ไม่ใช่แค่ตระกูลฮุน แต่ยังมี'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช'อีกหนึ่งตัวปัญหาที่รัฐบาลไทยชุดใหม่ต้องระวังให้ดี

ไม่ใช่แค่ตระกูลฮุน แต่ยังมี'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช'อีกหนึ่งตัวปัญหาที่รัฐบาลไทยชุดใหม่ต้องระวังให้ดี
วิเคราะห์วิธีคิดของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลฮุน ซึ่งไม่เป็นคุณกับฝ่ายใดทั้งไทยและกัมพูชา

สัปดาห์นี้มีความเคลื่อนไหวสองเรื่องจากฝ่ายกัมพูชาที่คนไทยควรทราบ คือการที่ฝ่ายค้านกัมพูชาได้ยื่นหนังสือต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ผ่านทางทนายความระหว่างประเทศเพื่อให้เอาผิดไทยที่ทำการโจมตีทางอากาศและการยิงปืนใหญ่จนสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนกัมพูชา 

คำร้องเรียนต่อ ICC ที่ยื่นโดย 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' (រដ្ឋាភិបាលកម្ពុជាឯករាជ្យ)  ระบุว่ามีสองฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ ได้แก่ รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน โดย 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช'  ระบุว่า รัฐบาลและกองทัพไทยต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงคราม เนื่องจากได้โจมตีเป้าหมายพลเรือนอย่างไม่เลือกเป้าหมาย รวมถึงสถานที่สาธารณะและวัดเขมรโบราณหลายแห่ง เช่น ปราสาทพระวิหารและปราสาทตาควาย

ส่วนรัฐบาลกัมพูชาของฮุน เซน ต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมต่อพลเรือน เพราะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ใช้พลเรือนเป็นโล่ห์มนุษย์ในระหว่างสงครามชายแดนกับไทย และยังกล่าวหารัฐบาลกัมพูชาว่าค้ามนุษย์และกักขังผู้คนในศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐ ทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าหมายของการทิ้งระเบิด "ที่ผิดกฎหมาย" โดยฝ่ายไทย

โดยสรุปก็คือ 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' ฟ้องดะทั้งไทย กองทัพไทย และรัฐบาลฮุน ย่อมแสดงว่ากลุ่มนี้เป็นปรปักษ์กับทั้ง 2 ฝ่าย

'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' คือพวกไหน?

พวกนี้คือกลุ่มของ สม รังสี (សម រង្ស៊ី) แกนนำฝ่ายค้านของกัมพูชานั่นเอง ซึ่งตอนนี้ลี้ภัยในต่างแดน มีชื่อเต็มว่า 'ราชรัฐาภิบาลเอกราชย์เขมร 23 ตุลา' (រាជរដ្ឋាភិបាលឯករាជ្យខ្មែរ ២៣ តុលា) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568

สม รังสี และพวกฝ่ายค้านกัมพูชาถูกรัฐบาลฮุนไล่ล่าจนต้องลี้ภัยในต่างแดน แล้วก็อุปโลกน์ตัวเองเป็น 'รัฐบาลกัมพูชา' ขึ้นมาโดยเติมคำว่า 'เอกราช' (ឯករាជ្យ) เข้าไป ผมคาดว่า คำๆ นี้มีนัยเพื่อจะประกาศว่ารัฐบาลของฝ่ายตรงข้ามกับพวกฮุนนั้น ไม่ได้เป็น "ขี้ข้า" ของต่างชาติ โดยเฉพาะเวียดนาม หรือพวก 'ยวน' (យួន) อย่างที่คนเขมรเรียกกัน ซึ่งสม รังสีและพรรคพวกชี้ว่าเป็น 'ลูกพี่' ที๋ฮุน เซนต้องเชื่อฟัง 

'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' จึงมีแนวคิดชาตินิยมอยู่กลายๆ แต่เป็นชาตินิยมเฉพาะกาล เพราะปั่นขึ้นมาเพื่อที่จะโจมตีรัฐบาฅฮุนโดยเฉพาะ ไม่ได้สร้างความรักชาติในหมู่ชาวเขมร ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นชาตินิยมที่เอาเพื่อนบ้านเป็นศัตรู

ใครที่คิดรัฐบาลฮุนชั่วร้ายแล้วในแง่ของการมักจะปั่นให้ไทยเป็นศัตรูเพื่อปลุกระดมรักรัฐบาลฮุน พวก 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' นี่ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะไม่เพียงเล่นงาน 'ยวน' แต่ยังโจมตีพวก 'เซียม' ( សៀម หรือสยาม) ด้วย เหลือแต่ 'ลาว' แล้วล่ะมั้งที่พวกนี้ไม่ปั่นสร้างกระแสความเกลียดชิง 

กับเรื่องยวนหรือชาวเวียดนามนั้นถือเป็นประเด็นที่ สม รังสี ถนัดเป็นพิเศษ เพราะตั้งแต่ก่อนหนีออกจากประเทศเขาก็พยายามปลุกให้คนเชื่อว่าพวกฮุนเป็นหุ่นเชิดให้พวกเวียดนาม ถึงขั้นยกแผ่นดินให้ และปล่อยให้พวกยวนเข้ามาปักหลักในกัมพูชาอย่างอิสระ 

ในขณะที่พวกฮุนมักเน้นปลุกกระแสให้ไทยเป็น 'โจรสยาม' (ចោរសៀម) พวกฝ่ายค้านกัมพูชาก็จะปลุกกระแสเกลียดยวน

ความเกลียดไทยและเวียดนามนั้นเป็นเพราะเหตุผลทางประวัติศาสตร์ สาเหตุสำคัญมาจากผู้ปกครองของกัมพูชามักทำสงครามกลางเมืองแย่งชิงอำนาจกันเอง พอสู้ไม่ได้ฝ่ายหนึ่งก็จะไปขอให้เวียดรามช่วย ฝ่ายหนึ่งก็จะขอให้ไทยช่วย พอสองประเทศเข้ามาก็ยุให้ตีกัน พอสองประเทศนี้ปักหลักเพื่อคุมเชิงในกัมพูชา ก็บอกว่าเป็นพวกมหาโจรปล้นแผ่นดิน

ดังนั้นพวกเขมรจึงไม่ไว้ใจเวียดนามและเกรงกลัวไทย 

สม รังสีก็มีวิธีคิดแบบนี้เช่นกัน ดังที่เขาเขียนและเอ่ยถึงเรื่องยวนและเซียมบ่อยๆ 

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่า 'ยวน' และ 'เซียม' ที่คนเขมรใช้เรียกชาวเวียดนามและไทยใสนปัจจุบันถือเป็นคำเรียกในเชิงดูหมิ่น ไทยเราเองแม้จะไม่ติดใจอะไรที่ใครจะเรียกเราว่า 'สยาม' เพราะมันเป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้ง แต่พวกชนชาติอื่นที่เกลีดยและกลัวไทยมักจะเรียกเราว่า 'สยาม' โดยมีนัยด้านลบ ในภาษาเขมรก็เช่นกัน ดังนั้น ในระยะหลังรัฐบาลกัมพูชา (ซึ่งในแง่นี้ก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง) จึงไม่เรียกไทยว่าเซียมและเรียกว่าไทยอันเป็นชื่อทางการ

ส่วน 'ยวน' ก็เช่นกันเป็นคำที่มีนัยด้านลบในแง่ของการดูแคลน คนเขมรเองก็ทราบกี แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติก็ทราบดี แต่สม รังสี ซึ่งมักจะใช้คำว่า 'ยวน' เพื่อตีวัวกระทบคราด (ตีเวียดนามกระทบฮุน เซน) อ้างว่าคำๆ นี้ไม่ได้มีนัยด้านลบอะไร เขากล่าวไว้ว่า 

"ผมได้อธิบายให้ชาวต่างชาติที่ติดตามสถานการณ์ในกัมพูชาฟังว่า คำว่า 'ยวน' ที่ใช้เรียกชาวเวียดนามในปัจจุบันนั้น ไม่มีนัยยะเชิงลบ และชาวกัมพูชาใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ตัวอย่างเช่น สุภาษิตที่ว่า 'เซียมไม่ทิ้งเล่ห์เหลี่ยม ยวนไม่ละการเสแสร้ง' ไม่สามารถเปลี่ยนเป็น 'เซียมไม่ทิ้งเล่ห์เหลี่ยม ยวนไม่ละการเสแสร้ง' ได้ มีแต่ชาวต่างชาติที่ไม่รู้เรื่องหรือผู้ที่ถูกหลอกลวงโดยโฆษณาชวนเชื่อของพรรคประชาชนกัมพูชาเท่านั้นที่เข้าใจผิดว่าคำว่า 'ยวน' มีความหมายเชิงลบหรือเป็นการเหยียดเชื้อชาติ อย่างไรก็ตาม องค์กรทหารรับจ้างต่างชาติบางแห่งก็รู้วิธีใช้คำนี้เช่นกัน"

สม รังสีอ้างว่าไม่มีเจตนาที่จะดูหมิ่นทางเชื้อชาติ แต่ภาษิตเขมรที่ยกมาอ้างว่าตน "บริสุทธิ์ใจ" หาได้สะท้อนความเป็นสุภาพชนไม่ เพราะการบอกว่า  'เซียมไม่ทิ้งเล่ห์เหลี่ยม ยวนไม่ละการเสแสร้ง' (សៀមមិនចោលក្បួន វៀតណាមមិនចោលពុត) แม้จะเป็นภาษิตเขมร แต่มันบอกว่าคนเขมรที่คิดและคนเชมรที่อ้างประโยคนี้มองไทยและเวียดนามเป็นศัตรู

ผมถึงบอกนักบอกหนาว่า คนไทยอย่าไปคาดหวังว่าสม รังสีจะเป็นตัวตายตัวแทนรัฐบาลฮุนได้ เอาจริงๆ จะเป็นตัวปัญหาเสียยิ่งกว่าอีก เพราะมีวิธีคิดที่ไทยมองเพื่อนบ้านเป็นศัตรู ดังที่เราเห็นแล้วว่า 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' ทำอะไรเลอะเทอะอย่างไปฟ้อง ICC ว่าไทยก่ออาชญากรรมต่อชาวเขมร แต่ไม่ได้แหกตามองว่าพวกรัฐบาลเขมรนั้นฆ่าพลเรือนคนไทยไปเท่าไร?

อย่าว่าแต่จะเป็น 'เอกราช' เลย เป็นวิญญูชนคนที่มีความเห็นอกเห็นใจต่อมนุษย์ด้วยกันก็ยังยาก

ส่วนการฝันจะเป็น 'รัฐบาลกัมพูชา' ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะโครงสร้างอำนาจของเมืองเขมรไม่เปิดโอกาสให้คนตีฝีปากแต่ไร้อิทธิพลพวกนี้เข้าไปมีบทบาท โครงสร้างอำนาจนั้นจะเปิดโอกาสเฉพาะตระกูลการเมืองที่ควบคุมกัมพูชาพร้อมๆ กับพวกฮุนเท่านั้น 

ดังนั้น เมื่อ 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' ไม่มีทางที่จะเป็นใหญ่ด้วยวิธีปกติ หนทางเดียวก็คือต้องปลุกให้คนเขมรเห็นว่าตนมีความสำคัญกว่าโดยโหน 'ชาตินิยมอันชั่วร้าย' นั่นคือการทำให้เพื่อนบ้านเป็นปีศาจ และทำทีเป็นว่ามีอำนาจฟ้อง ICC  

พวกนี้จะเป็นปัญหาต่อรัฐบาลใหม่ของไทยหรือไม่? ตอบว่าเป็นความรำคาญมากกว่า แต่รำคาญมากๆ ก็อาจทำให้เราอยู่ไม่สุขได้เหมือนกัน 

เพราะอะไร?

เพราะพวกนี้จะฟ้อง ICC และองค์การระหว่างประเทศ แม้จะไม่อาจดำเนินการใช้เต็มที่ แต่ก็จะสามารถทำลายภาพลักษณ์ไทยได้ และยิ่งหากรัฐบาล (ใหม่) ไม่เอาใจใส่หรือมองไม่เป็นว่าเป็นภัยคุกคาม ในระยะยาวพวกนี้จะทำให้คนกัมพูชายิ่งเกลียดไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นเหตุปัจจัยของการเผชิญหน้ากันในอนาคตอีก 

ไม่ว่าพรรคพวกไหนที่ทำให้คนกัมพูชาระแวงไทย เกลียดไทย และเห็นไทยเป็นโจรหรือบอกว่า "เซียมไม่ทิ้งเล่ห์เหลี่ยม" พวกนี้จะปล่อยเลยตามเลยไม่ได้ 

การที่พวกสื่อในเครือข่ายรัฐบาลฮุนเรียกพวกนี้ว่าเป็น "ชนกบฎชาติ 3 ชั่วรุ่น" (ជនក្បត់ជាតិ ៣ជំនាន់) จึงไม่ได้หมายความว่า "ศัตรูของศัตรู "จะเป็นมิตรกับไทยเสมอไป 

ในกรณีของฝ่ายค้านกัมพูชา รัฐบาลไทยไม่ว่าจะชุดไทยควรเพ่งเล็งในฐานะภัยคุกคามเอาไว้ก่อน

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better 

Photo - ทหารไทยและสมาชิกสื่อมวลชนเยี่ยมชมพื้นที่ใกล้ชายแดนกัมพูชา ใกล้กับอุทยานประวัติศาสตร์สด็อกก๊กทอม ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 (Photo by ANTHONY WALLACE / AFP)

TAGS: #กัมพูชา #สมรังสี