แกร็บเผย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันยอดพุ่ง 500 ล้าน ‘ส้มตำ-ชาไทย’ ครองแชมป์

แกร็บเผย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันยอดพุ่ง 500 ล้าน ‘ส้มตำ-ชาไทย’ ครองแชมป์
แกร็บฟู้ดเผยผลงาน "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" แค่ครึ่งเดือนแรกยอดสั่งซื้อพุ่งทะลุ 500 ล้านบาท! ร้านค้าเข้าร่วมเพิ่ม 40% ดันรายได้ไรเดอร์โต 18% เผยอินไซต์มื้อเที่ยงฮิตสุด "ส้มตำ-ชาไทย" ครองแชมป์เมนูยอดฮิต

แกร็บ ประเทศไทย เผยความสำเร็จหลังรัฐบาลคิกออฟโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี ชี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งซื้อรวมบนแกร็บฟู้ดทะลุ 500 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์แรก ดันร้านค้าเข้าร่วมเพิ่มขึ้น 40% และช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงของไรเดอร์สูงขึ้นถึง 18%

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า:

"นับตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ผ่านฟู้ดเดลิเวอรีในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากทุกภาคส่วน มูลค่าการสั่งซื้อกว่า 500 ล้านบาทใน 2 สัปดาห์แรกเป็นเครื่องยืนยันถึงผลสัมฤทธิ์ของโครงการในการกระตุ้นการใช้จ่าย"

นอกจากนี้ แกร็บยังได้สนับสนุนผู้ประกอบการและไรเดอร์แบบจัดเต็ม อาทิ การลดค่า GP พิเศษ, การจัดแคมเปญการตลาดโดยมี 'น้องเกล' มาร่วมโปรโมต, การให้สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง ส่งผลให้มีร้านอาหารเข้าร่วมเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับโครงการคนละครึ่งพลัสในอดีต และสร้างรายได้ให้ไรเดอร์ในพื้นที่ 5 จังหวัดหลักเพิ่มขึ้น 18% ต่อชั่วโมง

จากข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้สิทธิ์ผ่านแกร็บฟู้ด ระหว่างวันที่ 15 - 30 มิถุนายน 2569 พบสถิติและอินไซต์ที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • มูลค่าต่อออเดอร์: ผู้บริโภคส่วนใหญ่ (55%) นิยมสั่งอาหารในราคา 100 - 250 บาทต่อออเดอร์ รองลงมาคือต่ำกว่า 100 บาท (25%)

  • ช่วงเวลายอดนิยม: มื้อกลางวัน ช่วงเวลา 11.00 - 12.00 น. เป็นช่วงที่มีการสั่งซื้อหนาแน่นที่สุด

  • เมนูยอดฮิต: "ส้มตำ" ครองแชมป์เมนูอาหารขายดีที่สุด (ตามด้วย ข้าวมันไก่ ลาบหมู และคอหมูย่าง) ขณะที่ "ชาไทย" ยืนหนึ่งในหมวดเครื่องดื่ม (ตามด้วย ชาเขียว และโกโก้)

  • 5 จังหวัดแชมป์ใช้สิทธิ์สูงสุด: กรุงเทพฯ, ชลบุรี, เชียงใหม่, ขอนแก่น และนครราชสีมา

โครงการนี้ยังช่วยสร้างปรากฏการณ์ยอดขายถล่มทลายให้กับร้านค้ารายย่อย โดยร้านที่ทำสถิติโดดเด่นในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่:

  • ร้านยอดขายสูงสุด: "ร้านอรทัยซูชิวังหลัง" (ย่านพรานนก) ทำยอดขายทะลุกว่า 400,000 บาท จากการสั่งซื้อกว่า 1,800 ออเดอร์

  • ร้านดาวรุ่งพุ่งแรง: "ร้านข้าวหน้าเนื้อพิคานย่า" (ย่านดินแดง) สร้างยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 12 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

แกร็บ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนโครงการของรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

TAGS: #GrabFood #GrabTH #ไทยช่วยไทยพลัส6040 #แกร็บฟู้ด #เดลิเวอรี