เซียนคณิตศาสตร์แห่งยุค 'หวังหง' ทำไมอัจฉริยะสาวคนนี้ถึงทำให้สังคมจีนต้องสั่นสะเทือน?

เซียนคณิตศาสตร์แห่งยุค 'หวังหง' ทำไมอัจฉริยะสาวคนนี้ถึงทำให้สังคมจีนต้องสั่นสะเทือน?

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 หวังหง (王虹) พร้อมด้วย เติ้งอวี้ (邓煜) จอห์น พาร์เดน (John Vincent Pardon) และเจคอบ ซิมเมอร์แมน (Jacob Tsimerman) ได้รับเหรียญฟิลด์ (Fields Medals) จากสหภาพคณิตศาสตร์สากล (International Mathematical Union) เพื่อเป็นการยกย่องผลงานของเธอในด้านการวิเคราะห์ฮาร์มอนิกและทฤษฎีการวัดเชิงเรขาคณิต รวมถึงการพิสูจน์สมมติฐาน Kakeya set หวังหงจึงกลายเป็นสตรีชาวจีนคนแรกที่ได้รับเหรียญฟิลด์ และเป็นสตรีคนที่สามที่ได้รับรางวัลนี้ในประวัติศาสตร์ ในวันเดียวกันนั้น หวังหงได้รับโทรศัพท์จากประธานาธิบดีมาครงของฝรั่งเศส ซึ่งแสดงความยินดีกับเธอที่ได้รับรางวัลเหรียญฟิลด์ 

หวังหง เป็นคนจีนโดยกำเนิด จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน แต่ทำไมถึงได้รับการยกย่องจากประธานาธิบดีฝรั่งเศส?

การคว้ารางวัลเหรียญฟิลด์จากสหภาพคณิตศาสตร์สากลทำให้คนจีนภาคภูมิใจอยางยิ่ง แต่เรื่องนี้ก็จุดประเด็นวิวาทะร้อนแรงในจีนเช่นกัน 

แต่หวังหงคือใครกันแน่? 

หวังหงเกิดที่อำเภอผิงหลัว เมืองกุ้ยหลิน เขตปกครองตนเองกว่างซี-จ้วง ในปี 1991 บิดาและมารดาของเธอเป็นครูที่โรงเรียนมัธยมต้นในท้องถิ่น  บิดาของเธอเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ หวังหงได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ที่แขนขวาเมื่ออายุ 4 ขวบ ในระหว่างรับการรักษาอยู่นั้นพ่อแม่ของเธอให้หนังสือเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 มาอ่าน เธอจึงเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 บนเตียงในโรงพยาบาลและได้เลื่อนชั้นไปเรียนปีที่ 2 โดยตรง ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เธอเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังและเรียนด้วยตนเองบนเตียงในโรงพยาบาลเป็นเวลาหนึ่งภาคเรียน ทำให้เธอข้ามชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และได้เลื่อนชั้นไปเรียนปีที่ 5 โดยตรงอีกครั้ง

ในปี 2004 หวังหงได้รับคัดเลือกเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมต้นกุ้ยหลินผ่านการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย ผลการเรียนของเธอดีขึ้นจากที่อยู่นอกเหนือ 100 อันดับแรกของชั้นเรียน มาอยู่ใน 10 อันดับแรก

ในปี 2007 หวังหง อายุ 16 ปี ได้รับการยอมรับให้เข้าศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ด้วยคะแนน 653 ในปี 2008 เธอได้ย้ายไปที่คณะวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ในปี 2011 เธอได้รับปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง 

หลังจากนั้น หวังหงได้เข้าศึกษาที่สถาบันเอโกล โปลีเทคนิคในปารีส  และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยปารีส์ซูดในฝรั่งเศส ในปี 2019 ภายใต้การแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาแลร์รี่ กัธ (Larry Guth) นักคณิตศาสตร์ชั้นนำของโลก เธอได้รับปริญญาเอกสาขาคณิตศาสตร์จาก MIT 

หลังจากได้รับปริญญาเอกในปี 2019 หวังหงดำรงตำแหน่งนักวิจัยหลังปริญญาเอกที่สถาบันเพื่อการศึกษาขั้นสูงในพรินซ์ตัน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ตั้งแต่ปี 2019 ถึง 2021 และตั้งแต่ปี 2021 ถึง 2023 เธอทำงานเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ในภาควิชาคณิตศาสตร์ที่ UCLA ในปี 2023 หวังหงได้รับการแต่งตั้งเป็นรองศาสตราจารย์ที่สถาบันคูแรนต์เพื่อวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก 

ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025 เธอและนักคณิตศาสตร์ โจชัว ซาห์ล (Joshua Zahl) ได้ตีพิมพ์บทความความยาว 127 หน้า ซึ่งประกาศถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญในกรแก้ สมมติฐาน Kakeya set ซึ่งเป็นปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่มีอายุมายาวนานกว่าศตวรรษ 

นักคณิตศาสตร์ เน็ตส์ แคทซ์ (Nets Katz) จากมหาวิทยาลัยไรซ์ กล่าวถึงความสำเร็จนี้ว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ "ในรอบศตวรรษ"

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2025 สถาบันแห่งชาติฝรั่งเศสเพื่อการศึกษาขั้นสูงทางวิทยาศาสตร์  (IHÉS) ได้แต่งตั้งหวังหงเป็นศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ประจำตำแหน่ง โดยมีผลตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ที่สถาบันคูแรนต์เพื่อวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ในเดือนมิถุนายน 2026 เธอได้รับรางวัล Silver Professor จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก  

เราจะเห็นได้ว่านับตั้งแต่หวังหงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เธอก็ร่ำเรียนและทำงานในวงวิชาการของโลกตะวันตกมาโดยตลอด 

ในฐานะที่เธอเป็นศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ของสถาบันแห่งชาติฝรั่งเศสเพื่อการศึกษาขั้นสูงทางวิทยาศาสตร์ เมื่อเธอได้รับรางวัลด้านคณิตศาสตร์ระดับโลก ประธานาธิบดีฝรั่งเศสจึงแสดงความยินดีกับเธอ โดยบอกว่า "นักวิชาการชาวฝรั่งเศสทุกคนภาคภูมิใจในตัวคุณ คุณเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมสำหรับเด็กผู้หญิง"

ในจีนก็ยินดีเช่นกัน เพียงแต่หลังจากนั้นก็เกิดประเด็นถกเถียงกันขึ้น

เมื่อเธอได้รับรางวัล สถาบัน IHÉS แห่งฝรั่งเศส ได้เผยแพร่สุนทรพจน์รับรางวัลของหวังหง ซึ่งเธอกล่าวว่า "ฉันรู้สึกขอบคุณที่ได้พบกับผู้คนที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับคำถามวิจัยที่ถูกต้อง และได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ฉันสามารถทุ่มเทให้กับการวิจัยได้อย่างเต็มที่ คณิตศาสตร์เป็นสาขาวิชาที่ท้าทาย และสิ่งที่ทำให้ฉันยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้คือ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของทุกคนที่เต็มใจร่วมมือกับฉันและแบ่งปันสัญชาตญาณและความสับสนของพวกเขา เหรียญรางวัลนี้สะท้อนถึงผลงานของพวกเขา ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้ผลงานของฉันเอง"

พูดสั้นๆ คือเธอขอบคุณแต่ฝ่ายฝรั่งเศส ไม่ได้ขอบคุณสถาบันการศึกษาของจีนเลย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเปิดเผยบทสัมภาษณ์ของเธอที่พูดถึงความรู้สึกว่าเธอ "ท้อแท้เล็กน้อย" ในช่วงที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เพราะคณะวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศที่เธอเรียนนั้นไม่ใช่สาขาวิชาคณิตศาสตร์ที่เธอต้องการ และเธอประสบข้อจำกัดในการเลือกเรียนวิชาอื่นๆ นอกเหนือจากสาขาของเธอ ต่อมาเธอไม่ผ่านการสมัครเรียนต่อในระดับบัณฑิตศึกษาและการเข้าเรียนในหลักสูตรปริญญาเอกโดยตรง ทำให้เธอตั้งคำถามว่าเธอเหมาะสมกับการวิจัยทางคณิตศาสตร์หรือไม่ จากนั้นเธอจึงไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่เอโกล โปลีเทคนิคในปารีส ซึ่งในที่สุดเธอก็ได้พบกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่ช่วยผลักดันเธออย่างเต็มที่ คือ แลร์รี่ กัธ และเธอได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่ MIT ในที่สุด

เธอยังกล่าวตรงๆ ว่า "สำหรับคณิตศาสตร์แล้ว ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน" คำกล่าวนี้ยังทำให้เกิดเสียงร่ำลือในจีนเรื่องประสบการณ์ของเธอที่ไม่น่าจะดีนักที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และข้อกล่าวหาที่ว่ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง "ไม่ปกป้องคนเก่ง" 

ในบทสัมภาษณ์ที่หวังหงให้ไว้กับหนังสือพิมพ์ Le Monde ของฝรั่งเศส เธอกล่าวว่า “ในชั้นเรียนของฉัน มีบางคนที่เก่งมากจริงๆ ฉันไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองเลย แม้ว่าฉันจะตั้งใจเรียนอย่างหนักก็ตาม ฉันไม่รู้สึกว่าตัวเองมีพรสวรรค์เหมือนพวกเขา”

ในบทสัมภาษณ์ หวังหงพูดถึงพ่อแม่ของเธอ ปารีส มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และสถาบันอุดมศึกษา แต่พูดถึงมหาวิทยาลัยปักกิ่งน้อยมาก มีเพียงครั้งเดียวที่เธอพูดถึงมหาวิทยาลัยปักกิ่ง คือตอนที่เธอพูดว่า “แค่เอาตัวรอดได้ก็เพียงพอแล้ว”

บทความวิจารณ์ที่เผยแพร่ใน Sohu เว็บไซต์ของจีนเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ถึงขนาดระบุว่า มหาวิทยาลัยปักกิ่งกลายเป็น “ฝ่ายที่น่าอับอายที่สุดในอินเทอร์เน็ต” ท่ามกลางสถาบันต่างๆ ที่เฉลิมฉลองความสำเร็จของหวังหง โดยอ้างถึงคำบรรยายของหวังเกี่ยวกับช่วงเวลาเรียนระดับปริญญาตรีของเธอว่า การแค่ “เอาตัวรอด” ก็รู้สึกเหมือนเป็นความสำเร็จแล้ว (บทความนี้ถูกถอดออกไปแล้ว ณ เวลาที่เขียนบทความนี้) 

ย้อนกลับไปตอนที่เธอสามารถแก้สมมติฐาน Kakeya set จนเริ่มมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลก เถียนกัง (田刚) สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน และอดีตอาจารย์ของหวังที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งกล่าวกับหนังสือพิมพ์จงกั๋วเจี้ยวอวี้เป้า (中国教育报) ว่า "เธอไม่ใช่คนเรียนเก่งหรือมีผลการเรียนดีเยี่ยม แต่ด้วยความรักในการวิเคราะห์และการทำงานหนักมาหลายปี ในที่สุดเธอก็ประสบความสำเร็จ"

นั่นยิ่งตอกย้ำว่าตอนที่เรียกที่จีน "เธอยังไม่เก่งพอ" ทำให้ถูกละเลย และจีนเสียโอกาสในการปั้นอัจฉริยะที่เติบโตในบ้านของตนเอง

หลังจากนั้นก็เกิดข่าวลือในทางไม่ดีต่อมหาวิทยาลัยปักกิ่ง จนกระทั่ง เฉินต้าเยว่ (陈大岳) อดีตคณบดีและศาสตราจารย์ประจำคณะคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ต้องออกมายืนยันว่าในบรรดาผู้สำเร็จการศึกษาจากคณะคณิตศาสตร์ในปี 2011 จำนวน 269 คน (ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก) หวังหงเป็นหนึ่งใน 49 คนที่จบการศึกษาอย่างโดดเด่น ซึ่งเท่ากับย้ำว่ามหาวิทยาลัยปักกิ่งไม่ได้ทอดทิ้งเธอ 

ไม่เพียงเท่านั้น หวังหงได้รับจดหมายแนะนำจากคณาจารย์คณะคณิตศาสตร์ให้ไปศึกษาต่อในประเทศฝรั่งเศส ก่อนหน้านี้หวังหงเคยทำงานวิจัยระดับปริญญาตรีร่วมกับหวังลี่จง (王立中) มาแล้วระยะหนึ่ง ต่อมาหวังหงได้แจ้งศาสตราจารย์หวังลี่จงว่าเธอได้รับการตอบรับเข้าศึกษาจากเอโกล โปลีเทคนิคในปารีส และยืนยันการเข้าเรียนแล้ว

ความรู้สึกของสังคมจีนต่อความสำเร็จของหวังหงนั้นผสมผเสกันระหว่างความชื่นชมและความรู้สึกไม่พอใจ เช่น ชี้ว่าเธอไม่สำนึกบุฯคุณของมหาวิทยาลัยต้นทางในจีน ความไม่พอใจในตัวเธอนั้นยังลามมาถึงการเพ่งเล็งไปที่เรื่องการแต่งตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ของแบรนด์เนม เครื่องประดับ Cartier, แว่นตา LINDBERG, แหวนอัจฉริยะ Ora โดยชี้ว่า "ทำไมนักวิชาการแบบเธอถึงแต่้งตัวหรูหรา" ความเห็นแบบนี้ทำให้สื่อในจีนถึงกับชี้ว่า "สิ่งที่ทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับหวังหง ไม่ใช่การที่เธอสวมเครื่องประดับของ Cartier แต่เป็นการที่เธอได้รับเกียรติสูงสุดโดยที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างทุกข์ยาก (แบบนักวิชาการทั่วไป)"
 
ถึงขนาดเปรียบเทียบการแต่งตัวที่มีสไตล์ของเธอกับการแต่งตัวที่เรียบง่ายจนเหมือนกับคนไม่แคร์โลกอย่าง เหวยตงอี้ (韦东奕) รองศาสตราจารย์และผู้ช่วยนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซึ่งได้รับความสนใจบนโซเชียลมีเดียของจีนเนื่องจากวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างบนอินเทอร์เน็ตจากการสัมภาษณ์บนถนนในเดือนพฤษภาคม 2021 โดยเขาแต่งกายเรียบง่าย ถือขวดน้ำขนาดใหญ่และถุงหมั่นโถว รูปลักษณ์ของเขาทำให้ชาวเน็ตตั้งฉายาให้เขาว่า "พระนักกวาดถนน" แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

อคติที่มีต่อหวังหงนั้นทำให้สื่อในจีน เช่น Sina ชี้ว่า" ถ้าหากเธอเป็นนักคณิตศาสตร์ชาย สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม ยืนอยู่บนเวทีเพื่อรับรางวัล ผู้คนคงจะพูดแค่ว่า "ศาสตราจารย์ท่านนี้มีรสนิยมดี แต่เมื่อนักคณิตศาสตร์หญิงปรากฏตัวในชุดของ Cartier คำถามต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาทันที เธอใส่ใจกับรูปลักษณ์มากเกินไปหรือเปล่า? เธอใช้พลังงานไปกับการบริโภคหรือไม่? คนที่รักคณิตศาสตร์อย่างแท้จริงจะเข้าใจเครื่องประดับ เสื้อสเวตเตอร์แคชเมียร์ และแบรนด์แฟชั่นได้อย่างไร?"

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - Simons Foundation - The Simons Foundation has provided CC BY 4.0 images of Fields Medalists and other awardees, under CC BY 4.0
 

TAGS: #王虹 #จีน #คณิตศาสตร์