษยชน รัฐสภาสหภาพยุโรป พิจารณาไต่สวนเรื่องในกัมพูชา ลาว และเวียดนาม รายนี้นี้ระบุถึง คำไต สีพันดอน เอาไว้ว่า "บุรุษเหล็กของระบอบการปกครอง (ในลาว) คือ นายพล คำไพ สีพันดอน ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องการซื่อสัตย์ต่อ "ผู้พิทักษ์ชาวเวียดนาม" รายงานนี้ตอกย้ำถึงความเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นระหว่างอดีตผู้นำลาวกับเวียดนาม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่กรณีของ คำไต สีพันดอน เท่านั้น

ลูกชาวนาสู่เส้นทางปฏิวัติ
คำไต สีพันดอน เกิดในครอบครัวชาวนาจากทางใต้สุดของประเทศลาว เกิดที่บ้านโขง แขวงจำปาสัก เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2467 ในปี พ.ศ. 2490 โดยงานแรกของเขาคือทำงานเป็นบุรุษไปรษณีย์ ในเวลานั้น ลาวเป็นรัฐอารักขาของฝรั่งเศส และส่วนหนึ่งของดินแดนอินโดจีนของฝรั่งเศส  

หลังจากที่ลาวตกอยู่ภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่นในระหว่างสงคราม ในช่วงเวลานี้เองที่คนลาวเริ่มต้องการที่จะเป็นประเทศเอกราชมากขึ้น และเกิดขบวนการเรียกร้องเอกราชหลายกลุ่ม หลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ฝรั่งเศสพยายามดับฝันของลาวที่จะเป็นเอกราช  และต้องการที่จะควบคุมลาวในฐานะรัฐอารักขา 

แต่การเรียกร้องเอกราชในอินโดจีนของฝรั่งเศส คือ ลาว เวียดนาม และกัมพูชา รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในปี พ.ศ. 2490 คำไต สีพันดอนเข้าร่วมขบวนการปลดปล่อยแห่งชาติลาวอิสระหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นขบวนการที่ยืนหยัดเพื่อเอกราชของลาว และต่อต้านการกลับมาของฝรั่งเศสอีกครั้ง

ก่อนที่ฝรั่งเศสจะเข้าควบคุมสะหวันนะเขตในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2489 คำไต สีพันดอนได้บุกยึดเงินกองทุนของแขวงทั้งหมด (150,000 เปียสตร์ ซึ่งเป็นค่าเงินของลาวช่วงอาณานิคม) คำไต สีพันดอนได้กลายเป็นเจ้าหน้าที่ของฝ่ายติดอาวุธของขบวนการ และในปี พ.ศ. 2491 ตัวแทนของขบวนการติดอาวุธในภาคใต้ของลาว 

สายสัมพันธ์เวียด-ลาว
หลังจากการแตกแยกของกลุ่มลาวอิสระในปี พ.ศ. 2493 คำไต สีพันดอนก็เข้าเข้าร่วมกับขบวนการ "ปะเทดลาว" ที่เวียดมินห์หนุนหลัง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดสังคมนิยม และผู้นำคนสำคัญของปะเทดลาว ได้แก่ เจ้าสุภานุวงศ์, ไกสอน พมวิหาน, พูมี วงศ์วิจิตร, นูฮัก พูมสะหวัน และคำไต สีพันโดน บุคคลเหล่านี้ต่อมาจะกลายเป็นประธานประเทศ สปป. ลาวทุกคน นั่นคือ  รวมถึงผู้ที่ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานประเทศด้วย

ในปี พ.ศ. 2497 คำไต สีพันดอนได้เป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งอินโดจีน และในปี พ.ศ. 2498 เป็นสมาชิกพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ซึ่งเขาเป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งอินโดจีนต่อมาจะกลายเป็นพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ความเกี่ยวพันที่แนบแน่นระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามกับพรรคประชาชนลาว จะเป็นประเทศให้เป็นปัญหาจนถึงทุกวันนี้ 

ตัวอย่างเช่น ไกสอน พมวิหาน เป็นลูกครึ่งเวียดนาม ได้เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 จนกระทั่งเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2535 ได้รับคัดเลือกในช่วงปี พ.ศ. 2489–47 ขณะเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮานอย  

ทายาทการเมืองของไกสอน
คำไต สีพันดอน ถือเป็นคนสนิทของ ไกสอน พมวิหาน เลขาธิการคนแรกของพรรค ในปี พ.ศ. 2505 และกลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่หน่วยติดอาวุธของปะเทดลาว ในปี พ.ศ. 2509 คำไต สีพันดอนได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ "กองทัพปลดปล่อยประชาชนลาว" ซึ่งต่อสู้กับฝ่ายสนับสนุนของเวียดนามเหนือในสงครามกลางเมืองลาวกับกองทหารของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในลาว ในปี พ.ศ. 2515 คำไต สีพันดอน ขึ้นสู่ตำแหน่งสมาชิกโปลิตบูโรหรือกรมการเมืองของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

หลังจากพรรคประชาชนปฏิวัติลาวยึดครองประเทศลาวได้ในปี พ.ศ. 2518 คำไต สีพันดอนได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรองประธานคณะรัฐมนตรี เขาดำรงตำแหน่งนี้เป็นเวลา 16 ปี  ในปี พ.ศ. 2534 เขากลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของ ไกสอน พมวิหาน ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีลาว หลังจากการเสียชีวิตของ ไกสอน พมวิหาน ที่เป็นเลขาธิการพรรคมานานในปี พ.ศ. 2535 คำไต สีพันดอน ก็ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของพรรค ในตำแหน่งเลขาธิการพรรค และก้าวขึ้นมาเป็นประธานประเทศต่อจาก หนูฮัก พูมสวรรค์ ในปี พ.ศ. 2541

คำไต สีพันดอน ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจนถึงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 แล้ว จูมมะลี ไซยะสอน มาแทนที่เขาตามที่คาดไว้ คำไต สีพันดอน ก้าวลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีหรือประธานประเทศ ไม่นานหลังการเลือกตั้งรัฐสภาในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2549

TAGS: #ຄຳໄຕສີພັນດອນ #คำไตสีพันดอน