กรุงไทย มองเงินบาทระยะสั้นยังแกว่ง Sideways กรอบ 32.55-32.85 บาทต่อดอลลาร์ หลังตลาดคลายกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนรอลุ้นตัวเลข PCE สหรัฐฯ - ถ้อยแถลงประธานเฟดใน Jackson Hole
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เผย ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนที่ 32.74 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าในลักษณะ Sideways Down เคลื่อนไหวในกรอบ 32.67-32.76 บาทต่อดอลลาร์ หลังตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง จากความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเจรจาหยุดยิงกันอีกครั้ง
ปัจจัยดังกล่าวกดดันราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงมาอยู่แถว 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำปรับขึ้นสู่โซน 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่อ่อนตัวลง โดยดัชนีดอลลาร์ (DXY) ลดลงมาอยู่ที่ 98.9 จุด และบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ อยู่ที่ 4.64%
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดย Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.30%, S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.32% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.66% ตามบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงและแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีและ AI ขณะที่ตลาดยังจับตาผลประกอบการของ Nvidia รวมถึงถ้อยแถลงของประธานเฟดในงาน Jackson Hole
สำหรับช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะให้น้ำหนักกับตัวเลขเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ หรือ PCE Price Index (Personal Consumption Expenditures Price Index) หรือ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เดือนกรกฎาคม รวมถึงประมาณการ GDP ไตรมาส 2 ครั้งที่ 2 และยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน โดยตลาดคาด PCE ชะลอลงสู่ 3.6% และ Core PCE อยู่ที่ 3.3% หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด อาจหนุนดอลลาร์แข็งค่าและกดดันทั้งราคาทองคำและเงินบาท
ส่วนไทย คาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% เนื่องจากเศรษฐกิจยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ขณะที่เงินเฟ้อที่สูงขึ้นยังเป็นผลจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก
นายพูนมองว่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงสองทาง โดยแนวรับอยู่ที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และถัดไป 32.30 บาท ขณะที่แนวต้านแรกอยู่ที่ 32.80-32.85 บาท และแนวต้านสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ หากเงินบาททะลุ 33.00 บาทอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณกลับสู่แนวโน้มอ่อนค่าในกรอบรายวัน
กรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดอยู่ที่ 32.55-32.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักลงทุนควรเตรียมรับมือความผันผวนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมพิจารณาเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ FX Options