สื่อกัมพูชาจี้'ฮุน มาเนต'ต้องกล้าออกมาอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของ'เกาะกูด'

สื่อกัมพูชาจี้'ฮุน มาเนต'ต้องกล้าออกมาอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของ'เกาะกูด'

สำนักข่าว VOD ซึ่งเป็นสื่อฝ่ายค้านของกัมพูชามีรายงานเรื่อง "บทวิเคราะห์: กลไก UNCLOS จะสามารถนำมาใช้ได้หรือไม่ หากฮุน มาแณตไม่กล้าออกมาอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของเกาะกูดอย่างชัดเจนเสียก่อน?" เนื้อหาของบทความเรียกร้องให้กัมพูชาดเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องใช้ท่าทีที่หนักแน่นและเด็ดขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องอธิปไตยกับไทยเหนือเกาะกูด (กัมพูชาเรียกว่า ​កោះ​គុត​) และการกำหนดเขตแดนทางทะเล โดยเน้นย้ำว่าการกำหนดเขตแดนทางบกที่ชัดเจนเป็นสิ่งจำเป็นเบื้องต้นสำหรับการกำหนดเขตแดนทางทะเลที่ยั่งยืนและโปร่งใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเขตแดนของกัมพูชาไม่เพียงแต่กับไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเวียดนามด้วย

ผู้เขียนบทความเน้นย้ำว่า รัฐบาลกัมพูชาต้องเร่งดำเนินการและเด็ดขาดในการยืนยันสิทธิอธิปไตยเหนือเกาะกูด นี่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งก่อนที่จะพิจารณาเรื่องการกำหนดเขตแดนทางทะเล

ผู้เขียนบทความกล่าวหาว่า ประเทศไทยใช้กลยุทธ์ทางการทูตเชิงป้องกันและถ่วงเวลาโดยการใช้คณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) เป็นตัวประกันเพื่อกดดันกัมพูชา และการอ้างสิทธิ์เขตแดนทางทะเลของไทยตั้งแต่ปี 1973 ถูกอธิบายว่าอ่อนแอเมื่อเทียบกับหลักการกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศสมัยใหม่

บทความยังวิเคราะห์ในเชิงกล่าวหาว่าประเทศไทยลดความสำคัญของกระบวนการ UNCLOS โดยมองว่าเป็นเพียงการปรึกษาหารือมากกว่าการเจรจาที่มีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อแบ่งปันทรัพยากร

บทความยังอ้างว่าการประกาศฝ่ายเดียวของไทยที่อ้างสิทธิ์อธิปไตยเหนือเกาะกูดเป็นการละเมิดสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 1907 ซึ่งยกเกาะกูดครึ่งหนึ่งให้แก่กัมพูชาและประเทศไทยยังคัดค้านการใช้กลไกการไกล่เกลี่ยแบบบังคับของกัมพูชาอย่างเปิดเผย และปฏิเสธที่จะรวมการเจรจาเรื่องทรัพยากรพลังงานเข้าในกระบวนการดังกล่าว

ดังนั้น บทความจึงแนะนำว่า กัมพูชาต้องปฏิเสธวัฒนธรรมทางการทูตของไทยที่ประนีประนอมทางการเมืองภายในประเทศ และเลือกที่จะจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านเขตแดนทางทะเลระดับสูงที่เป็นอิสระ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์เป็นบุคลากร และกะมพูชาต้องทำการคำนวณเส้นฐานที่เข้มงวดภายใต้หลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อเปิดเผยการละเมิดของไทย และชี้ว่าต้องทำให้การคำนวณเส้นฐานทางทะเลเป็นอิสระโดยปราศจากการประนีประนอมที่ทำลายผลประโยชน์ของชาติเพื่อเอาใจประเทศเพื่อนบ้าน

บทความยังแนะนำให้ยุติการเจรจาแบบทวิภาคีลับๆ ที่เคยสร้างความเสียเปรียบให้กับกัมพูชามาโดยตลอด และดำเนินกลยุทธ์ทางการทูตแบบพหุภาคี โดยแสวงหาการสนับสนุนจากมหาอำนาจและประเทศสมาชิกอาเซียน

ผู้เขียนชี้ว่า กัมพูชาต้องรักษาความชัดเจนว่าการเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลและผลประโยชน์ด้านพลังงานต้องไม่แยกออกจากกัน เนื่องจากเร่งรีบเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยปราศจากอธิปไตยที่ชัดเจนนั้นมีความเสี่ยงทางยุทธศาสตร์

ความเข้มแข็งของรัฐบาลในการกำหนดเขตแดนทางบกของเกาะกูดเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความจงรักภักดีต่อบูรณภาพแห่งชาติ การใช้การพัฒนาเศรษฐกิจหรือสันติภาพในภูมิภาคเป็นข้ออ้างในการประนีประนอมอธิปไตยนั้นเท่ากับการละทิ้งรากฐานของชาติเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น

กัมพูชาไม่ควรคาดหวังว่าไทยจะปฏิบัติตามกลไกของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลโดยง่าย เนื่องจากประวัติศาสตร์ของไทยที่เต็มไปด้วยลัทธิชาตินิยมสุดโต่งและความขัดแย้งทางดินแดนในอดีต เช่น ข้อพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหารในปี 1962

ผู้เขียนแนะนำว่า ความลังเลหรือความกลัวที่จะใช้กลไกระหว่างประเทศอย่างเต็มที่นั้นเสี่ยงต่อการเสียเปรียบอย่างถาวรภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทหารของไทย และแม้ว่าไทยจะปฏิเสธคำตัดสินของศาลระหว่างประเทศ กัมพูชาต้องยืนหยัดในการใช้กระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขภาพลักษณ์เชิงลบของความอ่อนแอและเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

กัมพูชาต้องหลีกเลี่ยงการทำซ้ำ "การทูตฉันพี่น้อง" ที่มุ่งรักษาอำนาจของพรรคหรือครอบครัวโดยแลกกับอธิปไตยของชาติ

บทความสรุปว่ากลยุทธ์ที่พึ่งพาอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลเพียงอย่างเดียวโดยปราศจากจุดยืนที่แน่วแน่เกี่ยวกับอธิปไตยเหนือเกาะกูดจะส่งผลให้เกิดละครทางการเมืองที่ไร้ความหมาย

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - Hun Mane's Facebookt/Cambodia maritime claim map
 

TAGS: #กัมพูชา #เกาะกูด