จากหนังผีเรื่องหนึ่ง สู่แฟรนไชส์ที่กวาดรายได้รวมกว่า 2,000 ล้านบาท "ธี่หยด" เดินทางมาถึง 3 ภาค ก่อนต่อยอดสู่เรื่องราวบทใหม่ใน "สมิงเขาขวาง"
ตลอด 3 ภาคที่ผ่านมา "ธี่หยด" ยังคงดึงดูดผู้ชมให้ควักเงินซื้อตั๋วได้อย่างต่อเนื่อง จากเรื่องราวสุดพิศวงของครอบครัวตัว ย. สู่แฟรนไชส์หนังผีที่สร้างรายได้จากทั้งในไทยและต่างประเทศรวมกว่า 2,000 ล้านบาท ก่อนเดินหน้าสู่บทใหม่ใน "ธี่หยด สมิงเขาขวาง" ที่เตรียมเข้าฉาย 30 กันยายน 2569
จุดเริ่มต้นของจักรวาลความหลอนเกิดขึ้นในปี 2566 กับ "ธี่หยด" ภาคแรก ที่ทำรายได้กว่า 500 ล้านบาท และพาผู้ชมไปรู้จัก "ยักษ์" รับบทโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ พร้อมครอบครัวตัว ย. ที่ต้องเผชิญหน้ากับ "ผีชุดดำ" ภัยลึกลับที่เข้ามาคุกคามคนในครอบครัว จนกลายเป็นภาพจำของหนัง รวมถึงเสียงเรียก "ธี่...หยด" ที่ติดหูผู้ชมมาจนถึงทุกวันนี้
เสียงตอบรับของภาคแรกมีทั้งคำชื่นชมด้านบรรยากาศและความหลอน ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิจารณ์เรื่องจังหวะ Jump Scare และรูปแบบน่ากลัวที่อาจไม่ถูกใจผู้ชมทุกกลุ่ม แต่ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ กระแสพูดถึงก็ช่วยให้ "ธี่หยด" กลายเป็นชื่อที่คนจดจำ พร้อมทิ้งคำถามว่า หากมีภาคต่อ ครอบครัวตัว ย. จะต้องเจอกับอะไรอีก
คำตอบมาถึงใน "ธี่หยด 2" ปี 2567 ที่สานต่อเรื่องราวของยักษ์กับภารกิจล่าผีชุดดำ โดยเพิ่มความเข้มข้นและความดุเดือดมากขึ้น จนทำรายได้ทะลุ 800 ล้านบาท
ในด้านเสียงวิจารณ์ ภาค 2 ได้รับคำชมว่ามีความจัดจ้านขึ้น ทั้งฉากสยองขวัญและฉากต่อสู้ พร้อมขยับโทนจากหนังผีไปสู่ความเป็นหนังแอ็กชันมากขึ้น ทำให้ภาคนี้มีภาพรวมที่ดุเดือดและแตกต่างจากภาคแรก
ความสำเร็จของภาค 2 จึงสะท้อนให้เห็นว่า การที่ผู้ชมกลับเข้าโรงไม่ได้เกิดจากกระแสของภาคแรกเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความผูกพันกับตัวละครและความอยากรู้ว่าเรื่องราวของครอบครัวนี้จะเดินทางไปถึงจุดไหน
จากนั้น "ธี่หยด 3" ในปี 2568 ได้กลายเป็นอีกบททดสอบของแฟรนไชส์ แม้รายได้ทั่วประเทศจะลดลงจากภาค 2 มาอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท และทำให้เห็นว่า "ธี่หยด" ยังสามารถรักษาฐานผู้ชมเอาไว้ได้อยู่
ภาค 3 ยังคงได้รับเสียงวิจารณ์หลากหลาย หลายคนชื่นชมฉากแอ็กชันที่ดุเดือดขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มองว่าความสยองขวัญลดลงอย่างเห็นได้ชัด และมันก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เมื่อธี่หยดขยายบทบาทที่ใหญ่ขึ้น เรื่องราวจะไปสุดที่ตรงไหน
และแน่นอนว่า "ธี่หยด" ไม่ได้หยุดอยู่เพียง 3 ภาค เพราะกำลังขยายจักรวาลต่อใน "ธี่หยด สมิงเขาขวาง" ซึ่งจะพาผู้ชมย้อนกลับไปสำรวจอดีตของยักษ์ในช่วงที่เขายังเป็นทหาร ราวปี 2511 พร้อมภารกิจร่วมกับ "จ่าปพันธ์" ท่ามกลางตำนานเสือสมิงในป่าลึกลับ
ตลอด 3 ภาค ธี่หยดคงทำให้ผู้ชมเห็นแล้วว่า ความสำเร็จของหนังผีไม่ได้เกิดจากความน่ากลัวเพียงอย่างเดียว แต่มันยังมีองค์ประกอบจากตัวละครที่คนดูผูกพัน เรื่องราวที่ทำให้อยากรู้ต่อ และจักรวาลที่ยังสามารถแตกแขนงออกไปได้
แต่เมื่อ "สมิงเขาขวาง" เปลี่ยนเรื่องราวไปสู่ตำนานบทใหม่ในครั้งนี้ คำถามสำคัญจึงเกิดว่า คนดูจะยังตามธี่หยด เพราะรักตัวละครและจักรวาลนี้หรือเปล่า
หรือเพราะพวกเขายังอยากดูความหลอนในชื่อ "ธี่หยด" กันแน่