“ฉันทานนท์ วรรณเขจร” นั่งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ เตรียมรับโจทย์ใหญ่ท่ามกลางความผันผวนพลังงานโลก ทั้งค่าไฟ ราคาน้ำมัน LNG ความมั่นคงด้านพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2569 แต่งตั้งนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นปลัดพลังงานคนใหม แทนนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงานคนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นับเป็นการโยกย้ายข้าราชการระดับซี 11 ที่เรียกว่าข้ามห้วยอีกครั้งของกระทรวงพลังงาน เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีการดำเนินการดึงคนนอกกระทรวงมานั่งตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานมาแล้ว เพียงแต่รอบนี้ดูจะเป็นม้ามืดเมื่อเทียบกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ที่มีการชี้เป้าจะเป็นดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสากรรม มานั่งตำแหน่งนี้
การเข้ามารับตำแหน่งของ ‘นายฉันทานนท์’ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านที่น่าจับตา เพราะไม่ได้เติบโตมาจากสายพลังงานโดยตรง แต่เป็นข้าราชการระดับสูงสายเศรษฐกิจการเกษตร จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เติบโตขึ้นมาในยุคที่นายเนวิน ชิดชอบ เคยเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิด ในช่วงเวลานั้น ผ่านงานด้านเศรษฐกิจ การต่างประเทศ และการค้าระหว่างประเทศ เคยเป็นเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตร(สศก.) และมีประสบการณ์ในบอร์ดรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ก่อนขยับมาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และล่าสุด ครม.เห็นชอบแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่
สำหรับประวัติ ของ นายฉันทานนท์เกิดวันที่ 23 พฤษภาคม 2514 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี บัญชีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก่อนศึกษาต่อด้านบริหารธุรกิจในสหรัฐอเมริกา และสำเร็จปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) จาก University of New Hampshire
ขณะที่เส้นทางราชการเติบโตขึ้นมาจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีประสบการณ์ทั้งงานด้านเศรษฐกิจการเกษตร การต่างประเทศ และการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และก้าวขึ้นเป็น เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในปี 2563
ในช่วงทำงานด้านเศรษฐกิจการเกษตร มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการพัฒนาพลังงานจากชีวมวล รวมถึงการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่าเป็นพลังงาน โดยเฉพาะกรณีปาล์มน้ำมัน ซึ่งสะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรภายในประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดต้นทุนด้านพลังงาน
นอกจากนี้ ยังผ่าน หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 20 ซึ่งช่วยเสริมองค์ความรู้ด้านโครงสร้างพลังงานและธุรกิจพลังงาน ก่อนก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญในกระทรวงพลังงาน
อีกด้านหนึ่ง นายฉันทานนท์ยังเป็นคณะกรรมการกรรมการอิสระ และ ประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ทำให้มีประสบการณ์จากมุมธุรกิจพลังงานและการกำกับดูแลกิจการ นอกเหนือจากมุมมองเชิงนโยบายภาครัฐ
การเข้ารับตำแหน่งในช่วงนี้ถือเป็นงานที่ท้าทายไม่น้อย เพราะกระทรวงพลังงานกำลังเผชิญโจทย์สำคัญหลายด้าน ทั้งความผันผวนของราคาพลังงานโลก ต้นทุน LNG ความมั่นคงด้านพลังงาน ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน รวมถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด
หนึ่งในโจทย์สำคัญคือ การสร้างสมดุลระหว่างราคาพลังงานกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เนื่องจากต้นทุนพลังงานเป็นต้นทุนพื้นฐานของทั้งภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง ภาคบริการ และภาคครัวเรือน
ขณะเดียวกันยังต้องเดินหน้าการปรับโครงสร้างระบบพลังงานให้สอดคล้องกับทิศทางโลก ทั้งการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การเปิดตลาดไฟฟ้า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ตลอดจนการลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงแผนการใช้จ่ายของพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 2 แสนล้านบาท ก้อนที่สองที่จะนำมาใช้ในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
นอกจากนี้ในภาคธุรกิจ ประเด็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษจึงอยู่ที่ ค่าไฟฟ้า โครงสร้างราคาพลังงาน ราคาน้ำมันและก๊าซ LNG การลงทุนพลังงานสะอาด ตลอดจนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
จาก “เศรษฐกิจการเกษตร” สู่ “เศรษฐกิจพลังงาน” จึงเป็นอีกบทบาทที่ท้าทายของ ฉันทานนท์ วรรณเขจร และต้องติดตามว่าแนวคิดด้านเศรษฐกิจที่สั่งสมมาตลอดเส้นทางราชการ จะถูกนำมาปรับใช้กับการบริหารพลังงานไทยอย่างไร ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานครั้งสำคัญของประเทศ