อว. และ LINE MAN Wongnai เปิดตัว “AI Thinking Framework” ชู 3 แก่นสำคัญ รู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้ AI คิดก่อนถาม และมุ่งหาความเข้าใจมากกว่าคำตอบ พร้อมนำไปใช้ใน Tech Camp 2026
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ LINE MAN Wongnai เดินหน้านโยบายพัฒนากำลังคนด้าน AI ผ่าน “LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026” ค่ายเทคโนโลยีสำหรับเยาวชนระดับมัธยมศึกษา พร้อมเปิดตัว “AI Thinking Framework” กรอบการเรียนรู้การทำงานร่วมกับ AI ที่ถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริงของทีมงาน LINE MAN Wongnai เป็นครั้งแรก โดยผู้เข้าร่วมค่ายกว่า 100 คนจะได้ทดลองใช้ Framework ผ่านโจทย์จริงร่วมกับทีมพัฒนาแพลตฟอร์ม ก่อนเปิดให้ประชาชนทั่วประเทศดาวน์โหลดไปใช้งานฟรี
ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ร่วมเปิดโครงการ โดยมุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคเอกชนเข้าสู่ระบบการศึกษาและการพัฒนาทักษะกำลังคนของประเทศ
ศ.ดร. ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว. มุ่งขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาทุนมนุษย์ภายใต้วาระแห่งชาติ “Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และพัฒนากำลังคนทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่มีบทบาทต่อภาคเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน
ความร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ในครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการนำ “AI Thinking Framework” ซึ่งพัฒนาจากประสบการณ์ของภาคเอกชนไทยมาเผยแพร่ให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดและนำไปใช้ได้ฟรี ขณะที่กระทรวง อว. และ สสวท. พร้อมสนับสนุนการส่งต่อองค์ความรู้ไปยังเครือข่ายสถาบันการศึกษา เพื่อประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและร่วมยกระดับ Skill Framework ของประเทศ
ด้านยอด ชินสุภัคกุล กล่าวว่า AI ได้กลายเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของโลกการทำงาน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยจึงต้องพัฒนากำลังคนให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความท้าทายของการพัฒนาการศึกษาไม่ได้อยู่ที่การฝึกใช้เครื่องมือ AI เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการสร้างกรอบความคิด หรือ AI Thinking ตั้งแต่วิธีที่ผู้เรียนใช้ AI เพื่อแก้ปัญหา ไปจนถึงวิธีที่ผู้สอนสามารถวัดและประเมินผล เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างการเรียนในห้องเรียนกับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ
LINE MAN Wongnai ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีไทยจึงต้องการมีส่วนร่วมในการสร้าง Talent Ecosystem ตั้งแต่ต้นทาง โดย AI Thinking Framework เป็นองค์ความรู้ที่ถอดบทเรียนจากการแข่งขัน AI Hackathon และประสบการณ์การทำงานจริงภายในองค์กร ก่อนนำมาเปิดให้สถาบันการศึกษาและประชาชนสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
LINE MAN Wongnai Tech Camp หรือชื่อเดิม Spectrum Tech Camp จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยสองปีแรกมุ่งส่งเสริมความหลากหลาย (Diversity) ในวงการเทคโนโลยี ขณะที่ปี 2026 ปรับหลักสูตรให้เน้น “AI Thinking” เพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3-6 กว่า 100 คน ให้มีทักษะที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่
เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม การประเมินผล และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อแก้ปัญหา โดยเยาวชนจะได้เรียนรู้จากผู้บริหารและทีมงาน LINE MAN Wongnai ซึ่งมีประสบการณ์พัฒนาแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านคน รวมถึงผ่านการทำ AI Hackathon ภายในองค์กร
ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ได้แก่ ภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบุคคลและสื่อสารองค์กร และ ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล รองประธานฝ่าย AI รวมถึงวิทยากรพิเศษ ภูผา อมรกิจจา เจ้าของช่อง “Mr. Phoops คนตื่นเรียน”
ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล รองประธานฝ่าย AI LINE MAN Wongnai กล่าวว่า AI Thinking Framework เป็นกรอบความคิดสำหรับการทำงานร่วมกับ AI ที่กลั่นกรองจากประสบการณ์จริงในการพัฒนาแพลตฟอร์ม โดยมี 3 แก่นสำคัญ
1. รู้ว่าเมื่อไหร่ควรและไม่ควรใช้ AI
ผู้ใช้งานต้องเข้าใจจุดแข็งและข้อจำกัดของ AI เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับประเภทงาน รวมถึงรู้เท่าทันข้อผิดพลาดหรือข้อมูลที่ AI อาจสร้างขึ้น
2. คิดก่อนถาม AI
ผู้ใช้งานควรสำรวจความรู้และความเข้าใจของตัวเองก่อนตั้งคำถาม เพื่อกำหนดโจทย์ให้ตรงประเด็น และไม่ปล่อยให้ AI เป็นผู้กำหนดกรอบความคิดทั้งหมด
3. มุ่งหาความเข้าใจ ไม่ใช่แค่เอาคำตอบ
AI ควรถูกใช้เป็นคู่คิดเพื่อช่วยฝึกการคิดและจัดระเบียบความเข้าใจ มากกว่าการพึ่งพาเพื่อหาคำตอบเพียงอย่างเดียว เป้าหมายคือให้ผู้เรียนและคนทำงานสามารถพัฒนาทักษะของตัวเองได้ต่อเนื่อง
ผู้เข้าร่วม LINE MAN Wongnai Tech Camp 2026 จะได้นำ AI Thinking Framework ไปทดลองใช้กับโจทย์จริงผ่าน 3 กรณีศึกษา ได้แก่ การใช้ AI ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลของไรเดอร์ การใช้ AI สร้างข้อความการตลาดเฉพาะบุคคลเพื่อโปรโมตร้านอาหาร และการสร้างผู้ช่วยตอบคำถามอัจฉริยะ
การเรียนรู้ดังกล่าวเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทดลองคิด วิเคราะห์ ตั้งคำถาม ตรวจสอบผลลัพธ์ และปรับปรุงการทำงานร่วมกับ AI ผ่านสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกับการทำงานจริงของทีม LINE MAN Wongnai
ความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. และ LINE MAN Wongnai ครั้งนี้จึงมุ่งให้ AI Thinking เป็นมากกว่าทักษะการใช้เครื่องมือ แต่เป็นกรอบคิดที่ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักใช้ AI อย่างเหมาะสม เข้าใจข้อจำกัดของเทคโนโลยี และพัฒนาทักษะการคิดของตัวเองควบคู่กัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น