ในวันที่มนุษย์มี "อำนาจ" อยู่ในมือ และเผลอปล่อยให้ตัวเองทำตามใจโดยไม่สนว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สุดท้ายแล้วอาจไม่มีใครหนีพ้นสิ่งที่ตัวเองก่อไว้
ประเด็นนี้ถูกหยิบมาขมวดไว้ใน "คำสารภาพของหมอผี" ภาพยนตร์ดราม่า ที่มาพร้อมกับความสยองขวัญ และใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ ก็สามารถกวาดรายได้ทะลุ 100 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อย แถมกระแสของหนังส่อแววแรงมาตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉายเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ด้วยรายได้เปิดตัวกว่า 30 ล้านบาท
หากพูดถึงแก่นเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ได้พาเราเข้าไปสำรวจแค่โลกของไสยศาสตร์และมนต์ดำเท่านั้น แต่ยังชวนมองกลับมาที่ จิตใจของมนุษย์ โดยเฉพาะในวันที่ "อำนาจ" เข้ามาครอบงำ
เรื่องราวของ พระต่อ ที่เริ่มต้นจาก "ความแค้น" เมื่อเขามองว่ากฎหมายไม่สามารถให้ความยุติธรรมกับตัวเองได้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่โลกของไสยศาสตร์ในฐานะ "หมอต่อ" โดยมี หมอเทียน เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาอาคมให้
แต่เมื่ออำนาจที่ได้มาเริ่มเกินขอบเขตของความพอดี หมอต่อก็เริ่มถลำลึกไปกับสิ่งที่ตัวเองควบคุม จนท้ายที่สุด อำนาจที่เคยคิดว่า จะใช้จัดการคนอื่น กลับย้อนคืนมากัดกินตัวเขาเอง
และนี่อาจเป็น "อีกหนึ่งคำถาม" สำคัญที่หนังทิ้งไว้ให้คนดูว่า
ถ้าวันหนึ่งเราเป็นคนที่มีอำนาจมากพอที่จะทำอะไรก็ได้ เราจะยังเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่หรือเปล่า
เพราะถ้ามองกลับมาที่ชีวิตจริง เราอาจเห็นเรื่องราวแบบนี้อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีอำนาจสั่งการ ควบคุม หรือกำหนดชะตาของคนอื่น และเมื่ออำนาจนั้นถูกใช้เกินขอบเขต ผลที่ตามมาก็อาจย้อนกลับมาหาตัวเองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
บางคนอาจได้รับผลจากการกระทำในวันที่ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่บางคนอาจไม่ต้องรับมันด้วยตัวเอง แต่ผลของสิ่งที่ทำไว้อาจตกทอดไปถึงคนรอบข้าง ครอบครัว หรือลูกหลาน
เพราะสุดท้ายแล้ว ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า อำนาจนั้นผิดหรือถูก แต่อยู่ที่ว่า เมื่ออำนาจมาอยู่ในมือของเราแล้ว เราเลือกจะใช้มันอย่างไร
และแม้แต่อำนาจที่ได้มาอย่างถูกต้อง หากถูกใช้ด้วยความโลภ ความแค้น หรือความเห็นแก่ตัวมากเกินไป จากสิ่งที่เคยบริสุทธิ์ ก็อาจค่อยๆ กลายเป็นสีเทา จนสุดท้ายไม่ต่างอะไรจากอำนาจที่พร้อมจะย้อนกลับมาทำร้ายคนถือมันเอง