"อิสราเอลล้ำเส้น"นี่คือสาเหตุที่อิหร่านและพันธมิตรทำการโจมตีอีกครั้ง

เบื้องหลังสถานการณ์

  • อิหร่านมีพันธมิตรสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลางคือกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในประเทศเลบานอน ซึ่งมีพรมแดนทางตอนใต้ติดกับอิสราเอล การปะทะระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์เกิดขึ้นมายาวนานกว่าการปะทะระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน แต่เมื่อิหร่านกับอิสราเอลพัวพันกันในสงครามครั้งล่าสุด ฮิซบอลเลาะห์ก็กลายเป็นผู้เล่นสำคัญใน "แนวรบ" เลบานอน 
  • โดยการสู้รบระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์เริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม 2023 เพื่อตอบโต้สงครามกาซา ซึ่งนำไปสู่การรุกรานเลบานอนตอนใต้ของอิสราเอลในเดือนตุลาคม 2024  แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงในเดือนพฤศจิกายน 2024 อิสราเอลก็ยังคงโจมตีทางอากาศในเลบานอนเกือบทุกวัน จนเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาได้เปิดฉากสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของฮิซบอลเลาะห์ และลอบสังหารอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เพื่อตอบโต้ ฮิซบอลเลาะห์จึงกลับมาโจมตีอิสราเอลด้วยจรวดอีกครั้ง อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศทั่วเลบานอน รวมถึงเมืองหลวงเบรุต 
  • กองทัพอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอนตอนใต้เมื่อวันที่ 16 มีนาคม และในที่สุดก็ส่งกำลังพล 5 กองพล ฮิซบอลเลาะห์ยิงโดรนและจรวดมากถึง 2,000 ลูกใส่อิสราเอล ขณะที่อิสราเอลทำการโจมตีทางอากาศหลายร้อยครั้งทั่วเลบานอนตอนใต้ เบรุต และหุบเขาเบกา การโจมตีระหว่างสองฝ่ายดำเนินไปพร้อมๆ กับสงครามกับอิหร่าน จนกระทั่งสหรัฐฯ และอิหร่านหารือเรื่องหยุดยิง แต่อิหร่านเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีในเลบานอนเป็นเงื่อนไขสำหรับการหยุดยิงในวงกว้าง ในเดือนเมษายน มีการตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ-อิสราเอล และฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่าพวกเขาก็หยุดการโจมตีเช่นกัน
  • กระนั้นก็ตาม นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ยืนยันว่าการหยุดยิงไม่ครอบคลุมถึงเลบานอน ซึ่งขัดแย้งกับอิหร่านและเชห์บาซ ชารีฟ ผู้ไกล่เกลี่ยชาวปากีสถาน ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการประกาศหยุดยิง อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในสงคราม ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 350 คน เมื่อวันที่ 16 เมษายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศว่าอิสราเอลและเลบานอนตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เมื่อวันที่ 27 เมษายน นาอิม กัสเซม ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ระบุว่ากลุ่มจะไม่กลับไปสู่สถานะก่อนเดือนมีนาคมและจะตอบโต้การโจมตีของอิสราเอล เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม การหยุดยิงได้ขยายออกไปอีก 45 วัน จนกระทั่งทุกอย่างถูกละเมิดอีกครั้ง และทำให้เลบานอนเป็นชนวนการปะทะกันโดยตรงระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านอีกครั้ง


1. การโจมตีที่เกิดขึ้นอีกครั้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลมีสาเหตุมาจาก "แนวรบ" ในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลดำเนินการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แม้ว่าเมื่อเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน อิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ตกลงหยุดยิง โดยอิสราเอลให้คำมั่นว่าจะไม่โจมตีชานเมืองทางใต้ของเบรุต และฮิซบอลเลาะห์ให้คำมั่นว่าจะไม่โจมตีอิสราเอล ภายใต้ข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่มุ่งขยายการหยุดยิงไปยังเลบานอนทั้งหมด และเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน อิสราเอลและเลบานอนตกลงที่จะต่ออายุการหยุดยิง โดยมีสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย และวางแผนที่จะจัดตั้ง "เขตนำร่อง"

2. แต่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงที่ประกาศเมื่อวันก่อน และเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างครอบคลุมและถอนอิสราเอลออกจากเลบานอนทั้งหมด หลังจากนั้นทหารอิสราเอลก็ยังมีปฏิบัติการทหารในเลบานอนต่อไป จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน แม้จะมีข้อตกลงก่อนหน้านี้ว่าจะไม่โจมตีเบรุตตอนใต้ แต่กองทัพอิสราเอลอ้างว่าได้โจมตีเมืองดังกล่าวหลายครั้ง โดยอ้างว่าเป้าหมายคือฐานที่มั่นของฮิซบอลเลาะห์ สื่อของรัฐเลบานอนกล่าวว่าการโจมตีของอิสราเอลในชานเมืองทางใต้ของเบรุตทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คนและบาดเจ็บอีก 11 คน 

3. ในวันเดียวกันนั้น สำนักข่าว AFP รายงานว่าหัวหน้าผู้เจรจาของอิหร่านเตือนว่า การโจมตีทางตอนใต้ของเบรุตโดยอิสราเอล และการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ ที่ดำเนินอยู่ จะจุดชนวนให้เกิดการตอบโต้ ในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา กล่าวหาว่าวอชิงตันให้ "ไฟเขียว" แก่อิสราเอลในการโจมตีเป้าหมายสองแห่งในเมืองหลวงของเลบานอน เขากล่าวว่า การกระทำนี้และการปิดล้อม "ทำให้ฐานทัพและทรัพย์สินของอเมริกาและระบอบ (อิสราเอล) ในภูมิภาคกลายเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม กองกำลังติดอาวุธของเรามีอิสระที่จะดำเนินการได้เสมอ"

4. ในเวลาเดียวกันระหว่างวันที่ 7 ถึงเช้าวันที่ 8 มิถุนายน มีการโจมตีกรุงเบรุตของเลบานอนมากขึ้นเรื่อยๆ และอิหร่านก็เริ่มโจมตีอิสราเอลเป็นการตอบโต้ จนในที่สุดกองบัญชาการทหารส่วนกลางของอิหร่านกล่าวว่า การโจมตีล่าสุดของอิสราเอลในชานเมืองทางใต้ของเบรุตนั้น "ล้ำเส้นทุกอย่าง" และเรียกร้องให้ยุติการรุกคืบในเลบานอน  จากรายงานของสำนักข่าว AFP ฝ่ายอิหร่านชี้ว่า "กองทัพอิสราเอลต้องหยุดการโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอนและชานเมือง และหากขยายการโจมตีไปยังภูมิภาคดังกล่าว หรือตอบโต้การกระทำของอิหร่าน ก็จะต้องเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงและน่าเสียใจยิ่งกว่า" พลเอก อาลี อับดุลลาฮี ผู้บัญชาการกองบัญชาการคาตัม อัล-อันบิยา กล่าว โดยไม่ได้กล่าวถึงการยิงขีปนาวุธที่อิสราเอลอ้างว่าสกัดกั้นได้โดยตรง

5. วันที่ 8 มิถุนายน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน กล่าวว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธต่ออิสราเอลเมื่อคืนวันอาทิตย์เป็นการ "เตือน" หลังจากที่อิสราเอลโจมตีเบรุตในช่วงเช้าวันเดียวกัน และขู่ว่าจะโจมตีในวงกว้างขึ้นหากมีการรุกรานครั้งใหม่"ปฏิบัติการในคืนนี้เป็นการเตือน หากมีการรุกรานเช่นนี้ซ้ำอีก การตอบโต้จะกว้างขวางขึ้นและครอบคลุมเป้าหมายทั้งหมดของสหรัฐฯ และไซออนิสต์ (อิสราเอลและพันธมิตร) ในภูมิภาค" กองกำลังดังกล่าวระบุ (จากรายงานของสำนักข่าว AFP) ด้านอิสราเอล ด้าน อิรักและซีเรียได้ปิดน่านฟ้าของตนเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน หลังจากอิหร่านซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออกได้ยิงขีปนาวุธข้ามดินแดนของทั้งสองประเทศไปยังเป้าหมายในอิสราเอล

6. ในเวลาต่อมาสำนักข่าว AFP รายงานว่า กองทัพอิสราเอลให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน และกล่าวว่าพวกเขาจะยกระดับปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ โฆษกกองทัพ พลจัตวาเอฟฟี่ เดอฟริน กล่าวในแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ว่า “รัฐบาล (อิหร่าน) กำลังพยายามสร้างสมการใหม่ผ่านการโจมตีโดยตรงต่อดินแดนอิสราเอลเพื่อตอบสนองต่อปฏิบัติการของ IDF ในดานิเยห์” และกล่าวว่า “เราโจมตี ดานิเยห์เพื่อตอบโต้การโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งของฮิซบุลเลาะห์ต่อชุมชนทางตอนเหนือของอิสราเอล IDF จะยังคงปฏิบัติการต่อไปทั่วทั้งเลบานอน และจะเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการต่อองค์กรก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์”

7. ด้านพลโท เอียล ซามีร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิสราเอล ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า กองทัพจะโจมตีอิหร่าน "ด้วยกำลัง" ทันทีที่ได้รับคำสั่ง หลังจากที่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ซามีร์กล่าวในแถลงการณ์ขณะประเมินสถานการณ์ว่า"กองทัพอิสราเอลจะโจมตีศัตรูด้วยกำลังทันทีที่ได้รับสัญญาณไฟเขียว" (จากรายงานของสำนักข่าว AFP) ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเมห์รของอิหร่านรายงานว่า "หน่วยงานการบินพลเรือนประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่มุ่งหน้าไปยังสนามบินจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม" ซึ่งเป็นการปิดทำการครั้งล่าสุดของสนามบินนานาชาติโคมัยนี หนึ่งในสองสนามบินที่ให้บริการเมืองหลวง ซึ่งเพิ่งเปิดทำการอีกครั้งในเดือนเมษายนหลังจากปิดทำการไปหลายสัปดาห์เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง

8. สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าเกิดระเบิดในสามเมืองเมื่อวันจันทร์ ขณะที่กองทัพอิสราเอลกล่าวว่ากองทัพอากาศของตนได้โจมตีเป้าหมายในภาคตะวันตกและภาคกลางของอิหร่าน "ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งในเตหะราน ทาบริซ และอิสฟาฮาน" สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลโพสต์ข้อความบน Telegram ขณะที่กองทัพอิสราเอลกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าได้โจมตีเป้าหมายในภาคตะวันตกและภาคกลางของอิหร่าน ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าเกิดระเบิดในเมืองเตหะราน ทาบริซ และอิสฟาฮาน กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลโพสต์ข้อความบน Telegram ว่า "เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของระบอบการปกครองก่อการร้ายอิหร่านในภาคตะวันตกและภาคกลางของอิหร่าน" 

9. ช่วงก่อนเที่ยงในเวลาประเทศไทยของวันที่ 8 มิถุนายน ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลกล่าวว่ากำลังดำเนินการสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมาจากเยเมนโดยกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งเข้าร่วมสงครามในตะวันออกกลางเมื่อเดือนมีนาคมเพื่อสนับสนุนอิหร่าน เคยโจมตีอิสราเอลมาก่อนแล้ว กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลเขียนใน Telegram ว่า "ได้ตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากเยเมนไปยังดินแดนอิสราเอล ระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังดำเนินการสกัดกั้นภัยคุกคามดังกล่าว" นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก AFP ว่ามีดเสียงระเบิดดังขึ้นในนครเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นเขตยึดครองของอิสราเอล

10. กองทัพอิสราเอลทำการโจมตีหนักขึ้น โดยโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในโรงงานปิโตรเคมีแห่งหนึ่งในเมืองมาห์ชาห์ร ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน กองทัพกล่าวแถลงว่า "เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายหลายแห่งในโรงงานปิโตรเคมีในเมืองมาห์ชาห์ร ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน" (AFP) ขณะเดียวกัน อิหร่านทำการโจมตีระลอกที่สองไปยังอิสราเอล ซึ่งอิสราเอลใช้ระบบป้องกันเพื่อสกัดกั้นขีปนาวุธเหล่านั้น

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ควันลอยขึ้นจากจุดที่กองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศในย่านหนึ่งของเมืองไทร์ เมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2026 (Photo by KAWNAT HAJU / AFP)

TAGS: #อิสราเอล #อิหร่าน