ทำอะไรอยู่…ดูละคร AI
ในยุคที่ใครๆ ก็สามารถผลิตละครแนวตั้งได้ เพียงป้อนคำสั่งให้ Generative AI ก็สามารถสร้างคอนเทนต์ได้ตามต้องการ ทั้งภาพ เสียง และงานโปรดักชัน แถมยังใช้ต้นทุนต่ำกว่าการผลิตละครแบบเดิม บทพูดก็หลากหลายขึ้น ไม่ได้มีแค่ “ฉัน คือ ประธานบริษัท” อีกแล้ว
สำหรับผู้ชม อาจมองว่าภาพสวย เนื้อเรื่องสนุก แต่สำหรับคนที่ทำธุรกิจละครคุณธรรมหรือละครแนวตั้งที่ใช้คนแสดงจริง การเข้ามาของ AI กลายเป็นวิกฤติครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมนี้
บริษัท เคแอลเค สตูดิโอ จำกัด หนึ่งในผู้บุกเบิกและผู้เล่นรายใหญ่ของอุตสาหกรรมละครแนวตั้ง ซึ่งหลายคนรู้จักกันดีในชื่อ “กันและกัน ซีรีส์” ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ และกำลังปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
The Better News พูดคุยกับ "คุณเชน วัชระ โชติภัคจินดากุล" ประธานกรรมการบริษัท ถึงสถานการณ์ตลาดละครแนวตั้งในประเทศไทยในปัจจุบัน รวมถึงย้อนดูจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ทำให้ “กันและกัน ซีรีส์” ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นแถวหน้าของอุตสาหกรรมนี้
- จากคนตกงานยุคโควิด สู่ธุรกิจละครแนวตั้ง ทำรายได้ 3 ล้านต่อเดือน
ย้อนกลับไปในช่วงเกิดวิกฤติโควิด จุดเปลี่ยนของชีวิตที่หลายคนต้องเจอ คุณเชน มองเห็นลู่ทางและโอกาส ชักชวนเพื่อๆ ถ่ายทำคอนเทนต์ ที่เริ่มมาจากความสนุก แต่ดันไปถูกจริตคนไทย ประกอบกับโซเชียลมีเดียได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตผู้คนมากขึ้น จึงทำให้พฤติกรรมของผู้ชมเปลี่ยนไป
จากที่ต้องรอดูละครโทรทัศน์เป็นช่วงเวลา และต้องติดตามกันข้ามวันข้ามสัปดาห์กว่าจะถึงตอนจบ กลายเป็น หันมาเสพอะไรที่กระชับ รู้จุดจบได้ไว แถมยังได้ข้อคิดจากเนื้อเรื่อง คุณเชนจึงหาธุรกิจเข้าไปตอบโจทย์ผู้ชมในส่วนนั้น
ในช่วงแรกผู้เล่นในตลาดแทบไม่มี การแข่งขันน้อย และรายได้จากค่าโฆษณาที่ได้จากแพลตฟอร์มช่วงปี 2021-2024 กลายเป็นจุดพีคด้านรายได้ ใน 1 เดือน คุณเชน เคยทำรายได้มากถึง 3 ล้านบาท จาก 100 ล้านวิว และยังสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องหลายเดือน
ก่อนที่แพลตฟอร์มจะประกาศปรับสัดส่วนการจ่ายค่าโฆษณา ทำให้รายได้ลดฮวบ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ ประสบปัญหาเดียวกัน คือ ต้นทุนเท่าเดิม แต่รายได้ลดลง ทำให้ในช่วงกลางปี 2025 มีบริษัทผลิตละครสั้นต้องปิดตัวไปถึง 70-80% เหลือเพียงรายใหญ่ ที่อาศัยรายได้จากสปอนเซอร์ หรือลูกค้าจ้างทำโฆษณา
- ละครสั้นถึงจุดเปลี่ยน เมื่อ AI ลดต้นทุนผลิตลงมหาศาล
ปี 2026 อาจเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมละครสั้น เมื่อเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในการผลิตคอนเทนต์มากขึ้น โดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิตลงอย่างมหาศาล
คุณเชนมองว่า ในอดีตการแข่งขันของผู้ผลิตละครอยู่ที่ใครเขียนบทได้ดีกว่า นักแสดงแสดงได้ดีกว่า และสามารถเล่าเรื่องให้สนุกจนคนดูติดตามได้ แต่เมื่อ AI เข้ามา ความได้เปรียบเหล่านี้อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนสามารถสร้างการแสดงอารมณ์ได้ใกล้เคียงมนุษย์
“ตอนนี้ผมกล้าพูดได้เลยว่า AI สามารถแสดงอารมณ์ สีหน้า และท่าทางได้เทียบเท่าคน ผมตีว่า 95% แล้วกัน มีสิ่งเดียวที่ยังทำไม่ได้คือน้ำตา ที่ยังไม่เนียน แต่สีหน้าน้อยใจ โกรธ เกลียด มูฟเมนต์ ไปดูได้เลยทุกคน เพราะผมเชื่อว่าทุกคนก็ดู”
สำหรับ KLK Studio บริษัทได้เริ่มนำ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการทำงานแล้ว โดยเฉพาะการเขียนบท จากเดิมที่มีทีมเขียนบท 3 คน ต้องใช้เวลาทำงานข้ามวันข้ามคืน ปัจจุบัน AI ช่วยลดระยะเวลาการทำงานลงได้มาก พร้อมช่วยให้ได้บทที่หลากหลาย มีความคมชัด และมีจังหวะการเล่าเรื่องที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชมชื่นชอบ
คุณเชนมองว่า การเข้ามาของ AI ไม่ได้มีแค่ความท้าทาย แต่ยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการรายเล็ก หากเข้าใจและนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างเหมาะสม ก็สามารถแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ได้
ในด้านต้นทุนการผลิตเอไอกำลังเข้ามามีช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตละคร ยกตัวอย่าง การผลิตซีรีส์ความยาว 15-20 นาที หากใช้คนแสดงจริงพร้อมทีมโปรดักชัน อาจมีต้นทุนประมาณ 100,000 บาทต่อเรื่อง แต่หากใช้เอไอสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบเดียวกัน ต้นทุนอาจลดลงเหลือประมาณ 20,000 บาทต่อเรื่อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและคุณภาพของผลงาน
จากตัวอย่างดังกล่าวทำให้เห็นว่า เอไอสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 70-80% หรือคิดเป็นต้นทุนที่แตกต่างกันประมาณ 5 เท่า อีกทั้งยังมีศักยภาพในการลดระยะเวลาการผลิตได้อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทยังคงใช้นักแสดงจริง มีทีมโปรดักชันและทีมตัดต่อเหมือนเดิม แต่การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีก็ทำให้บริษัทต้องกลับมาคิดถึงทิศทางในอนาคตว่าจะปรับโครงสร้างองค์กรและรูปแบบธุรกิจ (Business Model) อย่างไรให้เหมาะสมกับการแข่งขันที่เปลี่ยนไป
- ปรับเกมธุรกิจ เดินหน้าแพลตฟอร์มซีรีส์แนวตั้ง
ขณะเดียวกัน KLK ยังเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มซีรีส์แนวตั้งของตัวเอง ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา โดยคุณเชนมองว่า แพลตฟอร์มนี้จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ให้บริษัท และตั้งเป้าให้เติบโตเป็นธุรกิจหลักของ KLK Studio ในอนาคต
ปัจจุบันแพลตฟอร์มมีคอนเทนต์ซีรีส์ที่ผลิตโดย KLK เป็นหลัก แต่เป้าหมายต่อไปคือการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ที่ช่วยผลักดันคอนเทนต์ไทยไปสู่ผู้ชมทั่วโลก โดยเตรียมเปิดรับครีเอเตอร์ให้นำผลงานเข้ามาเผยแพร่ เพื่อสร้างระบบธุรกิจที่รองรับและเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ไทยเติบโตไปพร้อมกับแพลตฟอร์มด้วย
“กันและกัน ซีรีส์” เป็นหนึ่งตัวอย่างของวงการละครแนวตั้ง เมื่อการของเอไอ เข้ามาเปลี่ยนเกม ทำละครได้เร็วขึ้น และใช้ต้นทุนต่ำลงกว่าหลายเท่า
ส่วนอนาคตของละครสั้น ละครแนวตั้ง หรือละครคุณธรรมจะเป็นอย่างไร คนจะหันไปดูละครเอไอมากขึ้นหรือเปล่า หรือเราจะยังได้เห็นเวอร์ชั่นคนแสดงอยู่หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องจับตากันต่อไปว่า ผู้เล่นในอุตสาหกรรมนี้จะปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างไร