เอกอัครราชทูตจีนสรุปผลการเยือนจีนของนายกฯ อนุทินประสบความสำเร็จงดงาม "อนาคตความสัมพันธ์จีนและไทยสดใสมาก" 

เอกอัครราชทูตจีนสรุปผลการเยือนจีนของนายกฯ อนุทินประสบความสำเร็จงดงาม

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้จัดงานแถลงข่าวสรุปผลการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย จะจัดงานแถลงข่าวสรุปผลการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย

ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได่้เป็นผู้กล่าวสรุปผลการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีอนุทินในครั้งนี้ พร้อมกับเปิดเผยรายละเอียดการประชับความสัมพันธ์ในแง่มุมต่างๆ ไปจนถึงแสดงวิสัยทัศน์ความสัมพันธ์จีน-ไทยในอนาคต

ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีอนุทิน ได้รับการเชื้อเชิญจากนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง ของจีน ซึ่งการเยือนจีนครั้งนี้แม้จะเป็นครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีอนุทิน แต่ก็ประสบความสำเร็จอันงดงาม ได้รับคำชื่นชมจากทุกภาคส่วน แลได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างในสื่อโซเชียลมีเดียของจีน

การเยือนตครั้งนี้เป็นการเยือนระดับสูงเพื่อวางแผนการพัฒนาจีนไทยในอนาคต โดยนายกรัฐมนตรีอนุทินได้กล่าวที่จีนว่า "ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์กับจีน กระชับการแลกเปลี่ยนระดับสูง ขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในทุกมิติ และทำให้มั่นใจว่าความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วน ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยและจีนจะก่อให้เกิดประโยชน์ แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น"

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนได้กล่าวว่า "จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทยเป็นลำาดับต้นๆ ในการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน และจีนเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาได้มาโดยตลอดของไทย ทั้งสองฝ่ายควร เสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันในเชิงยุทธศาสตร์ เสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ร่วมกัน รับมือกับความท้าทาย เร่งสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน สนับสนุนกระบวนการพัฒนา ประเทศให้ทันสมัยของทั้งสองประเทศ และมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการส่งเสริมสันติภาพ และถียรภาพ การพัฒนา และความแจเชิญรุ่งเรืองในภูมิ จีนสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาลไทย ชุดใหม่ให้รถามอื่น ทั้งสองฝ่ายอมตายกระซับการแลกเปลี่ยนระดับสูง ไม้กลไกการสนทนาเชิงยุทธศาสตร์ "2+2" ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมได้เกิดประโยชน์ และผลักดันความร่วมมือเชิง ยุทธศาสตร์ให้ก้าวไปอีกระดับ"

ด้านนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงได้หารืออย่างเป็นทางการกับนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้ง เกี่ยวกับการเสริมสร้างการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนา การดำเนิน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและอุตสาหกรรม และการ กระชับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มีแถลงการณ์ร่วมเพื่อมุ่งสู่ประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตแห่ง ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน โดยฝ่ายจีนจะให้การสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาลไทยชุดใหม่ให้ราบรื่น

ฝ่ายไทยยืนยันคำมั่นอันแน่วแน่ต่อนโยบายจีนเดียว รวมทั้งสนับสนุนการรวม ชาติอย่างสันติ และจะไม่สนับสนุนการเรียกร้องใด ๆ เรื่องเอกราชของได้หวัน

ฝ่ายไทยชื่นชมและยินดีต่อ ข้อริเริ่มระดับโลกทั้งสี่ประการ ที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงเสนอ

ฝ่ายไทยสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการที่จีนเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขต เศรษฐกิจเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ ประจำปี 2569 และหวังว่า "ปีแห่งเอเปค ของจีน" จะประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม

ฝ่ายไทยยังยินดีกับการริเริ่มของจีนในการจัด ตั้งองค์การปัญญาประดิษฐ์โลก และแสดง ความตั้งใจที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและธรรมาภิบาลด้าน ปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกกับจีน

 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะ :

  • ส่งเสริมความร่วมมือในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่มีคุณภาพสูง เร่งดำเนินการโครงการสำคัญๆ เช่น ทางรถไฟจีน-ไทย
  • ปรับปรุงการอำนวยความสะดวกในการชำระเงินข้ามพรมแดนและการชำระเงินด้วย สกุลเงินท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น
  • ขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมเกิดใหม่และแนวหน้า เช่น การบินและอวกาศ ยานยนต์พลังงานใหม่ และพลังงานสะอาด โดยจีนยินดีที่จะช่วยเหลือไทยในการ ยกระดับอุตสาหกรรมของตน
  • ต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามพรมแดน เช่น การพนันออนไลน์และการฉ้อโกงทาง โทรคมนาคมอย่างเด็ดขาด และปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั้งสอประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

ภายใต้การเป็นพยานร่วมกันของนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง และนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล หน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจจากทั้งสองประเทศได้ลงนามใน เอกสารความร่วมมือ 15 ฉบับ

ทั้งนี้ เอกสารความร่วมมือ 15 ฉบับ ครอบคลุมหลากหลายสาขา รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ อุดมศึกษา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า สาธารณสุข เกษตรกรรม ทรัพยากรน้ำ นิวเคลียร์ฟิวชั่น ระบบน่าทางเป่ยโด่ว การสำรวจอวกาศ ห้วงลึก ทรัพย์สินทางปัญญา และความร่วมมือด้านสื่อ และมีเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งในประเทศไทย ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกรมประชาสัมพันธ์

นอกจากนี้ ในแง่ของการธำรงกลไกระเบียบโลก ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการรักษาระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนหลักและ ระเบียบระหว่างประเทศบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

การเสริมสร้างความร่วมมือและการประสานงานภายในกลไกพหุภาคี เช่น สหประชาชาติ เอเปค ความร่วมมือจีน-อาเซียน และความร่วมมือลุ่มแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง

รักษาระบบการค้าพหุภาคีแบบเปิดกว้างและยึดตามกติกา และเสริมสร้างความร่วมมือภายใน กลไกทางเศรษฐกิจและการค้าพหุภาคี เช่น องค์การการค้าโลก แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี -เจ้าพระยา - แม่โขง

ฝ่ายไทยยังขึ้นชมและยินดีต่อข้อริเริ่มระดับโลกทั้งสี่ประการของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่มีต่อพหุภาคีนิยม ฝ่ายไทยแสดงความสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำาเขตเศรษฐกิจเอเปค ประจําปี ค.ศ. 2026 ของจีนอย่างเต็มที่

ฝ่ายจีนสนับสนุนการเสนอตัวของประเทศไทยเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดตั้งสำนักงาน ใหญ่ของศูนย์ให้ค่าปรึกษาเพื่อระงับข้อพิพาทด้านการลงทุนระหว่างประเทศภาย ใต้คณะกรรมาธิการด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศของสหประชาชาติ

ทั้งสองฝ่ายยังยึดมั่นในความเป็นแกนกลางของอาเซียนท่ามกลางบริบทของภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และจะเสริมสร้างความร่วมมือภายในกรอบ ความร่วมมือล้านช่าง-แม่โขง เพื่อสร้างประชาคมล้านช้าง-แม่โขงที่มีอนาคต ร่วมกันเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง

ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราทูตจีนประจำประเทศไทย ยังชี้ว่าการเยือนจีนครั้งนี้ สามารถสรุปได้เป็นไฮไลท์สามประการ กล่าวคือ

ประการแรก การกระชับความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อก้าวสู่อนาคต

ความร่วมมือด้าน AI เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของการเยือนครั้งนี้ ตามค่าเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลได้เข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก 2026 ที่เซี่ยงไฮ ณ ที่ประชุมนั้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้อธิบายอย่างละเอียดและเป็น ระบบเกี่ยวกับจุดยืนและแนวคิดด้านนโยบายของจีนเกี่ยว กับการพัฒนาและธรรมาภิบาลของปัญญาประดิษฐ์ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของจีนในการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการผนึกพลังความคิดและการกระชับความร่วมมือระหว่างทุกฝ่าย ส่งเสริมการพัฒนา AI ระดับโลกที่เป็นประโยชน์ และครอบคลุม และนำภูมิปัญญาของจีนมาใช้ในการรับมือกับความท้าทายร่วมสมัยของธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ ระดับโลก

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงยังประกาศว่า ในอีกห้าปีข้างหน้า จีนจะจัดโอกาสการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับ AI จํานวน 5,000 คนสำหรับประเทศกำลังพัฒนา และจะจัดตั้งศูนย์ประยุกต์ใช้ AI ระหว่างประเทศสำหรับอาเซียนและองค์กรอื่นๆ ระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการ เร่งด่วนของประเทศไทยในด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบุคลากรเป็นอย่างมาก

ในการกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลได้กล่าวชื่นชมอย่างสูงต่อการมีส่วนร่วม ที่สำคัญของจีนในการส่งเสริมธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก โดยกล่าวว่าการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ควรอยู่บนพื้นฐานของหลักการสามประการ ได้แก่ การคุ้มครองประชาชน ปลดปล่อยศักยภาพ และร่วมกัน สร้างความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดริเริ่มของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ว่า “อัจฉริยะเพื่อความดี ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ปลอดภัยและควบคุมได้” ทั้งจีนและไทยยึดมั่นในความเปิดกว้าง และความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน ลดช่องว่างทางดิจิทัลผ่านความร่วมมือพหุภาคี และร่วมกันสร้าง ระบบธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผล

ประการที่สอง เราจะยังคงขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า จีน-ไทยต่อไป

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลเข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจและการค้าจีน-ไทย และพิธีเปิดสำนักงานการลงทุนในสถานกงสุลใหญ่ไทยประจำเฉิงตู โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงศักยภาพของภาคตะวันตกของจีนและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-ไทยที่มีอยู่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดขนาดใหญ่ในภาคตะวันตกของจีนจะช่วยขยายตลาดสำหรับสินค้าไทยที่ส่งออก ไปยังจีนให้กว้างขึ้น โดยมณฑลเสฉวนช่วยให้สินค้าเกษตรสดแช่แข็งของไทย (ทุเรียน ลำไย) ชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา และผลิตภัณฑ์อื่นๆ สามารถขนส่งไปยังภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของจีนและไปยังยุโรปได้โดยตรงอย่างรวดเร็ว

ระหว่างการเยือนมณฑลเสฉวน นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลยังได้พบปะแบบตัวต่อตัวกับบริษัทจีนที่ มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น บริษัท Changan Automobile, Xiaomi Group, Meituan Technology, New Easun Technology, Accelink Technologies และสายการบิน Sichuan Airlines โดยมีบริษัทสี่ แห่งได้แสดงแผนการลงทุน 70,000 ล้านบาทในประเทศไทยในปีนี้ และคาดว่าจะสร้างงานใหม่หลายหมื่นตำแหน่งให้กับประเทศไทย ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าด้านการลงทุนระหว่างจีนและ ไทยที่แข็งแกร่งนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจอย่างมากให้กับทุกภาคส่วน

ประการที่สาม รายละเอียดต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างจีนและไทยอย่างชัดเจน

นายกรัฐมนตรีอนุทินและภริยาได้เดินทาง ไปสักการะศาลเจ้าอู่โหวในเมืองเฉิงตู และในการประชุมเศรษฐกิจและการค้าจีน-ไทย นายกรัฐมนตรีอนุทินกล่าวด้วยภาษาจีน คล่องแคล่วว่า "ไทยสู้ๆ เสฉวนสู้ๆ จีนสู้ๆ เพื่อนสู้ๆ" ซึ่งได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้อง ไฟทั่วทั้งห้อง

ในงานเลี้ยงต้อนรับที่จัดโดยนายกรัฐมนตรีหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีอนุทินได้ร้องเพลง จีน "เถียนมีมี่" ซึ่งได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้อง กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทย เพลงนี้ที่เป็นที่คุ้นเคยของประชาชนทั้งสองประเทศ ได้แสดงถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างกัน ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย กล่าวว่า "เราเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนและ ไทยจะก้าวเข้าสู่ยุคที่หวานชื่นยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนอย่างแน่นอน"

ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราทูตจีนประจำประเทศไทย แสดงวิสัยทัศน์ของความสัมพันธ์จีน-ไทย ว่า ปีนี้เป็นปีเริ่มดันของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน ซึ่งไม่เพียงแต่ กำหนดแผนแม่บทการพัฒนาของจีนเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณความร่วมมือที่ชัดเจนไปยังทั่วโลก การพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูงของจีนจะนำมาซึ่งโอกาสในการพัฒนาของ ประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย ในบริบทนี้ การเยือนของนายกรัฐมนตรีอนุทินครั้งนี้เป็นการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนระดับสูงระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และเป็นการ วางแผนใหม่เพื่อเร่งสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน ในขณะเดียวกัน การพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูงของจีนและการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนาของจีน-ไทยอย่างลึกซึ้ง จะช่วยเติมพลังใหม่ให้กับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศ และจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและประชาชนมากยิ่งขึ้น

"ผมเชื่อมั่นว่าอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยสดใสมาก และโอกาสความร่วมมือระหว่างสองประเทศกว้างขวางมาก การลงทุนและความร่วมมือทางอุตสาหกรรมของจีนกับไทยนั้นเป็น ความร่วมมือแบบการก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน เพื่อผลประโยชน์และชัยชนะร่วมกัน เรามีความเชื่อมโยงและพึ่งพาอาศัยกันอย่างแยกไม่ออก และร่วมกันขยาย "เค้ก" ผลประโยชน์ให้ใหญ่ขึ้น" ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย กล่าว

ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย กล่าวต่อไปว่า จีนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยมา 13 ปีติดต่อกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การลงทุนคุณภาพสูงจำนวน มากของจีนในด้านรถยนต์พลังงานใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานสะอาด ไม่เพียงแต่นำเงินทุน เทคโนโลยี การจ้างงาน และรายได้ภาษีให้กับประเทศไทยเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือห้ประเทศไทยได้ยกระดับการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญ และเป็นผู้นำในการพัฒนา อุตสาหกรรมในภูมิภาค ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์พลังงานใหม่ ผู้ผลิตรถยนต์จีน เช่น BYD, Great Wall Motors และ SAIC ได้ลงทุนสร้างโรงงาน สร้างห่วงโซ่อุปทาน และฝึกอบรมแรงงานท้องถิ่นใน ประเทศไทย ช่วยให้ประเทศไทยเปลี่ยนเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาค

ในสุนทรพจน์เปิดงาน นายกรัฐมนตรีอนุทินกล่าวว่า การที่วิสาหกิจจีนเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทยจะน่ามาซึ่งเทคโนโลยีขั้นสูงและห่วงโซ่อุดสาหกรรม ส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและเศรษฐกิจของ ประเทศไทย เพิ่มการจ้างงานและรายได้ให้แก่ประชาชนชาวไทย และเพิ่ม รายได้ภาษีของประเทศ รัฐบาลไทยจะต้อนรับนักลงทุนชาวจีนด้วยความยินดี และสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎหมาย และอำนวยความสะดวกแก่วิสาหกิจจีน เจ้าหน้าที่รัฐจะให้บริการที่ดีแก่ภาคธุรกิจ และนักลงทุนสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น 

"ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนและไทย และความพยายามร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคมของทั้งสองประเทศ มิตรภาพและความร่วมมือระหว่างจีนและไทยจะก้าวหน้าไปอย่างรอบด้าน หลากหลายมิติ และลึกซึ้ง และความสัมพันธ์ทวิภาคีจะ ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ยิ่งกาลเวลาผ่านไปก็ยิ่งแน่นแฟ้น เพื่อนสื่อมวลชนทุกๆ คนมีหน้าที่สำคัญในการเผยแพร่มิตรภาพระหว่างจีนและไทย ผมหวังว่าท่านจะเชื่อมั่น ในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทย เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างจีนและไทยมากขึ้น เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าที่เป็นประโยชน์ร่วมกันมากขึ้น และแสดงความคิดเห็นเชิงบวกมากขึ้น เพื่อจีน-ไทยที่สดใสมากขึ้น" ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย กล่าว

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by Handout / ROYAL THAI GOVERNMENT / AFP
 

TAGS: #เอกอัครราชทูตจีน