ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่ใช้ชื่อว่า Nomad ซึ่งทำงานให้กับ Prusa ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติสัญชาติเช็ก และทำหน้าที่ดูแลระบบเครือข่ายที่บ้านของพ่อแม่ผ่านทางไกล โพสต์สิ่งที่น่าตื่นตกใจที่เขาพบด้วยตนเองลงบนในบัญชี Nomad ที่แพลตฟอร์ม X
สิ่งที่เขาค้นพบก็คือ เครื่องชงกาแฟแบรนด์ Keurig ที่ผลิตโดย Keurig Dr Pepper บริษัทในอเมริกาเหนือซึ่งเขาติดตั้งไว้ในบ้านของพ่อแม่ได้ทำการอัพโหลดข้อมูลตั้ง 1 เทราไบต์ในเวลาแค่ 10 วันทำให้เขาต้องถอดปลั๊กเครื่อง Keurig ในทันที
ทั้งนี้ Nomad ตรวจพบปริมาณการรับส่งข้อมูลดังกล่าวในขณะที่ช่วยดูแลระบบเครือข่ายภายในบ้านของพ่อแม่ผ่านระบบตรวจสอบ UniFi ของ Ubiquiti โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 เขาได้โพสต์เรื่องนี้ลงบนแพลตฟอร์ม X พร้อมทั้งแท็กบัญชีของ Keurig เพื่อสอบถามว่าเหตุใดเครื่องชงกาแฟจึงมีการรับส่งข้อมูลในปริมาณมากเช่นนั้น
"ผมทำงานสายไอทีมานานกว่า 10 ปีแล้ว และเพิ่งย้ายมาทำงานที่ Prusa ได้ไม่นาน ผมลองตรวจสอบเรื่องนี้ดูแล้ว พบว่ามันมีการส่งข้อมูลออกไปถึง 1TB จริง แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ได้หลุดออกไปนอกเครือข่ายของผม ซึ่งน่าจะเป็นบั๊กของตัวอุปกรณ์เอง มันทำให้แบนด์วิดท์ของ Access Point ผมเต็มจนใช้งานไม่ได้เลย ซึ่งแย่มาก" Nomad กล่าว
ขณะที่ผู้ใช้งาน X คนอื่นๆ แสดงความเห็นในทำนองสงสัยว่าทำไมจึงมีการกินหน่วยความจำมากมายขนาดนั้น โดย Μіkkο Ρіkаrіnеn บอกว่า "ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและผู้คลั่งไคล้ IoT (Internet of Things device) แต่ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเครื่องชงกาแฟถึงต้องเชื่อมต่อกับเครือข่ายด้วยซ้ำ
นอกจากความกังวลเรื่องการใช้ IoT จนล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังมีความกังวลเร่ื่องภาคธุรกิจที่กำลังใช้ AI ล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วย
ในช่อง Darren Francis News ของ Facrbook Tiktok ซึ่งวิเคราะห์เรื่องเศรษฐศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงบทวิเคราะห์ข่าวและบทวิเคราะห์การเงิน แสดงทัศนะเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ถ้าจะพูดถึงเรื่อง AI หรือเทคโนโลยีที่ควบคุมไม่ได้หรือทำงานผิดเพี้ยนไปเอง (rogue AI/technology) นี่แหละคือสิ่งที่เราควรจะกังวลกันจริงๆ ไม่ใช่ ChatGPT หรอก แล้วเรื่องนี้ก็เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากที่มีข่าวว่า LG Smart TV แอบบันทึกเสียงทั้งที่ปิดหน้าจอไปแล้วเพียงแค่เดือนเดียวเองนะ ผมจะบอกให้นะครับว่าอุปกรณ์อัจฉริยะพวกนี้ที่ใครๆ ก็ซื้อมาใช้กันเนี่ย มันเป็นปัญหาใหญ่เลย ถ้าคุณมีทั้ง Alexa, Smart TV, ตู้เย็นอัจฉริยะ หรือเครื่องชงกาแฟอัจฉริยะ ก็เท่ากับว่าบ้านของคุณเต็มไปด้วยอุปกรณ์สอดแนม (spyware) เข้าไปแล้ว แต่คนกลับไปกังวลเรื่อง Claude กันซะงั้น อย่างน้อยที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ก็คืออุปกรณ์พวกนี้อาจทำให้ระบบ Wi-Fi ของคุณพังหรือระเบิดได้ เหมือนกับกรณีเครื่องชงกาแฟที่เคยเป็นข่าวนั่นแหละ"
แต่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด Darren Francis News ชี้ว่ากรณีที่เกิดขึ้นอาจเป็นสปายแวร์ดีๆ นี่เอง "เหมือนกับที่เราเคยเห็นในกรณีของทีวี LG และแน่นอนว่าคงมีกรณีที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นอีก ซึ่งคุณก็น่าจะพอนึกภาพออก ถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่เราควรลดระดับเทคโนโลยีทุกอย่างกลับไปสู่พื้นฐานที่เรียบง่าย เพราะอุปกรณ์พวกนี้กำลังกลายเป็นปัญหา"
โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - Keurig