'ฮอร์โมนข้ามเพศฟรี' ความหวังดีประสงค์ร้ายของรัฐ ที่ลาก LGBTQ+ ให้โดนรุมประชาทัณฑ์

'ฮอร์โมนข้ามเพศฟรี' ความหวังดีประสงค์ร้ายของรัฐ ที่ลาก LGBTQ+ ให้โดนรุมประชาทัณฑ์

ในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศนี้ ทั้งหญิงและชายข้ามเพศจะได้รับ 'ฮอร์โมนข้ามเพศ' ฟรีเป็นของขวัญจากรัฐบาลและคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)  โดยให้เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง 

แต่หลังจากมีการประกาศออกไป ก็มีเสียงคัดค้านมากมายทั้งจากในรัฐสภาไปจนถึงชาวเน็ตที่มองว่า 'เรื่องนี้ไม่จำเป็น' และสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนมากกว่าคือ เช่น วัคซีนเด็ก การฟอกไต ยาเบาหวาน ยารักษามุ่งเป้ามะเร็ง ซึ่งล้วนแต่เป็นโรคที่คนไทยเป็นกันมาก

ยิ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ สปสช. เพิ่งจะปัดตกข้อเสนอซื้อวัคซีน IPD แจกฟรีให้เด็กทั่วประเทศ ตอนนั้นก็ถูกด่ายับมาแล้วครั้งหนึ่ง มาตอนนี้ผู้คนยิ่งด่าหนักกว่าเดิมเพราะ IPD ยังไม่ได้แต่กลับให้ HRT กันฟรีๆ กับ 'กลุ่มไม่เสี่ยง' เสียแล้ว

บางคนเขาเลยสงสัยว่า สปสช.กับรัฐบาลกำลังใช้อวัยวะส่วนไหนคิดแทนสมอง? เพราะเรื่องจำเป็นเร่งด่วนกลับบอกไม่คุ้ม แต่เรื่องที่ไม่คุ้มกลับสนับสนุน

ผมจะไม่จาระไนหรอกว่าประชาชนเขาด่าว่าอย่างไร เราเห็นๆ กันอยู่ในโซเชียลมีเดีย วันหนึ่งๆ ไม่ใช้น้อยๆ

ขนาดมิตรสหายของผมคนหนึ่งวันๆ ไม่เคยด่าใคร เป็นสุภาพชนที่น่ารักคนหนึ่ง แต่แล้วก็ยังโพสต์ด่า สปสช. 

นี่แสดงว่าเหลืออดจริงๆ 

ผมจะพยายามอธิบายในฐานะสื่อว่าทำไม สปสช. และรัฐบาลจึงเห็นว่า HRT เป็นเรื่องจำเป็น?

ผมใช้คำว่า HRT แทนคำว่า 'ฮอร์โมนข้ามเพศ' เพราะคำนี้ย่อมาจาก Hormone Replacement Therapy หรือ "การรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน" 

แต่เดิมนั้น HRT ใช้กับผู้หญิงวัยทองเสียมาก เพราะเป็นวัยที่หมดฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งเมื่อเกิดภาวะนั้นขึ้นร่างกายจะไม่สู้ดีและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้หญิง จึงต้องใช้ฮอร์โมนหญิงหรือฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทน คือฮอร์โมนหญิงที่สังเคราะห์ขึ้นมา 

HRT ไม่ฟรีต้องเสียเงิน แต่บางประเทศเริ่มมีแคมเปญให้ HRT เป็นบริการฟรี ซึ่งผมเห็นด้วย เพราะผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้วร่างกายจะอ่อนแอลง นี่เป็นปัญหาสุขภาวะจริงๆ 

ต่อมาเมื่อ HRT ถูกใช้ในการห้ามเพศด้วย คือชายแปลงเป็นหญิง (Male to Female หรือ MTF) และหญิงแปลงเป็นชาย (Female to Male หรือ FTM) ทั้งสองกรณีต่างต้องใช้ฮอร์โมทดแทนเพื่อเปลี่ยนร่างกายจากชายเป็นหญิง (ใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน) และหญิงเป็นชาย (ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน) เมื่อได้ฮอร์โมนของแต่ละฝ่ายแล้ว สภาพร่างกายก็จะเปลี่ยนไปให้สมกับที่ต้องการเป็นเพศนั้นๆ 

แน่นอนว่า มันไม่ถึงขั้นเปลี่ยนสภาพร่างกายในระดับโครโมโซม แต่ฮอร์โมนทำให้คนข้ามเพศรู้สึกว่าตนมีเรือนร่างที่ใกล้เคียงกับที่ตนอยากจะเป็นที่สุด 

มาถึงคำถามว่าแล้วมันจำเป็นหรือที่จะต้องให้ฮอร์โมนข้ามเพศกันฟรีๆ?

ก่อนอื่นผมต้องอธิบายก่อนว่า คนที่มีเพศทางชีววิทยาไม่ตรงกับเพศสภาพ เช่น มีร่างกายเป็นชายแต่อยากจะเป็นผู้หญิง ในทางจิตเวชศาสตร์เรียกว่ามีอาการ Gender dysphoria (ความไม่สบายใจในเพศสภาพ) บางครั้งเรียกว่า Gender incongruence (เพศสภาพไม่ตรงกันสภาพร่างกาย) 

แม้การเยียวยา Gender dysphoria จะซับซ้อน แต่มีวิธีหนึ่งที่คนที่เพศสภาพไม่ตรงกับร่างกายเขาทำกันเพื่อเยียวยาความรู้สึกทุกข์ใจนี้ก็คือ การข้ามเพศด้วยฮอร์โมน เพราะบางคนนั้นพอร่างกายเปลี่ยนไปตามฮอร์โมนเพศทื่รับเข้ามาแล้ว ความไม่สบายใจ (dysphoria) ก็จะหายไป 

ความไม่สบายใจนี้ไม่ใช่อารมณ์ประเดี๋ยวประด๋าว แต่เป็นอาการที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ และบางคนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย ดังนั้นนี่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาคุยกันผิวเผินได้ อีกทั้งเรื่องนี้มีการรับรองทางการแพทย์แล้วว่าจะต้องใช้ HRT จึงจะ "รักษา" ได้ เช่น สมาคมวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งประเทศเยอรมนี (AWMF) เผยแพร่แนวทางปฏิบัติในปี 2025 ตอนหนึ่งระบุว่า "ไม่มีทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้วซึ่งไม่ต้องใช้วิธีการทางการแพทย์ในการปรับเปลี่ยนร่างกายสำหรับ [บุคคล] ที่มีความไม่สอดคล้องทางเพศอย่างถาวร"

พูดภาษาชาวบ้านก็คือ Gender dysphoria รักษาวิธีการอื่นไม่ได้ นอกจากเปลี่ยนสภาพร่างกายให้ตรงกับเพศในใจ

อย่างไรก็ตามที่ผมบอกว่า "บางคน" ต้องใช้ HRT รักษาก็เพราะมีคนข้ามเพศจำนวนหนึ่งใช้ HRT แล้วและกลายเป็นเพศสภาพที่ต้องการแล้ว ต่อมากลับรู้สึกเป็น dysphoria กับสภาวะใหม่ของตัวเอง จึงทำการข้ามเพศแบบย้อนกลับ (Detransitioning) นั่นคือ จากเดิมเป็นชายแล้วใช้ฮอร์โมนเป็นหญิง พอเป็นหญิงข้ามเพศแล้วกลับรู้สึกว่า "นี่มันไม่ใช่ตัวตนแท้ๆ ของเรา" จึงกลับมาเป็นชายอีกครั้ง

ตอนนี้เองที่ทำให้ HRT กลายเป็นเรื่องการเมืองขึ้นมา

อาการชักเข้าชักออกของคนข้ามเพศบางคนทำให้รัฐบาลอนุรักษ์นิยมหาเรื่องกวดขันคนกลุ่มนี้ โดยให้หน่วยงานสาธารณสุขเลิกจ่ายฮอร์โมนข้ามเพศให้เยาวชนบ้าง เลิกขายให้ผู้ใหญ่เลยก็มีจนต้องข้ามไปซื้อที่รัฐอื่นหรือประเทศอื่น หรือมลรัฐที่ขวาจัดเอามากๆ ถึงขั้นตั้งศูนย์สนับสนุนการทำ Detransitioning ด้วยซ้ำ

รัฐบาลอนุรักษ์นิยมแบบนี้บอกว่า "พวกคุณไม่ได้ป่วยนี่นา แค่สับสนทางเพศ ดังนั้น Gender dysphoria จึงไม่มีอยู่จริง" ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการทำ HRT

และยิ่งไม่ต้องบอกว่าจะให้ HRT ฟรีๆ กับคนเหล่านี้ 

เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยสองของรัฐบาลทรัมป์นี่เองและแนวคิดกดขี่คนข้ามเพศแบบนี้กำลังกระจายไปทั่วโลก 

ดังนั้น การให้ HRT ฟรีกับคนข้ามเพศจึงกลายเป็นเรื่องการเมืองไปแล้ว โดยมีการลดทอนความร้ายแรงของอาการ Gender dysphoria ให้เป็นเพียงความสับสน ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรักษาเยียวยา

ในไทยเองแม้จะเปิดกว้างมากกว่าประเทศอื่นๆ ในเรื่อง LGBTQ+ แต่ผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยไม่เข้าใจเรื่อง Gender dysphoria เอาเลย มันจึงเป็นเรื่องคาใจประชาชนขึ้นมาเมื่อรัฐบาลและสปสช. ให้ HRT ฟรีกับคนข้ามเพศ

ถ้าถามผม ผมตอบว่าผมเข้าใจความซีเรียสของ Gender dysphoria และเห็นความจำเป็นของ HRT 

แต่ถามว่าต้องฟรีหรือไม่? และควรจะให้ฟรีโดยไม่พิจารณาไตรตรองอะไรเลยนั้น ผมขอตอบว่า "ไม่เห็นด้วยตรงที่ให้ฟรีโดยไม่มีหลักเกณฑ์" 

ผมจึงขอเสนอว่า แนวคิดจะเยียวยา Gender dysphoria นั้นดี โดยมองว่ามันเป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่ง แต่รัฐควรจะกำหนดเกณฑ์การรับ HRT ฟรีด้วย เช่น ผู้รับควรจะได้รับการรับรองแพทย์หรือจิตแพทย์แล้วว่ามีระดับ Gender dysphoria ที่ต้องทำการรับฮอร์โมนจริงๆ ไม่ใช่ว่า อยากจะเป็นเพศตรงข้ามแล้วก็มาขอรับกันง่ายๆ เพราะ "ของฟรีไม่มีในโลก" ของฟรีนั้นควรเป็นสวัสดิการที่อิงกับความจำเป็นจริงๆ 

หากให้ฟรีตามใจชอบ บอกตรงๆ เหมือนกับตบหน้าคนป่วยโรคร้ายแรงที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่จากสปสช. และรัฐบาล

หากจะให้เข้มงวดกว่านี้ก็อาจจะถึงขั้นทำสัญญิงสัญญากันว่าเมื่อรับ HRT แล้วจะไม่ทำการกลับไปเพศเดิมอีก หากทำเช่นนั้นจะต้องชดเชยค่าฮอร์โมนที่รัฐจ่ายไป 

คนข้ามเพศอาจจะด่าผมว่า "เรื่องมาก" และ "กว้างขวางคอ"

แต่ผมเสนอด้วยความเป็นห่วงจริงๆ เพราะเห็นว่าในระยะหลัง ขบวนการ LGBTQ+ เรียกร้องอะไรออกมา มีแต่ทำให้คนในสังคมไทยเริ่มจะหมดความอดทน เช่น ขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็นนางสาว จนทำให้ชายจริงหญิงแท้ในประเทศคัดค้านกันหนัก แต่ LGBTQ+ ก็ยังไม่ยอมรามือ ทำให้แม้แต่ผู้หญิงที่ค่อนข้างเห็นใจ LGBTQ+ กว่าชายเริ่มจะบอกว่า "LGBTQ+ ไม่น่ารักแล้ว เสียดายที่เคยสนับสนุน"

เรื่อง HRT อีกก็เช่นกัน คนมองว่านี่เป็นการหวังผลทางการเมืองของภาครัฐหรือไม่? ดังที่มีการแชร์ข้อความในทำนองว่า "เขาไม่ซื้อวัคซีน IPD ฟรีให้เด็ก เพราะเด็กยังเลือกตั้งไม่ได้ แต่ LGBTQ+ เลือกตั้งได้" 

นั่นหมายความว่าคนทั่วไปเห็นว่า HRT เป็นการซื้อเสียงอย่างหนึ่งแล้ว 

แต่ผมเห็นว่าการมองแบบนี้หยาบไปหน่อย 

เพราะหากภาครัฐจะหวังแบบนั้น ผลที่ออกมามันควรจะตรงกันข้าม เพราะคนที่ภาครัฐหวังให้ใช้ HRT ฟรีมีแค่หลักหมื่น แต่คนที่ไม่ได้ IPD ฟรีนั้นมีหลักล้าน

IPD นั้นแม้จะให้เด็ก แต่เด็กมีผู้ปกครองคือพ่อแม่อันเป็นพลังทางการเมืองทั้งสองเสียง เมื่อภาครัฐละเลยการดูแลสุขภาพของลูกหลานเขา แล้วเสียงทั้งคู่นั้นจะยังเมตตารัฐบาลอยู่หรืออีก?

นี่เป็นดาบแรกที่จะย้อนกลับไปที่ภาครัฐ

ดาบที่สองจะแทงไปที่ประชาคมคนข้ามเพศเอง 

แม้ว่าครั้งนี้ผมไม่เห็นท่าทีที่ดื้อดึงของคนข้ามเพศเหมือนคราวขอเปลี่ยนคำนำหน้า และมีการอธิบายดีๆ ว่าทำไมต้องได้ HRT ฟรี

แต่คำอธิบายเหล่านั้น ไม่มีน้ำหนักเอาเลย

ขนาดผมเองพอจะมีความเข้าใจเรื่องนี้บ้างก็ยังรู้สึกว่า อธิบายข้างๆ คูๆ ไปหน่อย 

ผลที่ตามมาคือสาธารณชนยิ่งเสียความเห็นอกเห็นใจต่อประชาคม LGBTQ+ เพราะคิดว่า "ดึงดัน" และ "เรื่องมาก" 

ไม่เชื่อไปลองอ่านคอมเมนต์ตามข่าวเรื่องฮอร์โมนข้ามเพศฟรีดูได้ 

คนทั่วไปมองว่านี่เป็นเรื่องฟุ่มเฟือยกว่าการเจียดทุนไปรักษาโรคที่เป็นกันทั่วทุกเพศทุกวัย ไม่ต้องถามเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับ Gender dysphoria หรอกครับ คนทั่วไปนั้นไม่ว่าจะประเทศไหน เขาไม่เห็นว่าการข้ามเพศมันเป็นโรค โรคในการรับรู้ของพวกคืออะไรที่จะทำให้คนล้มหมอนนอนเสื่อหรือทำให้ตาย

คนข้ามเพศหรือรัฐจะต้องอธิบายว่า Gender dysphoria มันทำให้ถึงตายได้อย่างไร หากอธิบายไม่ได้ ผมเกรงว่าสังคมจะไม่ยอมรับอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ 

อย่างที่ผมบอก เรื่องนี้กลายเป็นการเมืองไปแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิ

แม้แต่การต่อสู้ด้วยสิทธิของชนชาติกลุ่มน้อยก็ยังถดถอยอย่างหนักในเวลานี้ เพราะกระแสสวนกลับ Woke ที่รุนแรงมากทั่วโลก การต่อสู้เพื่อสิทธิของ LGBTQ+ ก็เจอกับแรงต้านอย่างมากเช่นกัน

แต่ที่ผมเห็นก็คือ แทนที่จะแสวงหาทางออกทางการเมืองที่สมเหตุสมผล ในกลุ่มคนเหล่านี้กลับโพสต์กระแนะกระแหนว่านี่เป็นเพราะ "ขวาผงาด" และ "ชาตินิยมไทยรุนแรง"

ผมได้แต่ขมวดคิ้วแล้วถามผ่านหน้าจอว่า "ชาตินิยมไทยมันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะแม่คุณ?" ไม่ใช่เพราะอยู่ในประเทศที่ใจดีอย่างไทยนี่หรอกหรือถึงได้ฮอร์โมนฟรีกัน?

เป็นประเทศอื่นตอนนี้ แม้แต่ฮอร์โมนซื้อเองก็ยังทำไม่ได้เลย

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better 

Photo - เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2024 นักกิจกรรมคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าสีธงของกลุ่มคนข้ามเพศ ยืนอยู่ด้านนอกอาคารรัฐสภาท้องถิ่น หลังจากการอภิปรายก่อนการอนุมัติกฎหมายที่เรียกว่ากฎหมายเปาลา (Paola Law) ซึ่งกำหนดให้การฆาตกรรมหญิงข้ามเพศเป็นความผิดทางอาญา ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ รัฐสภาของเม็กซิโกซิตี้ได้อนุมัติการปฏิรูปกฎหมายในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งกำหนดให้การฆาตกรรมหญิงข้ามเพศเป็นความผิดทางอาญา และจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 35 ถึง 70 ปี  (Photo by ALFREDO ESTRELLA / AFP)
 

TAGS: #ฮอร์โมนข้ามเพศฟรี #LGBTQ+