คงจะจำกันได้ว่าเมื่อปีที่แล้ว จุดเริ่มต้นที่ทำให้ไทยกับกัมพูชาระหองระแหงกันก็เพราะประเด็นเรื่องความเป็นเจ้าของเกาะกูด
อันที่จริงเรื่องนี้ไม่ต้องเถียงกันด้วยซ้ำเพราะไทยกับฝรั่งเศส (เจ้านายเก่าของเขมร) ตกลงกันตั้งแต่ปี 1907 แล้วว่าเกาะกูดอยู่ในจังหวัดตราด ประเทศไทย
แถมแผนที่ของฝรั่งเศสฉบับไหนๆ ก็ลากเส้นแบ่งอินโดจีนของฝรั่งเศสกับประเทศสยามอ้อมเกาะกูดชัดเจน
แต่เขมรจำนวนไม่น้อยคนกลับเห็นว่าเกาะกูดเป็นของกัมพูชา เรียกมันด้วยภาษาของตนว่า "เกาะกต" ทั้งยังสร้างสตอรี่ขึ้นมาเองว่าเกาะกูดเป็นของกัพูชามาแต่ไหนแต่ไร อีกทั้งในช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจ เขมรแดงยังส่งทหารไปยึดคืนจากไทยด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นเรื่องเพ้อเจ้อโดยสิ้นเชิง
เพราะได้รัฐบาลที่สนิทสนมกับกัมพูชา ดังนั้นเมื่อปีที่แล้ว คนไทยบางกลุ่มจึงยกประเด็นเกาะกูดขึ้นมาอีกครั้งโดยเตือนให้ระวังว่ากัมพูชาจะอ้างสิทธิ์เพราะลากแผนที่น่านน้ำตามอำเภอใจ และบอกคนไทยให้ระวังรัฐบาลในเวลานั้นว่าอาจจะไปตกลงอะไรลับหลังคนไทย
พอกระแสแรงเข้า รัฐบาลฮุนก็ตอบโต้ว่าไม่คิดจะเอาเกาะกูดมาเป็นของตน (แต่เรื่องน่านน้ำที่อ้างว่าทับซ้อนนั้นก็อีกเรื่อง) พอรัฐบาลฮุนบอกแบบนี้เข้า ฝ่ายค้านเขมรที่หมดประเด็นจะเล่นงานพวกฮุนมานาน ก็โผงับเรื่องเกาะกูดในทันที โดยประณามว่ารัฐบาลฮุนเกี้ยเซี่ยกับรัฐบาลชินวัตร โดยยกเกาะกูดให้ไทย ถือเป็นการกระทำที่ขายชาติ
ในเวลาไม่นานกระแส "ฮุนขายชาติ" ก็ถูกจุดติดและเกิดคำถามไปถึงรัฐบาลฮุนอย่างหนักจากประชาชนว่า ปล่อยให้ไทยยึดเกาะกูดไปได้อย่างไร ทำให้ฝ่ายค้านเขมรได้แต้มต่อขึ้นมาด้วยการปั่นชาตินิยมจอมปลอม จนทำท่าว่าจะปั่นให้เป็นกระแสโค่นล้มพวกฮุนด้วยซ้ำ
พวกฮุนรู้แกวจึงปั่นประเด็นชาตินิยมจอมปลอมขึ้นมาบ้างโดยไปจุดประเด็นความขัดแย้งที่ปราสาทตาเมือนธม ไปมาๆ มาๆ ไม่เพียงจุดกระแสติด แต่ยังทำให้ไฟสงครามติดขึ้นมาด้วย ผลก็คือเขมรถูกไทยสั่งสอนจนฟกช้ำดำเขียวอย่างที่เห็น
ในระหว่างความขัดแย้งนั้นพวกฮุนไม่แตะเรื่องเกาะกูดเอาเลย แต่ฝ่ายค้านเขมรกลับเล่นไม่เลิก หลังจากทำสัญญาหยุดยิงแล้ว พวกฝ่ายค้านไม่เพียงถล่มพวกฮุนว่า "เสียดินแดนให้พวกสยาม" (สยามหรือเซียม เป็นคำที่เขมรกัมพูชาเรียกไทยอย่างดูถูก) แต่ยังเรียกร้องจะเอาเกาะกูดคืนมาอีก
ล่าสุด อุม สำอาน (អ៊ុំ សំអាន) สมาชิกสภาฯ กัมพูชาจากพรรคฝ่ายค้าน กล่าวเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โจมตีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาและผู้นำตระกูลฮุนว่า ไม่ยอมแจ้งให้ประชาชนชาวกัมพูชาทราบ "เกี่ยวกับดินแดนที่สยามรุกรานและยึดไป" เป็นเพราะรัฐบาลกัมพูชารู้ล่วงหน้าว่าตนไม่มีอำนาจที่จะเรียกร้องให้คืนดินแดนนั้นผ่านกลไกการเจรจาทวิภาคีในปัจจุบัน
จากนั้น อุม สำอาน ก็อ้างว่าสยามเข้ายึดครองปราสาทตาเมือนโต๊ดในช่วงทศวรรษ 1980 และยังอ้างอีกว่าสยามยังคงควบคุมเกาะกต (เกาะดูด) มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตระกูลฮุนไม่มีอำนาจที่จะยึดคืนได้ - นี่เป็นท่าทีล่วงล้ำของฝ่ายค้านกัมพูชา ซึ่งไม่เพียงจะด่ารัฐบาล แต่มักจะลากไทยเข้าไปเป็น "กระสาย" เพื่อเสริมพลังในการโจมตีเป้าหมายด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างเรื่องมโนขึ้นมาว่าสยามยึดนั่นยึดนี้ไปจากกัมพูชา
โดยเฉพาะเรื่องเกาะกูดนั้นเป็นการอ้างที่เหลวไหลทั้งเพ แต่ฝ่ายค้านกัมพูชานิยมใช้ประเด็นมาเป็นอาวุธทางการเมือง เพราะเคยใช้ได้ผลมาแล้ว
ดังที่ อุม สำอาน กล่าวว่า "ตระกูลฮุนไม่มีเจตนาที่จะเรียกร้องให้ดินแดนของเขมรแดงคืน (หมายถึงดินแดนที่พวกนี้อ้างว่าไทยยึดไปช่วงเขมรแดงเรืองอำนาจ) เพราะหากพวกเขาเรียกร้อง พวกเขาจะได้รับคืนผ่านการเจรจาแบบทวิภาคี 100% ประเทศไทยจะไม่ยอมให้พวกเขายึดคืน เช่นเดียวกับปราสาทตาเมือนโต๊ด ซึ่งประเทศไทยควบคุมมานานแล้ว เราควรเรียกร้องสิ่งที่ถูกคืนไปแล้วหรือไม่? เช่นเดียวกับเกาะกต เราเรียกร้องสิ่งที่ถูกคืนไปแล้ว พื้นที่ที่ประเทศไทยควบคุมอยู่ และประเทศไทยจะไม่มีวันคืนให้"
อุม สำอาน ยังจินตนาการไปว่าที่พวกฮุนไม่กล้าทวงคืนเกาะกูดเพราะกลัวไทยจะเล่นงานไปถึงท่อน้ำเลี้ยงของพวกฮุน นั่นคือธุรกิจสแกมเมอร์ โดยเขากล่าวว่า "หากเกาะกูดถูกยึด ประเทศไทยอาจเริ่มสงครามอีกครั้ง อาจโค่นล้มตระกูลฮุนจากอำนาจ และประเทศไทยอาจปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของพรรคประชาชนกัมพูชา (ของพวกฮุน) เพราะการฉ้อโกงทางออนไลน์เป็นแหล่งรายได้หลักของพรรคประชาชนกัมพูชา คดีฉ้อโกงทางออนไลน์อาจยังคงเป็นเหตุผลที่ประเทศไทยออกหมายจับก๊ก อันและ ลี ยง พัด ซึ่งเป็นมือขวาและพวกละโมบโลภมากของตระกูลฮุน"
นี่เป็นทฤษฎีสมคบคิดของฝ่ายค้านกัมพูชาที่พัฒนาจนกลายเป็นความเชื่อว่า "เกาะกูดเป็นของเรา พวกสยามยึดเอาไป แต่พวกฮุนไม่กล้าทวงคืน เพราะตกลงกับพวกสยามไว้ว่าจะไม่แตะต้องเกาะกูด ตราบใดที่สยามไม่แตะต้องธุรกิจสแกมเมอร์"
หากมันกลายแบบนั้นเข้าจริงๆ มันจะเป็นจินตนาการที่อันตรายอย่างมาก แม้มันจะมุ่งเป้าทำลายตระกูลฮุน แต่มันจะสร้างความเชื่อผิดๆ ให้คนกัมพูชา นั่นคือชาตินิยมที่ต้องการดินแดนเพื่อนบ้าน และการคิดเองเออเองว่าไทยช่วยพวกฮุนปกป้องสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ชั่วร้าย
ท่าทีของฝ่ายค้านกัมพูชาแบบนี้ไม่สร้างสรรค์ไม่พอและยังบ่อนทำลายด้วย หากจะพิจารณาว่าการปั่นประเด็นเกาะกูดของฝ่ายค้านเขมร คือต้นเหตุแห่งความวิบัติที่เกิดขึ้นกับไทยและกัมพูชา นั่นคือ สงครามที่เพิ่งหยุดยิงกันไปหยกๆ
ดังนั้น ฝ่ายค้านกัมพูชาเป็นพวกที่พึ่งพาไม่ได้ในแง่ของการเป็นตัวแทนมาแทนที่พวกฮุน เพราะคิดเห็นอะไรไม่ต่างกันในเรื่องชาตินิยมที่เป็นภัยต่อเพื่อนบ้าน เอาเข้าจริงพวกฝ่ายค้านเขมรควรจะแบกรับความรับผิดชอบที่ทำให้บ้านเมืองบรรลัยเพราะสงครามกับไทยด้วยซ้ำ
ในเมืองไทย มีบางคนเห็นว่าควรจะเล่นเกมการเมืองด้วยการสนับสนุนฝ่ายค้านกัมพูชาเพื่อมาช่วยโค่นพวกฮุน ผมขอบอกเลยว่าไม่ควรทำอย่างยิ่ง ไม่เพียงเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศนั้นซึ่งรังแต่จะทำให้เพื่อนบ้านอื่นๆ ระแวงไทย แต่ฝ่ายค้านเขมรยังเป็นพวกตัวอันตรายที่ต้องการดินแดนไทย อาจจะมากกว่าพวกฮุนด้วยซ้ำไป
แต่ก่อนนั้น พวกฝ่ายค้านเขมรมักจะเล่นประเด็น "ทวงดินแดนญวน" คือเชื่อว่าเวียดนามยึดดินแดนกัมพูชาทางภาคใต้ไป แต่ระยะหลังเพราะพวกฮุนคอยปกป้องเวียดนามและไม่กล้าปะทะกับเวียดนามทำให้ต้องกวาดล้างฝ่ายค้านที่เล่นประเด็นนี้ ฝ่ายค้านเขมรจึงไม่มีอะไรให้เล่นนอกจากด่าญวนไปวันๆ และล่าสุดเห็นว่าแต่ก่อนไทยไม่ยอมตอบโต้เรื่อปัญหาชายแดน จึงหันมาเล่นเรื่องเกาะกูดหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยหวังว่าจะได้ความรักความเห็นใจจากประชาชนเขมรที่จะหลงเชื่อว่าพวกนี้รักชาติยิ่งกว่าพวกฮุน
หลังจากที่ไทยสั่งสอนพวกฮุนจนบอบช้ำไปแล้ว ผมเห็นว่าผู้มีอำนาจและอิทธิพลในประเทศเราควร "ใส่ใจ" ฝ่ายค้านกัมพูชากันบ้าง หาไม่แล้วจะกำเริบเสิบสาน ต้องการเกาะกูดกันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะผมรำคาญ แต่ขอเตือนอีกครั้งว่าเพราะฝ่ายค้านกัมพูชาเคยปั่นประเด็นนี้ขึ้นมา จึงทำให้เกิดสงครามระหว่างสองประเทศ
หากไทยจะคว่ำบาตรหรือสั่งสอนอะไรพวกนี้บ้างเพื่อให้สำนึก ผมเชื่อว่าคนไทยเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - Carte du royaume de Siam et des pays limitrophes... / par L. Poulmaire, Bibliothèque nationale de France