“อนุทิน” เปิด DIGITAL SHIELD ประกาศปราบอาชญากรรมออนไลน์เป็นวาระแห่งชาติ ผนึกทุกภาคส่วนปิดช่องมิจฉาชีพ ตั้งแต่บัญชีม้า ซิมม้า เส้นทางการเงิน ไปจนถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์ “DE Digital Shield Forum” ครั้งที่ 1 พร้อมประกาศให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นหนึ่งในวาระสำคัญระดับชาติ เพื่อยกระดับการรับมือภัยดิจิทัลที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง
นายอนุทินกล่าวว่า เทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตประชาชนสะดวกขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งมิจฉาชีพก็ใช้เทคโนโลยีพัฒนารูปแบบการหลอกลวงให้รวดเร็วและแนบเนียนมากขึ้น เข้าถึงประชาชนได้ง่ายกว่าเดิม บางกรณีเพียงรับโทรศัพท์ กดลิงก์ หรือหลงเชื่อข้อความไม่กี่ประโยค ก็อาจทำให้เงินที่สะสมมาทั้งชีวิตสูญหายได้
นายกรัฐมนตรี ยกตัวอย่างกรณีมิจฉาชีพใช้เสียงปลอมเลียนแบบบุคคลในครอบครัวเพื่อหลอกให้โอนเงิน โดยผู้เสียหายสามารถป้องกันตัวเองได้จากการตั้งสติและตรวจสอบกลับไปยังบุคคลนั้นโดยตรง สะท้อนว่าภัยออนไลน์สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว
นายอนุทินย้ำว่า “ก่อนโอนเงินต้องหยุดคิด ก่อนกดลิงก์ต้องตรวจสอบ อย่ารีบเชื่อ อย่ารีบแชร์” พร้อมเตือนว่าการขาดความระมัดระวังเพียงชั่วขณะอาจนำไปสู่ความเสียหายที่ติดตามเงินกลับคืนได้ยาก
สำหรับแนวทางของรัฐบาล นายอนุทินระบุว่าจะยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ตั้งแต่บัญชีม้า ซิมม้า เส้นทางการเงิน แพลตฟอร์มดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานที่มิจฉาชีพใช้ ไปจนถึงเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
การดำเนินการดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานด้านความมั่นคง ธนาคาร ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ แพลตฟอร์มดิจิทัล และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันปิดช่องโหว่ที่มิจฉาชีพใช้หลอกประชาชน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หัวใจของ DIGITAL SHIELD ไม่ใช่เพียงการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดหลังเกิดเหตุ แต่ต้องสร้าง “เกราะป้องกัน” ก่อนประชาชนตกเป็นเหยื่อ เพราะเมื่อเงินถูกโอนไปแล้ว เส้นทางการเงินอาจถูกกระจาย ฟอก หรือเปลี่ยนรูปแบบอย่างรวดเร็ว ทำให้การติดตามทรัพย์สินกลับคืนทำได้ยาก
นอกจากนี้ การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ยังเชื่อมโยงกับตลาดทุนและระบบการเงิน เนื่องจากมิจฉาชีพอาจใช้เงินดิจิทัล สินทรัพย์ดิจิทัล หรือช่องทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ ในการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน การมีหน่วยงานกำกับตลาดทุนและสถาบันการเงินเข้ามาร่วมดำเนินการ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและสกัดเส้นทางการเงิน
นายอนุทินยังย้ำว่า หน่วยงานของรัฐไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปสั่งประชาชนโอนเงิน หรือข่มขู่ว่าหากไม่โอนจะต้องเสียค่าปรับเพิ่มหลายเท่า หากมีผู้ใดอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและเรียกร้องให้โอนเงินทันที ขอให้ตั้งข้อสงสัยและตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อน
พร้อมขอให้ประชาชนเป็นแนวป้องกันด่านแรก โดยสังเกตความผิดปกติของข้อความ โทรศัพท์ หรือบัญชีที่ติดต่อเข้ามา หากมีการอ้างตัวเป็นลูกหลาน เพื่อน หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ควรโทรกลับไปตรวจสอบกับบุคคลหรือหน่วยงานนั้นโดยตรงก่อนตัดสินใจทำธุรกรรม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ DIGITAL SHIELD เป็นกลไกที่ช่วยให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย โดยภาครัฐจะดำเนินการทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม ติดตามเส้นทางการเงิน และช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเป็นระบบ
“ภัยออนไลน์เป็นภัยระดับชาติ เพราะสร้างความเสียหายต่อประชาชนจำนวนมาก สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือสร้างระบบที่ทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงคนไทยได้ยากขึ้น เคลื่อนย้ายเงินได้ยากขึ้น และถูกจับได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนเองก็ต้องมีเกราะป้องกันให้ตัวเองด้วย” นายอนุทินกล่าว