คุกเท่านั้น! ผู้บริหารมูลนิธิการกุศลโกงเงินบริจาคหลายล้านนานนับสิบปี เอาไปซื้อบ้านหรูกินอยู่แพง

คุกเท่านั้น! ผู้บริหารมูลนิธิการกุศลโกงเงินบริจาคหลายล้านนานนับสิบปี เอาไปซื้อบ้านหรูกินอยู่แพง

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา  คีธ เทย์เลอร์ (Keith Taylor) ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมูลนิธิ Modest Needs Foundation (หรือ “Modest Needs”) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลแห่งหนึ่ง ถูกตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 8 ปี ในความผิดฐานฉ้อโกงองค์กรการกุศลและผู้บริจาค โดยเขาได้ยักยอกเงินบริจาคหลายล้านดอลลาร์ที่ตั้งใจมอบให้แก่ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ไปใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์หรูในย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน และค่าอาหารมื้อหรูในร้านอาหารราคาแพงที่สุดแห่งหนึ่งของนครนิวยอร์ก นอกจากนี้ เขายังหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเงินได้รัฐบาลกลางเป็นมูลค่ากว่าหนึ่งล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ เทย์เลอร์ได้ให้การรับสารภาพต่อข้อกล่าวหาดังกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2025 

“คีธ เทย์เลอร์ ยักยอกเงินหลายล้านจากองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือครอบครัวผู้มีรายได้น้อย เพื่อนำไปใช้สนองไลฟ์สไตล์หรูหราของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าอพาร์ตเมนต์หรู ค่าอาหารในร้านอาหารยอดนิยมในเมืองกว่า 320,000 ดอลลาร์ และค่าบริการจัดส่งอาหารอีกกว่า 100,000 ดอลลาร์ รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ พฤติกรรมเช่นนี้ถือเป็นจุดสูงสุดของความหน้าซื่อใจคด” เจมี แมคโดนัลด์ อัยการสหรัฐฯ กล่าว “การยักยอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษีของเทย์เลอร์ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลายความไว้วางใจของผู้ที่เชื่อมั่นในพันธกิจขององค์กรการกุศลแห่งนี้ ซึ่งส่งผลให้บุคคลและครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง ไม่ได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็นไป” 

ในช่วงประมาณปี ค.ศ. 2002 เทย์เลอร์ได้ก่อตั้ง "Modest Needs" ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลประเภท 501(c)(3) โดยใช้รูปแบบการระดมทุนจากสาธารณชน (crowd-sourcing) เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในการชำระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุด ภารกิจขององค์กรคือการให้ความช่วยเหลือทางการเงินระยะสั้นแก่บุคคลและครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ ซึ่งต้องเผชิญกับวิกฤตหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่พวกเขาไม่สามารถรับภาระเองได้

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 เป็นต้นมา เทย์เลอร์ได้ยักยอกเงินกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์จากองค์กรการกุศลและผู้บริจาค โดยนำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายส่วนตัวอย่างฟุ่มเฟือย เทย์เลอร์มักไปรับประทานอาหารในร้านหรูหราหลายแห่งในนครนิวยอร์ก เช่น Per Se, Jean-Georges, Masa และ Marea บางครั้งไปใช้บริการบ่อยถึงวันละสองครั้ง โดยใช้เงินขององค์กรการกุศลไปกับร้านอาหารและร้านสเต็กในนครนิวยอร์กรวมแล้วกว่า 320,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ เงินบริจาคยังถูกนำไปจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์หรูบนชั้นที่ 30 ของตึกระฟ้าแห่งหนึ่งในย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน เป็นเงินกว่า 300,000 ดอลลาร์ อีกทั้ง เทย์เลอร์ยังนำเงินขององค์กรการกุศลไปซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพง จ่ายค่าบริการจัดส่งอาหารกว่า 100,000 ดอลลาร์ และชำระค่ารักษาพยาบาลส่วนตัวของตนเอง ทั้งยังโอนเงินขององค์กรการกุศลกว่า 270,000 ดอลลาร์เข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ส่วนตัวโดยตรง รวมถึงนำเงินจากบัญชีธนาคารขององค์กรการกุศลไปใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ อยู่เป็นประจำอีกด้วย

เทย์เลอร์ยังคงฉ้อโกงองค์กร Modest Needs และบรรดาผู้บริจาคอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะถูกจับกุมในคดีนี้เมื่อเดือนมิถุนายน 2024 แล้วก็ตาม ทั้งที่เขาอ้างว่าได้ลาออกจาก Modest Needs และไม่ควรมีสิทธิ์เข้าถึงบัญชีธนาคารขององค์กรอีกต่อไป แต่เทย์เลอร์กลับยังคงนำเงินของ Modest Needs ไปใช้จ่ายส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าเช่าอพาร์ตเมนต์หรู ซึ่งเป็นการละเมิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างรอการพิจารณาคดีในคดีนี้

เทย์เลอร์พยายามปกปิดการยักยอกเงินบริจาคด้วยการสร้างคณะกรรมการบริหารปลอมขึ้นมา โดยอ้างว่าคณะกรรมการชุดนี้ได้อนุมัติการใช้จ่ายส่วนตัวของเขาและทำหน้าที่กำกับดูแลองค์กร ทั้งนี้ เทย์เลอร์ได้นำชื่อของคนรู้จักมาแอบอ้างระบุว่าเป็นกรรมการบริหารในแบบแสดงรายการภาษีและบนเว็บไซต์ขององค์กร โดยบุคคลเหล่านั้นมีทั้งบาร์เทนเดอร์ เพื่อน และพนักงานทำความสะอาดบ้านของเขา ซึ่งไม่มีใครเคยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเลยแม้แต่ครั้งเดียว และไม่ทราบด้วยซ้ำว่าชื่อของตนถูกนำไปใส่ไว้บนเว็บไซต์หรือในเอกสารภาษีขององค์กรในฐานะกรรมการบริหาร

ในช่วงเวลาอย่างน้อยตั้งแต่ปีปฏิทิน 2017 ถึง 2024 เทย์เลอร์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและไม่ได้ชำระภาษีจากรายได้หลายล้านดอลลาร์ที่ได้รับมาจากองค์กรการกุศลแห่งนี้ ส่งผลให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงการชำระภาษีเงินได้รัฐบาลกลางไปได้เป็นมูลค่ากว่าหนึ่งล้านดอลลาร์

นอกจากโทษจำคุกแล้ว เทย์เลอร์  วัย 59 ปี จากนครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก ยังถูกตัดสินให้รับโทษคุมประพฤติเป็นเวลา 3 ปี พร้อมทั้งถูกสั่งให้ส่งมอบทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเป็นเงินจำนวน 3,118,237 ดอลลาร์ และให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 4,144,645 ดอลลาร์

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by LOIC VENANCE / AFP

TAGS: #โกงเงินบริจาค