‘ปกรณ์’ เร่งปรับปรุงกฎหมายตามข้อเสนอภาคเอกชนกว่า 100 ฉบับ ผ่านกลไก กรอ.ลดอุปสรรคการดำเนินธุรกิจ เน้นภาคท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอีก 1-2 เดือนเห็นผลชี้ต้องแก้ราคาพลังงานควบคู่ไปด้วย
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศว่า ขณะนี้ได้เริ่มทำงานร่วมกับภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อตรวจสอบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ
ทั้งนี้ กฎหมายที่ภาคเอกชนเสนอให้แก้ไขล่าสุดมีประมาณ 100 กว่าฉบับ โดยข้อเสนอส่วนใหญ่มาจากสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า ซึ่งยังต้องจัดกลุ่มรวมกันให้ชัด เพื่อแยกว่ากฎหมายใดกระทบต่อเศรษฐกิจและการแข่งขันมากที่สุด
สำหรับแนวทางทำงานครั้งนี้จะไม่ทำเป็นแผนแม่บทขนาดใหญ่ เพราะใช้เวลานานและอาจไม่ทันสถานการณ์ แต่ได้ขอให้ภาคเอกชนระบุให้ชัดว่า กฎหมายไม่ดีตรงไหน ต้องแก้ถ้อยคำใด เมื่อได้ร่างข้อความที่ชัด จะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทันที
นายปกรณ์ กล่าวว่า หลังรับฟังความคิดเห็นและได้ข้อสรุปร่วมกัน จะเสนอหลักการต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของกฎหมายไปดำเนินการแก้ไขตามระบบ โดยจะเน้นเรื่องที่ทำได้จริงและเกิดผลต่อผู้ประกอบการเร็วที่สุด
ทั้งนี้รัฐบาลจะจัดลำดับความสำคัญของกฎหมายตามยุทธศาสตร์ 7 Leading Thailand โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเอกชนสะท้อนตรงกันว่า หากต้นทุนการดำเนินธุรกิจยังสูง ไทยจะแข่งขันกับประเทศอื่นได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้ให้ทีมงานหารือล่วงหน้ากับภาคเอกชนแล้ว เพื่อดูว่าข้อเสนอใดเป็นประโยชน์และนำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีการจัดทำระบบให้เอกชนสามารถใส่ประเด็นเข้าไปและเพื่อติดตามความคืบหน้าของแต่ละเรื่องได้ต่อเนื่อง
ด้านปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีต้นทุนเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะราคาพลังงานที่สูงมาก ซึ่งเป็นต้นทุนพื้นฐานของทุกธุรกิจ หากไม่แก้เรื่องเหล่านี้ควบคู่กัน การแก้กฎหมายอย่างเดียวอาจยังไม่พอ
"เดิมคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าอีก 1-2 เดือนจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น โดยต้องเร่งทำ เพราะเวลาไม่รอ วาระรัฐบาลเดินเร็ว และประเทศต้องการความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้" นายปกรณ์ กล่าว