หลังจากทีมฟุตบอลไทยแพ้ให้กับเวียดนามในชิงแชมป์อาเซียน 2026 (ASEAN Cup 2026) เมื่อวานนี้ ผมเห็น Loser mentality เต็มโซเชียลมีเดียไปหมด
แน่นอนว่าทีมไทยแพ้แล้วยิ่งทำให้คนไทยผิดหวัง แต่ความผิดหวังควรจำกัดอยู่ที่ฟุตบอลใช่ไหม?
แต่ก็เปล่า เพราะบางคนโยงว่า "เห็นไหมเล่าเวียดนามพัฒนาแซงไทยไปทุกด้านแล้ว"
คนไลค์ความเห็นนี้กันพรึบพรับ
แต่ผมเห็นแล้วส่ายหน้า เพราะนี่คือตัวอย่างของการมี Loser mentality ของคนไทยที่หนักขึ้นเรื่อยๆ
บอลแพ้ คนก็แพ้ ประเทศก็แพ้ เศรษฐกิจก็แพ้ การเมืองก็แพ้ อะไรก็แพ้เขาไปหมด
การพูดว่าแพ้แบบเหมารวมแบบนี้มันง่ายครับ เพราะถูกใจคนที่มี Loser mentality เหมือนกัน ซึ่งตอนนี้เยอะมากเสียด้วย แถมสื่อก็ยังชอบ "เสริมพลัง" วิธีคิดแบบนี้เสียอีก เพราะได้ยอดเยอะ
ประเทศไทยจึงเต็มไปด้วย Loser ด้วยประการฉะนี้
ผมไม่เถียงว่าเวียดนามพัฒนาเร็ว แต่จะให้เชื่อว่าเวียดนามชนะไทยทุกด้าน และไทยแพ้หมดจดทุกประการ ผมเชื่อไม่ลงจริงๆ เพราะเห็นมากับตา และทำข่าวมากับมือ
เหมือนบางคนที่มี Winner mentality ในไทยเขาแย้งว่า "พวกนี้เคยไปเวียดนามมาแล้วหรือยัง?" และ "เคยรู้เส้นสนกลในของการเมืองและเศรษฐกิจเวียดนามหรือไม่?"
ไม่ใช่แค่เวียดนาม (ที่ยกเวียดนามขึ้นมาเพราะเพิ่งแข่งบอลกับไทย) แต่ไทยถูกเทียบกับทุกประเทศในโลกว่าเลวร้ายที่สุดแล้ว เช่น Nominal GDP ของไทยโตช้าที่สุด แต่ไม่ได้ดูว่า GDP Per capita ของไทยนั้นไม่ได้หยุดโตและยังห่างจากประเทศอื่นๆ หลายศอกหลายวา
ผมทำข่าวต่างประเทศมายี่สิบกว่าปี เห็นประเทศรุ่งเรืองมาก็มาก เห็นล่มจมก็เยอะ ในระหว่างนี้ประเทศไทยก็ล้มบ้าง ลุกบ้าง แพ้บ้าง ชนะบ้าง แต่ไม่เคยคิดว่าประเทศจะแพ้ราบคาบจนโงหัวไม่ขึ้นเหมือนที่ Loser ในไทยหลายคนคิดแบบนั้น
ไม่ต้องหวังดีหวังสวยก็ได้ แต่ไม่ต้องมองโลกในแง่ร้ายถึงขนาดเกลียดชังประเทศตัวเอง แล้วแช่งชักให้ล่มจม
คนพวกนี้แหละที่ผมยกให้เป็นพวกที่มี Loser mentality
Loser mentality คือวิธีคิดแบบคนแพ้
ขออภัยที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ เพราะคำอังกฤษมีเนื้อหาสาระมากกว่า พอแปลไทยแล้วขาดความขลังไป แม้จะใช้คำแปลก็ตาม
เพราะในตัวบทภาษาอังกฤษกล่าวถึง Loser mentality มานานแล้วทั้งในทางวิชาการและในหนังสือประเภทอื่นๆ
แต่ในช่วงสิบปีมานี้ผมเห็น Loser mentality ปรากฏขึ้นนอกโลกหนังสือวิชาการ มาอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ
ทำไมคนไทยถึงยอมศิโรราบให้กับอะไรๆ ง่ายดายขนาดนี้?
ผมเชื่อว่าเพราะสิ้นหวังกับประเทศตัวเอง แต่บางคนก็แค่ไม่ชอบรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากพรรคที่ตัวเองเชียร์ก็เลยพาลมาเกลียดทั้งประเทศไปด้วย คนพวกนี้ถูกเรียกว่า "ชังชาติ" ซึ่งผมเคยพยายามโน้มน้าวให้คนเหล่านี้ตระหนักว่าควรจะแยกการเมืองออกจากประเทศชาติ เพราะรัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่บ้านเมืองไม่ไปไหน ควรจะเกลียดอะไรที่มันเปลี่ยนมาเปลี่ยนไปดีกว่าจะเหมารวมสิ่งที่มันเป็นหลักเป็นฐาน
แต่ผมก็เข้าใจว่าพวกเขาสิ้นหวังจริงๆ เพราะแม้รัฐบาลจะห่วยจริง (ไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตาม) แต่ในระดับประเทศชาติ โครงสร้างของเราก็เสื่อมจริงๆ แม้แต่ผมก็ยอมรับว่า บางครั้งก็รำคาญกับประเทศนี้เหมือนกัน เพราะดูแล้วชาตินี้คงแก้ไม่ไหว
แต่ผมไม่กล้าทับถมประเทศตัวเอง แม้แต่จะแซะประเทศว่ารั้งท้ายใครๆ ก็ไม่อยากจะทำ เพราะแม้ชั่วชีวิตของตัวเองจะแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ไหว แต่ก็เชื่อมั่นศรัทธาในคนรุ่นต่อๆ ไปว่าจะทำได้
เพราะผมรู้แก่ใจว่า แม้บางอย่างมันจะล้มเหลว แต่ประเทศไทยก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ หลายสิ่งหลายอย่างพัฒนาอย่างรวดเร็วกว่าเพื่อนบ้านในระดับเดียวกันด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพื่อนบ้านคนระดับอย่างเวียดนาม
ที่พูดได้ว่าไทยไม่เคยหยุดพัฒนา เพราะผมทำข่าวจึงได้รู้ และรายงานไปก็มาก วิเคราะห์ก็เยอะ แต่คนส่วนใหญ่นั้นรับข่าวแค่ข่าวเดียวก็สิ้นหวังกับประเทศเสียแล้ว และก็อย่างที่บอก สื่อก็ขยันเล่นข่าวด้านลบเสียด้วย เพราะมันได้เอนเกจเมนต์แยะดี
ดังนั้น ขณะที่หลายๆ ส่วนตั้งหน้าตั้งตาพัฒนา อีกหลายๆ คนก็บอกว่าประเทศไทยนั้น Lost เสียแล้ว
มีทั้ง Lost decade และ Lost generation อะไรต่อมิอะไร
Lost กับ Lose เป็นคำเดียวกัน คนที่ชอบคิดแบบแพ้ๆ และเห็นว่าอะไรก็จบสิ้นแล้ว ผมตีเป็นพวก Loser mentality หมด
Loser mentality ย่อมตรงข้ามกับ Winner mentality
Winner mentality พวกที่ไม่จ่อมจมกับความล้มเหลว แม้เห็นว่าโครงสร้างจะพังพินาศ แต่ก็อยากจะแก้ไขมัน แม้ความหวังจะเรือนรางในการแก้ไข แต่ก็มีจิตใจมุ่งมั่นที่จะแก้
ไม่ใช่เพราะรักชาติบ้านเมืองแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่เพราะมีสัญชาติญาณในการเอาชีวิตรอด แล้วบางคนถึงขนาดคิดว่าถ้าเราสามัคคีกันเอาตัวรอดแล้ว ประเทศก็จะรอดไปด้วย
"สัญชาติญาณในการเอาชีวิตรอด" ผมเชื่อว่ามาจากการที่เคยพบกับสถานการณ์ Lost ที่ยิ่งใหญ่มาก่อน
เช่นเวียดนามนั้นชอบโม้ว่า "เราผ่านสงครามมา ขนาดนี้แล้วก็ยังกวดไทยเกือบจะทันแล้ว" คนเวียดชอบคุยแบบนี้จนคนไทยรู้กันทั่ว แม้แต่ผมก็เคยเจอคนเวียดข่มมาแล้วด้วยประโยคนี้
ในใจนั้นก็หมั่นไส้ แต่นึกดูดีๆ ก็ตระหนักว่าเพราะคนเวียดผ่าน Lost ครั้งใหญ่มาจริงๆ ในสงครามเวียดนาม แม้จะไม่ได้แพ้ (Lost) แต่ก็สูญเสีย (Lost) มากมาย ทั้งผู้คนและบ้านเมือง การ Lost แบบนี้แทนที่จะเกิด Loser mentality มันกลับเกิด Winner mentality เพราะผู้คนต้องกระเสือกระสนสร้างบ้านสร้างตัวกันใหม่ และสร้างไม่หยุดจนกว่า "บ้านเมืองจะยิ่งใหญ่"
เป้าหมายของการหวังว่า "บ้านเมืองจะยิ่งใหญ่" คือผลของการเสริมพลังให้กับ Winner mentality โดยคิดว่าเราตามหลังเขา (ไทย) อยู่จะต้องไล่ให้ทัน แม้ไล่เขาทันแล้วก็ต้องหาเป้าหมายต่อไปในการไล่เขา (เกาหลี จีน ญี่ปุ่น) ให้ทันอีก
ดังนั้น Winner mentality จึงมีแต่สร้างความคิดที่ Won (มีแต่ได้กับได้) ไปเรื่อยๆ
สิ่งสำคัญก็คือ Winner mentality สร้างวิธีคิดแบบ "เรากำลังแข่งกับใคร" และ "คนที่เราแข่งด้วยเราต้องโค่นเขาให้ได้" เช่นเวียดนามนั้นตั้งเป้าว่าต้องโค่นไทย เขาจึงเร่งสร้างตัวไม่หยุด แม้ผมจะเห็นว่าการสร้างตัวของเวียดนามนั้นมีความกลวงและมีปัญหาเชิงเทคนิคมากมายจนจะกลายเป็นวิกฤตขึ้นได้
แต่ผมก็เห็นว่าแม้เวียดนามจะเจอวิกฤตจนหกล้มขึ้นมา หากยังรักษา Winner mentality โดยตั้งเป้าจะโค่นไทยเอาไว้เป็นเชื้อไฟในใจ ยังก็จะสามารถฟันฝ่าไปได้
แต่พอหันมาดูที่ไทย ผมเห็นแต่บรรยากาศของการ Loser mentality โดยที่เราตั้งเป้าหมายเป็นดัมมี่เอาไว้เหมือนเวียดนาม แต่เรากลับตั้งไว้ว่า "ไทยจะต้องถูกเวียดนาแซงแน่ๆ" บางคนถึงกับยอมยกธงขาวไปแล้วว่า "เวียดนามพัฒนาแซงไทยไปทุกด้านแล้ว"
นี่คือการยอมแพ้โดยที่ไม่ได้แข่งอะไรกับเขาเลย สมควรแก่การเรียกว่าเป็น Loser mentality ขั้นสุด
เป็นไปได้ไหมว่าเพราะประเทศไทยไม่เคย Lost หนักๆ เหมือนเวียดนาม จนทำให้ผู้คนไม่มีแรงกระตุ้นในการเอาตัวรอด?
นั่นก็ไม่เชิง เพราะเราเคยผ่านวิกฤตการเงินมาแล้ว หลังจากนั้นเราได้สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาจนแข็งแกร่ง แต่นั่นก็เป็นแค่ด้านเดียว ในมิติอื่นๆ เราไม่เคย Lost หนักมากจนกระทั่งปลุกวิญญาณของการเอาตัวรอดขึ้นมาแบบเวียดนาม
แต่ทั้งหมดนี้เป็นแค่ทัศนะ ย่อมถูกบ้างผิดบ้าง บางทีเราอาจจะไม่ต้องเผชิญกับ Lost แบบนั้นก็ได้เพื่อปลุก "วิญญาณลูกพระเจ้า" เพื่อมากู้บ้านกู้เมืองที่มันกำลังเป็นทุรยศกันอยู่ ณ บัดนี้
มันอาจจะมีเหตุปัจจัยอื่นก็เป็นได้ ผมหวังเช่นนั้น
ความหวังมันเป็นยามอมเมาให้เราหลุดจากความจริงได้ แต่ก็มันก็เป็นสารกระตุ้นให้เราฮึดสู้ได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าเรา "เสพ" หรือ "ใช้ประโยชน์" จากความหวัง
หวังอย่างถูกต้องและมีเหตุมีผลก็ย่อม Winner mentality
มองโลกอย่างสิ้นหวังจนใดๆ ในบ้านเมืองนี้ไม่มีอะไรดี นี่ก็ย่อมเป็น Loser mentality
เลือกเอาครับ
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ทีมไทยแสดงปฏิกิริยาหลังจบการแข่งขันรอบรองชนะเลิศนัดที่สองของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 ระหว่างไทยกับสิงคโปร์ ที่สนามราชมังคลาสถาน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 (Photo by Anthony WALLACE / AFP)