ฮ่องกงบุกไทย! WestK ควง “หมีเนย” เปิดตัวแคมเปญยักษ์ พลิกโฉมท่องเที่ยวริมอ่าววิกตอเรีย

ฮ่องกงบุกไทย! WestK ควง “หมีเนย” เปิดตัวแคมเปญยักษ์ พลิกโฉมท่องเที่ยวริมอ่าววิกตอเรีย
ฮ่องกงบุกไทย! WestK ปักหมุดกรุงเทพฯ ที่แรก เปิดตัวแคมเปญยักษ์ “WestK in Bangkok” ดึง “หมีเนย Butterbear” ทลายกำแพงศิลปะ ชูโมเดล “Cultural CBD” พลิกโฉมท่องเที่ยวและอสังหาฯ ริมอ่าววิกตอเรีย

องค์การบริหารเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน (West Kowloon Cultural District Authority: WKCDA) หรือ WestK เดินหน้าเชิงรุกเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการตลาดครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้ชื่อ “WestK in Bangkok” ระหว่างวันที่ 6–12 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยเลือกกรุงเทพมหานครเป็นจุดหมายปลายทางแรก ยกรหัตถศิลป์และวิถีไลฟ์สไตล์ระดับโลกส่งตรงถึงใจกลางเมือง เพื่อปรับเปลี่ยนภาพจำของฮ่องกงในหมู่นักท่องเที่ยวไทย และเปิดประตูต้อนรับนักลงทุนสู่อภิมหาโปรเจกต์ริมอ่าววิกตอเรีย

ไฮไลท์สำคัญของแคมเปญนี้คือการใช้ยุทธศาสตร์ "Behavioral Pivot" เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทย โดย WestK ได้เลือก "น้องเนย" หรือ "Butterbear" มาสคอตหมีสุดฮอตระดับประเทศมาเป็นทูตวัฒนธรรมพิเศษ ผ่านแคมเปญ “Butterbear’s WestK Experience” ร่วมผลิตวิดีโอแอนิเมชันและจัดป๊อปอัปพาท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ระดับโลก ซึ่งเป็นการทลายกำแพงความอาร์ตที่เข้าถึงยาก ให้กลายเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรกับทุกคน

คุณเบ็ตตี้ ฟง (Betty Fung) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WestK เผยว่า ในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวไทยไปเยือนฮ่องกงสูงถึงกว่า 560,000 คน (เติบโต 7.5%) ทำให้ไทยเป็นตลาดอันดับหนึ่งในอาเซียนที่ WestK ให้ความสำคัญสูงสุด นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีสายสัมพันธ์ระดับสูงกับ WestK โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนถึง 2 ครั้ง และพิพิธภัณฑ์ M+ เองก็ได้มีการเก็บสะสมผลงานของศิลปินไทยไว้ในคอลเลกชันหลักอีกด้วย

WestK คือกรณีศึกษาของการเปลี่ยนผ่านจากการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานสู่การเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ครอบคลุมพื้นที่ถมทะเลกว่า 40 เฮกตาร์ (ประมาณ 250 ไร่) ตลอดแนวชายฝั่งอ่าววิกตอเรียยาวกว่า 2 กิโลเมตร ด้วยงบลงทุนรวมกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 แสนล้านบาท)

คุณเบอร์นาร์ด ชาญวุฒิ โสภณพนิช ประธานคณะกรรมการ WestK เปิดเผยวิสัยทัศน์ว่า ศูนย์กลางทางการเงินโลกยุคใหม่ไม่ได้ดึงดูดคนเก่ง (Talent) ด้วยตัวเลขในบัญชีเท่านั้น แต่ดึงดูดด้วย "คุณภาพชีวิต" ทำให้ปัจจุบัน "Financial Gravity" (แรงดึงดูดทางการเงิน) ของฮ่องกงกำลังย้ายจากฝั่ง Central มาสู่ WestK ในฐานะ "Cultural CBD" โดยสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง UBS และ JP Morgan ต่างประกาศย้ายสำนักงานเข้ามาในพื้นที่นี้ เพื่อให้พนักงานได้ทำงานท่ามกลาง Vibe ที่ดี มีพื้นที่สีเขียว และมีพิพิธภัณฑ์ระดับโลกให้เดินหลังเลิกงาน

นอกจากนี้ จุดเด่นของ WestK คือ "Art Park" สวนสาธารณะริมอ่าวที่ปลดล็อกกฎเหล็กเดิมๆ มอบอิสระให้ทุกคนสามารถมาปูเสื่อปิกนิก พาสุนัขมาเดินเล่นและขี่จักรยานชมพระอาทิตย์ตกดิน ผสานเข้ากับร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์และร้านค้าเชิงพาณิชย์อย่างลงตัว

ในแง่ความสะดวกและการเดินทาง WestK ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟความเร็วสูง West Kowloon Station เอื้อให้เกิดการเดินทางที่ไร้รอยต่อ โดยใช้เวลาเพียง 14 นาทีถึงเซินเจิ้น (เร็วกว่าฝ่ารถติดบนถนนสุขุมวิท) และเพียง 25 นาทีถึงสนามบินนานาชาติฮ่องกงด้วย Airport Express สามารถเข้าถึงประชากรกว่า 100 ล้านคนใน Greater Bay Area (GBA) ภายใน 1 ชั่วโมง ทำให้การเดินทางไปเสพงานศิลปะแบบ "วันเดย์ทริป" สามารถทำได้จริง

ภายในพื้นที่ของ WestK ประกอบด้วย 4 เสาหลักทางวัฒนธรรมที่พร้อมเสิร์ฟกิจกรรมระดับโลกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ได้แก่:

  • M+ (เอ็มพลัส): พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมทัศนศิลป์ร่วมสมัยแห่งแรกของเอเชีย ในปี 2569 นี้มีนิทรรศการไฮไลท์อย่าง Lee Bul: From 1998 to Now, Design Ah! (ร่วมมือกับ NHK ญี่ปุ่น) และ Myths and Monsters

  • Hong Kong Palace Museum (HKPM): แหล่งรวมโบราณวัตถุและสมบัติชาติจากพระราชวังต้องห้ามปักกิ่ง โดยเตรียมจัดนิทรรศการพิเศษ Silk Road Buddhist Art ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ Guimet จากฝรั่งเศส นำเสนอผลงานพุทธศิลป์ล้ำค่า 150 ชิ้น ช่วงปลายปีนี้

  • Xiqu Centre และ Freespace: ศูนย์ศิลปะการแสดงและการละครระดับแนวหน้า

  • WestK Performing Arts Centre: ศูนย์การแสดงและเต้นรำแห่งใหม่ของเอเชีย มีกำหนดเปิดปี 2570 ซึ่งจะทำให้ WestK มีโรงละครรวมกันมากถึง 10 แห่ง รองรับละครเพลงระดับโลกและเทศกาลดนตรี WestK Jazz Fest 2026 เทศกาลแจ๊สที่ขยายเวลาจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ยาวนานถึง 9 วันเต็มในเดือนพฤศจิกายนนี้

นอกเหนือจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว การเดินทางเยือนกรุงเทพฯ ของคณะผู้บริหาร WestK ในครั้งนี้ ยังมีเป้าหมายสำคัญในการเจรจาทางธุรกิจกับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และองค์กรชั้นนำของไทยเพื่อนำเสนอโมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnership: Partnership lease) เข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ อาคารสำนักงาน โรงแรม ร้านค้า และร้านอาหาร ภายในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนกลับมาสนับสนุนงานศิลปะอย่างยั่งยืน โดยมี Content-to-Revenue สำเร็จรูปที่พิสูจน์แล้ว เช่น ยอดขายสินค้าของที่ระลึกจากนิทรรศการอียิปต์โบราณที่ทำรายได้สูงถึง 30 ล้านเหรียญฮ่องกง

แคมเปญ “WestK in Bangkok” ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมจัดกิจกรรมสร้าง Engagement และแจกของที่ระลึก Limited Edition ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ซึ่งความสำเร็จในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้เป็น "Strategic Blueprint" เพื่อขยายผลสำเร็จและส่งต่ออิทธิพลทางวัฒนธรรมไปยังเมืองสำคัญอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนต่อไป

TAGS: #WestKinBangkok #WestK #WestKowloon #Butterbear #น้องเนย #หมีเนย