จากการผจญภัยในโลกของเวทมนตร์ Harry Potter, Fantastic Beasts, The Lord of the Rings และ The Hobbit สู่แง่คิดที่สะท้อนมุมมองในโลกของความจริงผ่านตัวละครสมมติ
บางครั้งโลกแห่งความจริงก็โหดร้ายเกินไปสำหรับใครหลายคน และหากจะมีประตูสักบานที่พาเราท่องไปในโลกแห่งแฟนตาซี ที่เต็มไปด้วยผู้วิเศษณ์ คาถา หรือเวทมนตร์ ก็คงเป็นช่วงเวลาที่ให้เราได้ปล่อยใจไปกับสิ่งเหนือธรรมชาติที่สามารถปลอบประโลมและคลายความเครียดจากโลกแห่งความเป็นจริง
มีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะพาให้เราหลุดไปอยู่อีกมิติหนึ่งได้ นั่นคือ ภาพยนตร์ และในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โลกของภาพยนตร์ก็ได้สร้างผลงานที่เป็นจักรวาลแห่งเวทมนตร์ที่ตราตรึงใจผู้ชมไว้มากมาย เหมือนอย่างภาพยนตร์ 4 เรื่องต่อไปนี้ ที่แม้เวลาจะผ่านไป แต่ก็ยังถูกฉายซ้ำในความทรงจำของผู้ชมเสมอมา
Harry Potter
เรื่องแรกคงไม่มีใครไม่รู้จัก “Harry Potter” ภาพยนตร์พ่อมดแม่มดระดับตำนานที่ผ่านเวลามาเป็นสิบปีก็ยังคงสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้ทุกครั้งที่เปิดดู โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างจากนวนิยายเป็นเรื่องราวของการติดตามชีวิตของตัวละครหลักที่ชื่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กกำพร้าที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองมีพลังวิเศษณ์ สู่การเป็นพ่อมดที่กล้าหาญและต้องเผชิญกับภัยด้านมืดสุดขั้วอย่าง “โวลเดอมอร์”
ตั้งแต่ภาคแรก “แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์” ที่ออกฉายครั้งแรกในปี 2001 จนถึงภาคสรุปในปี 2011 กับ “แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2” ผู้ชมจะได้เห็นการเติบโตของตัวละคร ไปพร้อมกับ “ฮอกวอตส์” ที่มีหลากหลายอารมณ์ เรื่องราว และความลี้ลับที่ซ่อนอยู่
Fantastic Beasts
ต่อมาคือ เรื่องราวของ “นิวท์ สคามันเดอร์” นักสัตววิทยาใน “Fantastic Beasts” ผู้ที่เดินทางไปยังนิวยอร์ก พร้อมกับกระเป๋าเดินทางที่เต็มไปด้วยสัตว์วิเศษณ์ แต่แล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้น เมื่อสัตว์ในกระเป๋าได้หลุดออกไปสร้างความวุ่นวาย และพัวพันกับมักเกิล จนนำไปสู่เรื่องราวที่เข้มข้นที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับพ่อมดศาสตร์มืดที่ทรงพลัง เกิดเป็นสงครามแห่งเวทมนตร์
ปัจจุบัน Fantastic Beasts ออกฉายแล้ว 3 ภาค ได้แก่ Fantastic Beasts and Where to Find Them ปี 2016, Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald ปี 2018 และ Fantastic Beasts: The Secrets of Dumbledore ปี 2022 ซึ่งเดิมมีแผนกำหนดฉายไว้ 5 ภาค แต่อีก 2 ภาคที่เหลืออยู่ระหว่างถูกระงับการพัฒนาต่อ
The Lord of the Rings
“The Lord of the Rings” อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ถูกพูดถึงไม่แพ้กัน และภารกิจที่กลายเป็นไวรัล อย่าง การทำลายแหวนของฮอบบิทที่ชื่อ “โฟรโด แบ๊กกิ้นส์” ซึ่งภารกิจครั้งนั้นเขาได้ออกเดินทางไปพร้อมกับพันธมิตรจากเผ่าพันธุ์ต่างๆ แต่ในระหว่างเดินทาง กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคอันตราย การต่อสู้ ที่เกิดจากการล่อลวงของแหวนวงนี้
ตั้งแต่ออกฉายภาคแรกในปี 2001 กับ “The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring” ซึ่งเป็นปีเดียวกับการฉายภาคแรกของ Harry Potter นับเป็นปีทองของภาพยนตร์แฟนตาซีเลยก็ว่าได้ และในปีต่อมา 2002 “The Lord of the Rings: The Two Towers” ก็ได้ออกฉาย และปิดท้ายด้วย “The Lord of the Rings: The Return of the King” ที่ออกฉายในปี 2003 เป็นการส่งท้ายให้กับแฟนๆ พร้อมกับคว้ารางวัลออสการ์ 11 สาขามาครอง และรางวัลที่สร้างภูมิใจที่สุดกับ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 อีกด้วย
The Hobbit
เรื่อง “The Hobbit” เป็นภาพยนตร์ที่จะพาเราไปรู้จักอีกโลกของฮอบบิท โดยเฉพาะฮอบบิทที่ชื่อ “บิลโบ แบ็กกินส์” ก่อนที่จะเกิดยุคของ The Lord of the Rings เมื่อวันหนึ่งพวกเขาได้ถูกชักชวนจากพ่อมดและกลุ่มคนแคระให้ร่วมผจญภัยไปเพื่อกอบกู้ดินแดนคืนจากมังกรยักษ์ ซึ่งบิลโบไม่ได้เคยคิดที่อยากจะออกจากบ้านเท่าไรนัก แต่การเดินทางครั้งนี้กลับเปลี่ยนความคิดและชีวิตของเขา หลังจากต้องเผชิญกับอันตราย สิ่งมหัศจรรย์ และพบว่า ตัวเขาเองมีความกล้าหาญอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน และนั่นก็ทำให้เขาเป็นฮีโร่โดยที่ไม่รู้ตัว
ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายอย่างต่อเนื่องด้วยกันทั้งสิ้น 3 ภาค ประกอบด้วย The Hobbit: An Unexpected Journey ในปี 2012, The Hobbit: The Desolation of Smaug ฉายในปี 2013 และ The Hobbit: The Battle of the Five Armies ฉายในปี 2014
หากใครที่ได้เคยชมภาพยนตร์เหล่านี้แล้ว คงเห็นได้ว่า ไม่ได้มอบเพียงความสนุก ตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเท่านั้น เพระแต่ละเรื่องยังแฝงไปด้วยข้อคิดที่สะท้อนโลกของความจริงได้อย่างแนบเนียน และบางครั้งการชมภาพยนตร์แฟนตาซีในโลกแห่งเวทมนตร์ อาจไม่ได้เป็นการหนีจากความจริงเท่านั้น แต่กลับจะพาคนดูให้เข้าใจ “ความเป็นจริง” มากยิ่งขึ้น