กรุงไทยชี้เงินบาทเผชิญความผันผวนจากทิศทางดอกเบี้ย FED และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเมินกรอบ 33.65-33.85 บาทต่อดอลลาร์ แนะผู้ประกอบการเพิ่มเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 33.76 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนหน้า โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.68-33.79 บาทต่อดอลลาร์ หลังได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์เป็นระยะ ก่อนกลับมาอ่อนค่าตามราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวเงินบาทใน 24 ชั่วโมง คาดอยู่ที่ 33.65-33.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ การจ้างงานภาคเอกชน ADP และดัชนี ISM ภาคบริการ ตลอดจนสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินดอลลาร์ ราคาน้ำมัน และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย
ด้านตลาดการเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 101.9 จุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.92% ส่วนราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 3,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังถูกกดดันจากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ที่อยู่ในระดับสูง
นายพูนประเมินว่า ระยะสั้นเงินบาทมีความเสี่ยงผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง โดยหากผลเลือกตั้งสหรัฐฯ เป็นไปตามที่ตลาดคาด และสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่รุนแรงขึ้น เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่า อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งยืดเยื้อจนราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทำให้ FED มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดประเมิน
ในระยะกลางถึงยาว Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมุมมองว่า FED อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในเดือนธันวาคม ก่อนคงดอกเบี้ยจนถึงครึ่งหลังปี 2027 และทยอยปรับลดลง ประกอบกับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย ซึ่งอาจช่วยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้
ด้านเทคนิคให้แนวต้านเงินบาทที่ 33.75-33.85 บาทต่อดอลลาร์ หากทะลุระดับดังกล่าวมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าในกรอบรายวันและรายสัปดาห์ จนกว่าจะกลับมาแข็งค่าผ่านระดับ 33.50 และ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ตามลำดับ