“ไทยช่วยไทยพลัส”ดันความเชื่อมั่นฟื้นกำลังซื้อขยับถึงไตรมาส 4

“ไทยช่วยไทยพลัส”ดันความเชื่อมั่นฟื้นกำลังซื้อขยับถึงไตรมาส 4
ดัชนีความเชื่อมั่นก.ค. ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือน รับแรงหนุนไทยช่วยไทยพลัส 60/40” คาดกำลังซื้อฟื้นชัดช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องไตรมาส 4 หากสงครามคลี่คลาย ราคาน้ำมันเข้าสู่ภาวะปกติ

รศ.ดร.ธนวรรธน์  พลวิชัย  อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ  เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือน จากระดับ 50.7 เป็น 51.8 เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศเริ่มปรับตัวลดลง ประกอบกับรัฐบาลเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง และราคาพืชผลทางการเกษตรหลักปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกและเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในประชนซึ่งส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเป็นผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 45.3 49.8 และ 60.5 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือน เมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนมิถุนายน ที่อยู่ในระดับ 44.1 48.7 และ 59.3 ตามลำดับ
อย่างไรก็ดีการที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) สะท้อนผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามที่ยังมีความไม่แน่นนอน ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ยังคงทรงตัวสูงซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีความเสี่ยงที่จะฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 5 เดือนเช่นเดียวกันจากระดับ 58.7 มาอยู่ที่ระดับ 59.9 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน 
ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ แต่จะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ในช่วงเดือนกันยายนของปีนี้ เนื่องจากได้รับการกระตุ้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายน 2569 และหากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน คลี่คลายลงอย่างถาวรและราคาน้ำมันลดลงกลับมาเป็นปกติ และราคาพืชผลทางการเกษตรหลักปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา คาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและการบริโภคจะปรับตัวจะกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
การที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองนั้น มีสาเหตุสำคัญมาจากผู้บริโภคมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น หลังจากรัฐบาลทำโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” 60/40 ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วเป็นเดือนที่สอง (เริ่ม มิ.ย.69 เดือนแรก)
“ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องที่เห็นชัดเจนที่สุดเป็นผลจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60/40  ประชาชนมีความมั่นใจขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย เพราะเหมือนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 1 พันบาท ซึ่งช่วยในเรื่องการดูแลค่าครองชีพได้ดี”


 

TAGS: #ดัชนีความเชื่อมั่น #ไทยช่วยไทยพลัส #กำลังซื้อ