ดัชมิลล์ขานรับเทรนด์สุขภาพ ดันตราทางเลือกสุขภาพ เพิ่มกว่า 50% ภายใน 5 ปี

ดัชมิลล์ขานรับเทรนด์สุขภาพ  ดันตราทางเลือกสุขภาพ เพิ่มกว่า 50% ภายใน 5 ปี
ดัชมิลล์เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รับพฤติกรรมคนไทยใส่ใจ Preventive Healthcare มากขึ้น ชูผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” เพิ่มกว่า 50% ภายใน 3-5 ปี

กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้านสุขภาพ รับนโยบายภาครัฐและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Preventive Healthcare มากขึ้น พร้อมเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง “ตราทางเลือกสุขภาพ” ผ่านแคมเปญ “ตรวจตราให้มั่นใจ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพจากดัชมิลล์” เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น

จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” เพิ่มขึ้นกว่า 20% ขณะที่บริษัทตั้งเป้าขยายจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์รับรองให้มากกว่า 50% ภายในปีนี้ ของพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในอนาคต

สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์นม หรือ Total Dairy ซึ่งครอบคลุม Liquid Milk และ Cup Yoghurt ณ สิ้นปี 2025 มีมูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 25% ของตลาด Dairy โดยรวม ขณะที่ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าตลาดทั่วไป จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลลดลง ควบคู่กับคุณค่าทางโภชนาการ เช่น โปรตีนสูงและโพรไบโอติก

นายจิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ด้านสุขภาพมากขึ้น โดย “ตราทางเลือกสุขภาพ” เป็นแนวทางที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และกรมควบคุมโรค

ดัชมิลล์จึงนำเกณฑ์ตราทางเลือกสุขภาพมาใช้เป็นหนึ่งในตัวแปรตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเกณฑ์จะพิจารณาองค์ประกอบด้านโภชนาการ เช่น น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ทั้งนี้ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นม มีการระบุเกณฑ์น้ำตาลไม่เกิน 5 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร

นายจิตรภณกล่าวว่า บริษัทต้องการให้ตราทางเลือกสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อผลักดันให้พอร์ตสินค้ามีทางเลือกด้านสุขภาพมากขึ้น พร้อมตั้งเป้าขยายสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราดังกล่าวให้มากกว่า 50% ของพอร์ตทั้งหมดในอนาคต

ด้านความไว้วางใจของผู้บริโภค ดัชมิลล์ได้รับรางวัล “Most Chosen Brand” ในหมวด Dairy จาก Brand Footprint Awards 2026 ซึ่งจัดโดย Worldpanel by Numerator ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 โดยการจัดอันดับพิจารณาจากพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภค ทั้งจำนวนครัวเรือนที่เลือกซื้อแบรนด์และความถี่ในการซื้อ

ดร.วรรัตน์ ฉายสว่างวงศ์ ผู้จัดการนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และวิจัย กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งพัฒนาสูตรที่ยังคงรสชาติควบคู่กับคุณค่าทางโภชนาการ และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ “The 4P Health Innovation Strategy” ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่ม ได้แก่ Protein ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูง, Plant-based ทางเลือกโภชนาการจากพืช, Probiotic ผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และ Purity ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นลดการปรุงแต่ง

ในกลุ่ม Protein ดัชมิลล์มีผลิตภัณฑ์ เช่น Proten และดีน่า ไฮโปรตีน โดยบริษัทมองว่าตลาดโปรตีนกำลังขยายจากกลุ่มผู้ที่ออกกำลังกายไปสู่ผู้บริโภคทั่วไปที่ให้ความสำคัญกับการได้รับโปรตีนในแต่ละวัน ขณะเดียวกัน จำนวนผู้เล่นในตลาดที่เพิ่มขึ้นทำให้การแข่งขันสูงขึ้น และผู้บริโภคจำเป็นต้องมีความรู้ในการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์มากขึ้น

บริษัทระบุว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนยังให้ความสำคัญกับรูปแบบและแหล่งของโปรตีน โดยมีการใช้โปรตีนจากนมและโปรตีนจากแหล่งอื่นเพื่อให้ตอบโจทย์การบริโภคที่แตกต่างกัน ขณะที่ดัชมิลล์มองว่าตลาดสุขภาพไม่ได้ขยายเพียงจากปริมาณการบริโภค แต่เกิดการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคย่อยมากขึ้น ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่มมากขึ้น

สำหรับกลุ่ม Plant-based บริษัทมีผลิตภัณฑ์อย่างนมถั่วเหลืองดีน่าและ Beanwell ส่วนกลุ่ม Probiotic มีดัชชี่ Bio และ DR-1 ขณะที่กลุ่ม Purity มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ลดการปรุงแต่ง โดยให้ความสำคัญกับการลดน้ำตาลและส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับโภชนาการ ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด

ดัชมิลล์มองว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต้องดำเนินควบคู่กับการทำให้ผู้บริโภค “มองเห็นและเลือกได้ง่าย” จึงเปิดตัวแคมเปญ “ตรวจตราให้มั่นใจ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพจากดัชมิลล์” พร้อมเปิดตัว หนุ่ม–กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อสื่อสารเรื่องตราทางเลือกสุขภาพให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง โดยแนวคิดของแคมเปญมุ่งให้ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลบนผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ

นอกจากนี้ บริษัทได้พัฒนา “Healthier Shelf” ในช่องทางค้าปลีก เพื่อรวบรวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพไว้ในจุดเดียว ช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาและเลือกสินค้าได้สะดวกขึ้น รวมถึงจัดเวทีเสวนา “ส่งเสริมคนไทยให้เข้าใจ และใส่ใจดูแลสุขภาพ” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับตราทางเลือกสุขภาพและแนวทางเลือกผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการ

ด้านช่องทางจำหน่าย ดัชมิลล์ยังคงขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ผ่าน Modern Trade ร้านค้าทั่วไป Direct Sale โดยสาวดัชมิลล์ และ Vending Machine ซึ่งมีประมาณ 2,000 ตู้ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ผ่าน Dutch Mill eStore ที่ให้บริการจัดส่งผลิตภัณฑ์ตรงจากโรงงานถึงผู้บริโภค โดยใช้ระบบ Cold Chain เพื่อควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่ง

ดัชมิลล์ตั้งเป้าผลักดันกลุ่มสินค้าสุขภาพให้เติบโตในระดับ High Single-digit ถึง Double-digit เพื่อให้เติบโตสูงกว่าตลาดโดยรวม พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ภายใต้ 4P Health Innovation Strategy และเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราทางเลือกสุขภาพ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น

ติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากดัชมิลล์ได้ที่ www.dutchmill.co.th และ Facebook: Dutch Mill Group

TAGS: #DutchMill #HealthierShelfHealthierChoice #ตรวจตราก่อนซื้อ #ดัชมิลล์ทางเลือกสุขภาพ #หนุ่มกรรชัย #DutchMillHealthierChoice