บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน Whoscall เดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านแคมเปญ “ไหว้ล่ะ โหลดเถอะ จะได้รับสายถูก!” ภายใต้แนวคิด “รับสายจริง ตัดสายโจร” ใช้กลยุทธ์การตลาดที่นำภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนไทยแต่ละภูมิภาคมาเป็นเครื่องมือสื่อสาร เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ก่อนรับสาย โดยสร้างยอดเข้าชมบนโซเชียลมีเดียรวมเกือบ 22 ล้านครั้ง ภายในสัปดาห์แรกหลังเปิดตัว
แคมเปญดังกล่าวพัฒนาร่วมกับ SOUR Bangkok เอเจนซีโฆษณาอิสระสัญชาติไทย โดยเริ่มจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่มักเลือกตัดสายเมื่อมีหมายเลขที่ไม่รู้จักโทรเข้ามา เนื่องจากกังวลว่าจะเป็นมิจฉาชีพ แต่ในอีกมุมหนึ่ง พฤติกรรมดังกล่าวอาจทำให้พลาดการติดต่อที่สำคัญจากไรเดอร์ส่งสินค้า บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ให้บริการต่างๆ Whoscall จึงนำเสนอแนวคิดให้ผู้บริโภครู้ก่อนว่าใครโทรมา เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะรับสายหรือตัดสาย

สำหรับกลยุทธ์การสื่อสาร แคมเปญเริ่มต้นด้วยภาพยนตร์โฆษณาที่นำเสนอผู้คนจากหลากหลายอาชีพ ซึ่งมักถูกเข้าใจว่าเป็นเบอร์แปลก มายกมือไหว้ขอให้ประชาชนดาวน์โหลด Whoscall ก่อนขยายกิจกรรมสู่พื้นที่จริงผ่าน 2 รูปแบบ ได้แก่ “หุ่นไหว้ไล่โจร” ที่นำหุ่นไล่กามาประยุกต์เป็นสื่อเตือนภัยในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมข้อความภาษาถิ่น 4 ภาคและ QR Code สำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และ “รถไล่โจรพุ่มพวง” ที่เปลี่ยนรถขายกับข้าวให้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ พร้อมแจกอาหารกว่า 20 รายการ รวมวันละ 700 ถุง โดยใช้ข้อความเล่นคำจากชื่อวัตถุดิบเพื่อสร้างการจดจำแคมเปญ
นอกจากนี้ Whoscall ยังขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการถูกลูกค้าตัดสาย เนื่องจากไม่รู้จักหมายเลขโทรศัพท์ เช่น Flash Express, โรงพยาบาลกรุงเทพ, บขส., SILKSPAN, Kashjoy และ KINTO รวมถึงพันธมิตรรายอื่น ๆ ผ่านการมอบโค้ดใช้งาน Whoscall Premium เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ก่อนรับสาย
ผลตอบรับในช่วงสัปดาห์แรกพบว่า แคมเปญมียอดเข้าชมรวมเกือบ 22 ล้านครั้ง แบ่งเป็น Facebook และ Instagram รวม 18,020,644 ครั้ง YouTube 2,614,616 ครั้ง และ TikTok 1,336,508 ครั้ง นอกจากนี้ ยังได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศ โดยสถานีโทรทัศน์ FTV News ของไต้หวันนำแคมเปญไปนำเสนอในฐานะโฆษณาจากแบรนด์สัญชาติไต้หวันที่ได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดียในประเทศไทย
"ฐิตินันท์ สุทธินราพรรณ" ผู้อำนวยการหัวหน้าฝ่ายการตลาดโกลบอล บริษัท โกโกลุก กล่าวว่า การสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องมิจฉาชีพจำเป็นต้องปรับให้เข้ากับบริบทของแต่ละพื้นที่ เนื่องจากพฤติกรรม ภาษา และวิถีชีวิตของผู้บริโภคแตกต่างกัน บริษัทจึงเลือกใช้เรื่องราวที่คนไทยคุ้นเคยมาเป็นเครื่องมือสื่อสาร เพื่อเปลี่ยนความสนใจจากแคมเปญให้กลายเป็นการใช้งานจริง
.jpg)
ขณะที่ "มนประภา รัตนกนกพร" หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัญหาการไม่รับสายเบอร์แปลกไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้รับสาย แต่ยังรวมถึงผู้ให้บริการที่จำเป็นต้องติดต่อกับลูกค้าเพื่อส่งสินค้า นัดหมาย หรือให้บริการต่างๆ การร่วมมือกับพันธมิตรจึงเป็นอีกแนวทางในการขยายการรับรู้และสร้างความมั่นใจในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้บริโภคกับผู้ให้บริการ
ความสำเร็จของแคมเปญสะท้อนการใช้กลยุทธ์ Local Marketing ผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับประเด็นทางสังคม โดยนำอินไซต์ผู้บริโภคมาพัฒนาเป็นคอนเทนต์ที่เข้าถึงคนแต่ละกลุ่ม พร้อมต่อยอดการสื่อสารผ่านพันธมิตรและกิจกรรมในพื้นที่จริง เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน