ฟิตเนส เฟิรส์ท ชวนทำความรู้จัก ‘Hybrid Training’ รูปแบบการออกกำลังกายที่ผสาน Strength Training และ Cardio เข้าด้วยกัน รับกระแส Fitness Racin พร้อมชี้ 3 เหตุผลที่เทรนด์นี้ตอบโจทย์คนยุคใหม่
กระแสการแข่งขันกีฬาฟิตเนสและ Fitness Racing เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศไทยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันเพิ่มขึ้นจนแตะระดับหลักหมื่นคน สะท้อนพฤติกรรมของคนรักสุขภาพที่ไม่ได้มองการออกกำลังกายเพียงการสร้างกล้ามเนื้อหรือเผาผลาญแคลอรีอีกต่อไป แต่ต้องการพัฒนาทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความทนทานของระบบหัวใจและปอดไปพร้อมกัน
ฟิตเนส เฟิรส์ท จึงชวนทำความรู้จักกับ ‘Hybrid Training’ รูปแบบการออกกำลังกายที่ผสมผสานการฝึกมากกว่าหนึ่งประเภทเข้าด้วยกัน โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่าง Strength Training หรือการฝึกเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และ Cardio เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของร่างกายให้ครอบคลุมมากขึ้น
คุณพาขวัญ สุพานิชรัตนา National Health and Fitness Manager บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Hybrid Training สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของนิยามความฟิตในปัจจุบัน เพราะผู้คนต้องการมากกว่ารูปร่างที่ดี แต่ต้องการร่างกายที่สามารถใช้งานได้ในหลายมิติ การฝึกที่ผสมผสานความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกับความทนทานของหัวใจ จึงตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการท้าทายและพัฒนาศักยภาพของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเหตุผลที่ Hybrid Training ได้รับความสนใจ มี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. เพิ่มความหลากหลายให้การออกกำลังกาย
Hybrid Training ช่วยให้ผู้ฝึกพัฒนาความแข็งแรงและระบบหัวใจและหลอดเลือดภายในโปรแกรมเดียวกัน เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัดและต้องการออกกำลังกายที่มีรูปแบบหลากหลาย โดยประสิทธิภาพของการฝึกขึ้นอยู่กับการออกแบบโปรแกรมและเป้าหมายของแต่ละคน
2. ฝึกการเคลื่อนไหวให้ร่างกายทำงานสมดุลขึ้น
นอกจาก Strength และ Cardio แล้ว การฝึก Movement ที่หลากหลายช่วยให้ร่างกายได้ทำงานในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และช่วยลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสมได้เมื่อฝึกอย่างถูกต้อง
3. เพิ่มความท้าทายและลดความจำเจ
การฝึกหลายรูปแบบช่วยให้การออกกำลังกายมีเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งด้านความแข็งแรง ความทนทาน และความคล่องตัว ทำให้ผู้ฝึกสามารถปรับโปรแกรมให้เหมาะกับความสนใจและระดับความสามารถของตัวเอง
ทั้งนี้ การฝึก Hybrid Training ให้เหมาะสมควรคำนึงถึงระดับความฟิต เป้าหมาย และการพักฟื้นของแต่ละบุคคล รวมถึงวางแผนตารางฝึกอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การฝึก Strength และ Cardio ไม่รบกวนการฟื้นตัวของร่างกายมากเกินไป