ไทวัสดุผสาน AI-โซลาร์-EV Truck ยกระดับค้าปลีกสีเขียว ลดต้นทุนกว่า 400 ล้านบาท

ไทวัสดุผสาน AI-โซลาร์-EV Truck ยกระดับค้าปลีกสีเขียว ลดต้นทุนกว่า 400 ล้านบาท
ไทวัสดุเดินหน้าสู่ค้าปลีกคาร์บอนต่ำ ด้วยโมเดล Smart Green Retail Ecosystem ที่ผสาน AI พลังงานสะอาด และโลจิสติกส์สีเขียว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 50,000 ตันต่อปี

ไทวัสดุ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าเพื่อบ้าน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยผลสำเร็จของการพัฒนาโมเดล "Smart Green Retail Ecosystem" ซึ่งผสานการบริหารจัดการพลังงานด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Smart Energy Management) การใช้พลังงานสะอาด (Clean Energy) และระบบโลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistics) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและรับมือกับความผันผวนของต้นทุนพลังงาน

ปัจจุบันไทวัสดุมี 91 สาขา ครอบคลุม 53 จังหวัดทั่วประเทศ โดยผลจากการดำเนินงานสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 50,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เทียบเท่าการปลูกต้นไม้มากกว่า 3.4 ล้านต้น หรือการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดกว่า 95 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี พร้อมลดต้นทุนด้านพลังงานและโลจิสติกส์รวมกว่า 400 ล้านบาทต่อปี

นายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล โฮม กล่าวว่า ความยั่งยืนเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในระยะยาว เพราะการแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดเพียงจำนวนสาขาหรือยอดขาย แต่รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโมเดล Smart Green Retail Ecosystem ประกอบด้วย 3 กลไกหลัก ได้แก่ AI Smart Energy Management, Clean Energy และ Green Logistics ซึ่งเชื่อมโยงการดำเนินงานตั้งแต่ภายในสาขา ระบบสาธารณูปโภค ไปจนถึงการขนส่งสินค้าและการจัดส่งถึงลูกค้า

ด้านการบริหารพลังงาน ไทวัสดุร่วมกับ Samsung นำระบบ Samsung SmartThings Pro และ Smart HVAC มาใช้บริหารจัดการระบบปรับอากาศในสาขานำร่อง 3 แห่ง ได้แก่ บางใหญ่ นครอินทร์ และสมุทรปราการ โดยใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์และปรับการทำงานของระบบอัตโนมัติ ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศได้เฉลี่ย 10% ลดค่าไฟฟ้าประมาณ 192,000 บาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 24 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หากขยายผลเป็น 31 สาขา คาดว่าจะประหยัดค่าไฟได้มากกว่า 2 ล้านบาทต่อปี

ในด้านพลังงานสะอาด ไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮม ได้ติดตั้งระบบ Solar Rooftop แล้ว 86 สาขา มีกำลังการผลิตรวม 74 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 95 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ราว 398 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 47,362 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมตั้งเป้าติดตั้งระบบดังกล่าวให้ครบทุกสาขาภายในสิ้นปี 2569

ส่วนการพัฒนา Green Logistics บริษัทนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) มาใช้ทั้งการขนส่งระหว่างศูนย์กระจายสินค้าและการจัดส่งถึงลูกค้า ปัจจุบันมีรถ EV จำนวน 27 คัน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 32 คันภายในปี 2569 หรือคิดเป็น 17% ของรถขนส่งทั้งหมด พร้อมแผนเพิ่มรถไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 5 คัน คาดว่าจะช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ประมาณ 901,000 ลิตรต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 2,500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้กว่า 8.2 ล้านบาทต่อปี

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า โมเดล Smart Green Retail Ecosystem เป็นการเชื่อมโยงเทคโนโลยี AI พลังงานสะอาด และระบบขนส่งคาร์บอนต่ำให้ทำงานร่วมกันตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจค้าปลีกคาร์บอนต่ำในอนาคต

TAGS: #ไทวัสดุ #ThaiWatsadu #CentralRetail #SmartGreenRetailEcosystem #AI #CleanEnergy