ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟแต่ท่าเรือเท็กซัสคึกคัก หลังทรัมป์เริ่มโกยน้ำมันจากเวเนซุเอลามาป้อนสหรัฐฯ

ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟแต่ท่าเรือเท็กซัสคึกคัก หลังทรัมป์เริ่มโกยน้ำมันจากเวเนซุเอลามาป้อนสหรัฐฯ

เรือบรรทุกสินค้าเต็มไปด้วยคนงานสวมหมวกนิรภัยที่ท่าเรือฮิวสตัน คือเรือลำล่าสุดของสหรัฐฯ ที่มุ่งหน้าไปยังเวเนซุเอลา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกข้อจำกัดเพื่อเพิ่มการผลิตน้ำมันในประเทศที่ประสบวิกฤต

มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ทำให้เวเนซุเอลาอ่อนแอมานานหลายปี แต่รัฐบาลของทรัมป์ได้ทำงานร่วมกับประธานาธิบดีรักษาการ เดลซี โรดริเกซ หลังจากโค่นล้มผู้นำเผด็จการ นิโคลัส มาดูโร

รัฐบาลวอชิงตันใช้กลยุทธ์ทั้งให้รางวัลและลงโทษกับโรดริเกซ โดยยกย่องเธอที่ต้อนรับบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ แต่ในขณะเดียวกันก็ขู่เวเนซุเอลาว่าจะลงโทษหากไม่ให้ความร่วมมือ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ท่าเรือฮูสตัน เครนได้ยกบรรทุกรถบรรทุก เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และเครื่องจักรขึ้นบนเรือที่ชื่อ Roibeira เพื่อเตรียมออกเดินทางไปยังเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นเรือลำที่สองจากบริษัทขนส่งสินค้า International Frontier Forwarders  ที่มุ่งหน้าไปยังเวเนซุเอลา

เกร็ก ดิแอซ เจ้าของบริษัทชาวเวเนซุเอลา-อเมริกัน กล่าวว่า มีสินค้าอยู่บนเรือมากกว่า 8,500 ลูกบาศก์เมตร เทียบเท่ากับตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 120 ตู้

“ก่อนหน้านี้ เราต้องใช้เวลาหกถึงแปดเดือนในการสะสมสินค้าให้เพียงพอที่จะส่งไปเวเนซุเอลา” เขากล่าวกับสำนักข่าว AFP

“แต่ตอนนี้ ภายใน 20 วัน เราสามารถดำเนินการตามคำสั่งซื้อให้เต็มความจุเรือ และเดินทางไปเวเนซุเอลาเพื่อส่งมอบสินค้าได้ทันที”

เขากล่าวว่า ความต้องการดังกล่าวมาจากบริษัทเอกชนในเวเนซุเอลาที่ลงทุนอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เลยในสมัยของมาดูโร

'ความฝันของเวเนซุเอลา'
เวเนซุเอลาเคยเป็นผู้จัดหาน้ำมันดิบรายใหญ่ให้กับสหรัฐอเมริกา และมีปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก โดยมีมากกว่า 303,000ล้านบาร์เรล ตามข้อมูลของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันโลกอย่างโอเปก

ซึ่งคิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณสำรองน้ำมันทั่วโลก

แต่ในปี 2024 เวเนซุเอลาผลิตน้ำมันดิบได้เพียงประมาณหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของปริมาณสำรองทั่วโลก อุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศตกต่ำลงเนื่องจากการลงทุนที่ไม่เพียงพอ การบริหารจัดการที่ผิดพลาด และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ มาหลายปี

ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อกองกำลังสหรัฐฯ จับกุมมาดูโร ผู้นำสังคมนิยมของเวเนซุเอลา ในปฏิบัติการโจมตีที่กรุงการากัสเมื่อวันที่ 3 มกราคม

โรดริเกซ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีภายใต้มาดูโร ได้รับการยอมรับจากทรัมป์ให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของมาดูโร โดยมีเงื่อนไขว่าเธอต้องยอมทำตามข้อเรียกร้องของวอชิงตันในการเข้าถึงน้ำมันของเวเนซุเอลา

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันต่อเวเนซุเอลาที่ใช้มานานเจ็ดปีแล้ว และออกใบอนุญาตให้บริษัทข้ามชาติจำนวนหนึ่งสามารถดำเนินงานในประเทศได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ

ในการกล่าวสุนทรพจน์เรื่องสถานการณ์ของประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ ได้รับน้ำมันจากเวเนซุเอลามากกว่า 80 ล้านบาร์เรล โดยกล่าวถึงประเทศนี้ว่าเป็น "เพื่อนและหุ้นส่วนใหม่ของเรา"

แต่ถึงแม้สหรัฐฯ จะกระตือรือร้น บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งยังคงระมัดระวังอยู่

"ผมคิดว่าการเมืองในเรื่องนี้กำลังดำเนินไปเร็วเกินไปหน่อย" ฮอร์เก ปิโนน นักวิจัยจากสถาบันพลังงานแห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส กล่าวกับเอเอฟพี

“ทุกคนยินดีที่จะลงนาม” ในการประชุมที่ทำเนียบขาวกับผู้บริหารบริษัทน้ำมันเมื่อเดือนมกราคม “ยกเว้นเอ็กซอน ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่มีความกล้าที่จะพูดว่า ‘เราต้องการการรับประกัน’”

ปิโนนกล่าวว่าไม่มีความเร่งด่วนจากฝ่ายอเมริกันที่จะฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกและมีปริมาณสำรองที่มั่นคง

ในขณะนี้ อุตสาหกรรมน้ำมันสนใจกายอานา บราซิล และแม้แต่บริเวณอ่าวเม็กซิโกมากกว่า

ปิโนนกล่าวเสริมว่า บริษัทน้ำมัน “ต้องดูสภาพโครงสร้างพื้นฐาน” ในเวเนซุเอลาก่อน

ความไม่มั่นคงทางการเมืองเป็นอีกหนึ่งข้อกังวล

“ถ้าหากในอีกสองปีหรือสามปีข้างหน้า เวเนซุเอลามีการเลือกตั้งเสรี และรัฐบาลใหม่เปลี่ยนกฎเกณฑ์อย่างกะทันหันล่ะ?” เขากล่าว

ที่ท่าเรือฮิวสตัน เกร็ก ดิแอซยังคงมองโลกในแง่ดี

“มันน่าทึ่งมาก เพราะเราไม่ได้แค่ช่วยบริษัทขุดเจาะน้ำมันของอเมริกาเท่านั้น แต่ยังช่วยบริษัทเอกชนของเวเนซุเอลาในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซให้สามารถซื้อแท่นขุดเจาะคุณภาพสูงที่ผลิตในสหรัฐฯ ได้ด้วย” เขากล่าว

“นอกจากนี้ เรายังช่วยบริษัทขนาดกลางถึงขนาดเล็กและผู้ประกอบการที่ตอนนี้สามารถซื้อเครื่องจักรได้ ไม่ว่าจะเป็นเพียงชิ้นเดียวหรือสั่งซื้อจำนวนมาก และทำให้ความฝันของชาวเวเนซุเอลาเป็นจริงได้”

Agence France-Presse

Photo - คนงานคนหนึ่งกำลังทำงานอยู่บนเรือโรไบเอรา ซึ่งแล่นอยู่ภายใต้ธงชาติโปรตุเกส ขณะที่บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล ฟรอนเทียร์ ฟอร์เวิร์ดเดอร์ส อิงค์ กำลังบรรทุกอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซเพื่อส่งไปยังเวเนซุเอลา ที่ท่าเรือฮิวสตัน รัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 คนงานสวมหมวกนิรภัยจำนวนมากกำลังทำงานอยู่บนเรือบรรทุกสินค้าที่ท่าเรือฮิวสตัน ซึ่งเป็นเรือของสหรัฐฯ ลำล่าสุดที่มุ่งหน้าไปยังเวเนซุเอลา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกข้อจำกัดเพื่อเพิ่มการผลิตน้ำมันในประเทศที่ประสบวิกฤต มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ทำให้เวเนซุเอลาอ่อนแอมานานหลายปี แต่รัฐบาลของทรัมป์ได้ทำงานร่วมกับประธานาธิบดีรักษาการ เดลซี โรดริเกซ หลังจากโค่นล้มผู้นำเผด็จการ นิโคลัส มาดูโร วอชิงตันใช้กลยุทธ์ทั้งให้รางวัลและลงโทษกับโรดริเกซ โดยยกย่องเธอที่ต้อนรับบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ แต่ในขณะเดียวกันก็ขู่ว่าจะใช้ความรุนแรงหากเธอไม่ให้ความร่วมมือ (Photo by RONALDO SCHEMIDT / AFP)

TAGS: #เวเนซุเอลา #น้ำมัน