ก.อุตฯ ใช้ภาษีคุม EV นำเข้า ยึดเกณฑ์ Local Content หนุน SME ปรับตัวสู่ไฮเทค

ก.อุตฯ ใช้ภาษีคุม EV นำเข้า ยึดเกณฑ์ Local Content หนุน SME ปรับตัวสู่ไฮเทค
รมว.อุตฯ เสนอแนวทางปรับขึ้นภาษี EV นำเข้าทั้งคัน สร้างความเท่าเทียมให้ผู้ลงทุนตั้งโรงงานในไทย พร้อมใช้เกณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศ ลดหย่อนภาษี หวังอุ้ม SME ไทยปรับตัวสู้ยุค EV Disruption

ที่จ.อุดรธานี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เผย กระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ คณะรัฐมนตรี  (ครม.) ถึงมาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่านโยบายปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคัน นั้นเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเร่งเข้ามาตั้งโรงงานและทำการผลิตภายในประเทศไทย 

ซึ่งการใช้ภาษีสรรพสามิตจะเข้ามาช่วยชดเชย (Offset) สิทธิประโยชน์ทางภาษีนำเข้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมและป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศต้องเสียเปรียบผู้ที่นำเข้ารถยนต์เข้ามาจำหน่ายทั้งคัน

ทั้งนี้ ภาครัฐยึดหลักการดูแลผู้ประกอบการและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เดิม โดยเฉพาะค่ายรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่ร่วมสร้างและพัฒนาเศรษฐกิจไทยมานานหลายสิบปีจนมั่นคง ซึ่งในยามที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Disruption) ภาครัฐจะไม่ยึดหลักได้ใหม่แล้วลืมเก่าแต่จะจับมือร่วมกันหาทางออกและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเดิมอย่างรอบด้าน

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ที่มีชิ้นส่วนประมาณ 20,000–30,000 ชิ้นต่อคัน มาสู่รถยนต์ไฟฟ้าที่มีชิ้นส่วนลดลงเหลือเพียงหลักพันชิ้น หากเน้นการนำเข้าตัวรถหรือชิ้นส่วนจากต่างประเทศทั้งหมด จะส่งผลกระทบให้ห่วงโซ่อุปทานและผู้ผลิต SME ในไทยต้องล่มสลาย 

ภาครัฐจึงนำระดับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) มาเป็นเงื่อนไขทางภาษี โดยยิ่งผู้ผลิตใช้ Local Content ในสัดส่วนที่สูงขึ้น อัตราภาษีก็จะยิ่งถูกลง ซึ่งปัจจุบันรถยนต์บางรุ่นในท้องตลาด เช่น รถกระบะ มิตซูบิชิ (Mitsubishi) มีการใช้ Local Content เกินกว่า 60% และในบางรุ่นสูงถึง 70–80%

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวทางเร่งยกระดับผู้ประกอบการ SME ไทยที่มีจุดแข็งด้านความแม่นยำในการผลิต (Precision Manufacturing) ให้สามารถปรับบทบาท (Pivot) ไปสู่การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (High-tech Industry) เช่น การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และแผ่นเวเฟอร์ (Wafer) ความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานไทยยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติ

โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนจากไต้หวันซึ่งเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้วประมาณ 65,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างเตรียมลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 20,000 ล้านบาท และมีเป้าหมายขยายการลงทุนในอนาคตอีกเกือบ 100,000 ล้านบาท 

ขณะเดียวกัน ภาครัฐได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและหารือร่วมกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน

TAGS: #ภาษีสรรพสามิต #ภาษีนำเข้า #รถยนต์ไฟฟ้า #รถEVอุตสาหกรรม #EV