กรุงไทย ประเมินเงินบาทยังมีความเสี่ยงผันผวนทั้งสองทิศทาง จับตาดอลลาร์สหรัฐฯ ผลเลือกตั้งกลางเทอม และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ชี้แนวรับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3 พ.ย.) ที่ระดับ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากราคาปิดวันก่อนที่ 33.76 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 33.68-33.78 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทได้รับแรงหนุนจากความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ราคาทองคำฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทยังมีข้อจำกัดจากการกลับมาแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ เดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.5 จุด สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าที่ 33.65-33.85 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมเตือนความเสี่ยง Two-way risk จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลางและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor กดดันดัชนี Nasdaq ลดลง 1.1% และ S&P500 ลดลง 0.5% ขณะที่ Dow Jones ปรับขึ้น 0.4% ส่วนตลาดหุ้นยุโรป STOXX600 เพิ่มขึ้น 0.4% ด้านบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 4.86-4.93%
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเลือกตั้ง Midterms ของสหรัฐฯ รายงานยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) และยอดคำสั่งซื้อภาคโรงงาน รวมถึงผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ซึ่งตลาดคาดว่าอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
ในระยะสั้น เงินบาทมีแนวต้านสำคัญที่ 33.75-33.85 บาทต่อดอลลาร์ หากทะลุระดับดังกล่าวมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์
ส่วนแนวโน้มระยะกลาง Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคาดว่าเงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้น จากกระแสเงินทุนที่อาจได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวและแนวโน้มการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของ FED อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นจนดันราคาพลังงานสูงต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อและทำให้เงินบาทเผชิญความเสี่ยงอ่อนค่าได้