ต่างชาติมั่นใจไทย บิ๊กธุรกิจออสเตรเลียมองเป็นฐานผลิตอันดับหนึ่ง

ต่างชาติมั่นใจไทย บิ๊กธุรกิจออสเตรเลียมองเป็นฐานผลิตอันดับหนึ่ง
นายกฯ ชี้“Thailand Fast Pass” ปลดล็อกคอขวดลงทุน เชื่อมซัพพลายเชนไทย–ออสเตรเลียจ่อคลายล็อกส่งออกเจ็ตฟิวล์รับดีมานด์ออสซี่ ดันแรงงานทักษะไทยสร้างรายได้สองประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังหารืออย่างไม่เป็นทางการกับนักธุรกิจชาวออสเตรเลีย ที่เข้าร่วมในงาน Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ว่า นักธุรกิจต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของออสเตรเลีย มีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยอย่างมาก และมองไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค

สิ่งที่รัฐบาลพยายามสื่อสารกับประชาชนคือ ประเทศไทยยังมีความมั่นคง มีเสถียรภาพ และมีแรงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ หากคนไทยรักษาความสมานฉันท์และความสามัคคีภายในประเทศ แรงดึงดูดดังกล่าวจะยิ่งมีพลังมากขึ้น

ทั้งนี้จากการหารือกับภาคธุรกิจออสเตรเลีย พบว่าหลายบริษัทกำลังมุ่งหน้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย และมองไทยเป็น “ตัวเลือกอันดับหนึ่ง”ของการลงทุน เนื่องจากมีความพร้อมทั้งระบบโลจิสติกส์ เส้นทางขนส่งสินค้า ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ และเสถียรภาพทางการเมือง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นักลงทุนให้ความสนใจแนวทาง Thailand Fast Pass ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ช่วยเคลียร์จุดติดขัดในการลงทุน ลดการติดต่อหลายหน่วยงาน และทำให้กระบวนการสะดวก รวดเร็วขึ้น

“ต่างชาติมั่นใจประเทศไทยมาก บางครั้งคนไทยอาจมองว่าประเทศเราไม่มีความมั่นคง แต่ในมุมต่างชาติยังไม่มีข้อร้องเรียน และมีความตั้งใจอยากมาลงทุนสูงมาก” นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เวลากับนักลงทุน เพื่อรับฟังความต้องการโดยตรงและสร้างความมั่นใจต่อประเทศไทย จากการพูดคุยยังไม่พบอุปสรรคสำคัญ โดยครึ่งปีแรกมีมูลค่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนแล้ว 60,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1.4 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ซัพพลายเชนเทคโนโลยีของออสเตรเลียสามารถเชื่อมกับซัพพลายเชนของไทยได้ดี เพราะไทยมีฐานการลงทุนและการผลิตสะสมมานาน ต่างจากบางประเทศที่ต้องเริ่มนำเข้าเทคโนโลยีใหม่เกือบทั้งหมด

อย่างไรก็ตามความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการสนับสนุนซึ่งกันและกัน และจะนำไปหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ที่กรุงแคนเบอร์รา เพื่อขยายกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุน และเทคโนโลยีให้ชัดเจนขึ้น

นายอนุทิน กล่าวว่า ออสเตรเลียมีความต้องการน้ำมันอากาศยาน หรือเจ็ตฟิวล์ จำนวนมาก ขณะที่ไทยมีปริมาณส่วนเกินจากกระบวนการผลิตน้ำมันดีเซล หากรัฐบาลออสเตรเลียแสดงเจตนารมณ์ชัดเจน ไทยพร้อมพิจารณาคลายล็อกการส่งออกเจ็ตฟิวล์ เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกของประเทศ

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงแรงงานไทยในออสเตรเลียว่า ต้องหารือเพื่อสร้างความมั่นใจว่า คนไทยที่เดินทางไปทำงานในปัจจุบันมีทักษะ ความเชี่ยวชาญ และพร้อมทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่การเดินทางไปทำงานแบบผิดกฎหมายเหมือนในอดีต

ทั้งนี้จากการเยี่ยม Thai Town พบว่าธุรกิจไทยในออสเตรเลียสร้างรายได้จำนวนมาก และเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ยังมีปัญหาเรื่องวีซ่าทำงานที่มีระยะเวลาสั้นเกินไป โดยเฉพาะกลุ่มเชฟไทยที่เป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเด็นนี้ต้องเร่งหารือกับฝ่ายออสเตรเลีย เพื่อให้การจ้างแรงงานไทยเป็นระบบ ถูกต้อง และเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพราะหากแรงงานไทยที่มีทักษะเข้าไปทำงานได้อย่างเหมาะสม จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจออสเตรเลีย ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้และโอกาสให้คนไทย

ภาพรวมจากการพบภาคธุรกิจและชุมชนไทยสะท้อนชัดว่า ประเทศไทยยังมีจุดแข็งในสายตาต่างชาติ ทั้งฐานผลิต ความพร้อมด้านโลจิสติกส์ ซัพพลายเชน เสถียรภาพ และศักยภาพแรงงานไทย โจทย์สำคัญจากนี้คือทำให้ความเชื่อมั่นเหล่านี้แปลงเป็นการลงทุน การส่งออก และรายได้จริงกลับเข้าสู่ประเทศ

TAGS: #Thailand #Fast #Pass #เจ็ตฟิวล์