สิงหาฯนี้เตรียมรับแรงกระแทกจากปรากฏการณ์'เอลนีโญ' และครั้งนี้อาจไม่เหมือนครั้งก่อน

สิงหาฯนี้เตรียมรับแรงกระแทกจากปรากฏการณ์'เอลนีโญ' และครั้งนี้อาจไม่เหมือนครั้งก่อน

สำนักข่าว AFP ได้พูดคุยกับ วิลฟราน มูฟูมา โอเกีย (Wilfran Moufouma Okia) หัวหน้าฝ่ายพยากรณ์สภาพอากาศขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ซึ่งคาดว่าสภาวะเอลนีโญที่ทำให้โลกร้อนขึ้นจะเกิดขึ้นก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของสภาพภูมิอากาศนี้ คาดว่าจะทำให้เกิดสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนที่รุนแรงมากขึ้น ตามที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกของสหประชาชาติ (WMO) ระบุ แม้ว่าความรุนแรงของมันจะยากที่จะคาดการณ์ได้ในขณะนี้

เราคาดหวังอะไรได้บ้าง? 
มูฟูมา โอเกีกล่าวว่า เอลนีโญมีผลทำให้โลกร้อนขึ้นชั่วคราว และถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นในเขตร้อน แต่ก็ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก

“เมื่อเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ คาดว่าจะเกิดภัยแล้งในแอฟริกาตะวันตก เขตซาเฮล แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เขากล่าว

“ในทางกลับกัน ภูมิภาคอื่นๆ จะมีปริมาณน้ำฝนมาก เช่น ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคแปซิฟิกเขตร้อน ดังนั้น ภูมิภาคต่างๆ จะมีปฏิกิริยาต่อปรากฏการณ์นี้แตกต่างกัน”

มูฟูมา โอเกีย เน้นย้ำว่า เอลนีโญไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่มีปฏิสัมพันธ์กับปรากฏการณ์สภาพอากาศอื่นๆ ซึ่งสามารถเพิ่มหรือลดความรุนแรงของมันได้

“ตามการคาดการณ์ของเรา เราจะเห็นปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงตั้งแต่ระดับปานกลางถึงรุนแรง” เขากล่าว

“แต่สิ่งสำคัญคือต้องเน้นย้ำว่าปรากฏการณ์เอลนีโญแต่ละครั้งนั้นไม่เหมือนกัน บางคนอาจคิดว่าเอลนีโญที่อ่อนแอจะไม่มีผลกระทบใดๆ แต่ความคิดนั้นผิด ขึ้นอยู่กับประเทศและบริบท ผลกระทบอาจรุนแรงพอๆ กับเหตุการณ์ที่รุนแรง”

ประเทศต่างๆ พร้อมหรือยัง?
มูฟูมา โอเกีย กล่าวว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) จะส่งข้อมูลการค้นพบไปยังประเทศต่างๆ และหน่วยงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติ แต่เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องปรับปรุงข้อมูลนั้นในระดับท้องถิ่น

เขาหวังว่าประเทศต่างๆ จะนำข้อมูลดังกล่าวไปพิจารณาในการเตรียมรับมือกับปรากฏการณ์เอลนีโญ

“แบบจำลองของ WMO สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ถึงหกเดือน ดังนั้นเราหวังว่าประเทศต่างๆ จะมีเวลาเตรียมตัว” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม บางครั้งผลกระทบก็เกินกว่าความสามารถของประเทศที่จะรับมือได้ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในช่วงเอลนีโญครั้งล่าสุดระหว่างปี 2023 ถึง 2024

“ในครั้งนั้น ปริมาณน้ำฝนในปานามาลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อคลองปานามา และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกด้วย” เขากล่าว

ประเทศต่างๆ ร่วมมือกันเรื่องสภาพอากาศหรือไม่?
มูฟูมา โอเกีย กล่าวว่า มีความคืบหน้า โดยประเทศต่างๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเอลนีโญกันมากขึ้น

“จำนวนผู้เสียชีวิตในปี 2023-2024 น้อยกว่าปี 1997 ดังนั้นเราจึงสามารถสันนิษฐานได้ว่าประเทศต่างๆ เตรียมพร้อมได้ดีขึ้น หรือได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ในอดีต” เขากล่าว

ประเทศต่างๆ เข้าใจถึงความจำเป็นในการแบ่งปันข้อมูล และ “แม้แต่ประเทศที่อยู่ในความขัดแย้ง” ก็กำลังร่วมมือกัน หัวหน้าฝ่ายพยากรณ์สภาพอากาศกล่าว

“ในการพยากรณ์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอีกด้านหนึ่งของโลก คุณจำเป็นต้องมีข้อมูลจากอีกด้านหนึ่ง”

ทั้งนี้ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) กล่าวเมื่อวันอังคารว่า มีโอกาส 80% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะทำให้โลกร้อนขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง

ขณะเดียวกัน โอกาสที่เอลนีโญจะเกิดขึ้นภายในเดือนพฤศจิกายนนั้น "ใกล้เคียงหรือสูงกว่า 90%" และแบบจำลองการพยากรณ์ส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นว่ามันจะเป็น "อย่างน้อยระดับปานกลาง และอาจรุนแรง" WMO ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสภาพอากาศและภูมิอากาศของสหประชาชาติกล่าว

Agence France-Presse

Photo - วิลฟราน มูฟูมา-โอเกีย หัวหน้าฝ่ายบริการพยากรณ์อากาศขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ชี้ไปที่กราฟที่แสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ณ สำนักงานใหญ่ WMO ในเจนีวา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 (Photo by FABRICE COFFRINI / AFP)

TAGS: #เอลนีโญ