CAAT ยกระดับมาตรฐานการบินไทยสู่เวทีสากล ตอกย้ำความพร้อมรับยุคการบินแห่งอนาคต

CAAT ยกระดับมาตรฐานการบินไทยสู่เวทีสากล ตอกย้ำความพร้อมรับยุคการบินแห่งอนาคต
CAAT สรุปผลงานปี 2568 เดินหน้าพัฒนาระบบกำกับดูแลการบินในทุกมิติ ทั้งความปลอดภัย ความมั่นคง และการรองรับเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ หลังไทยได้รับการยกระดับกลับสู่สถานะ Category 1 จาก FAA

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) สรุปผลงานเด่นประจำปี พ.ศ. 2568 เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลด้านการบินของประเทศอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งความปลอดภัย การรักษาความมั่นคง และการเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ สะท้อนความเชื่อมั่นจากประชาคมการบินระหว่างประเทศ และปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งอนาคตของภูมิภาค

 

หนึ่งในความสำเร็จสำคัญของปี 2568 คือ การที่ประเทศไทยได้รับการยกระดับกลับสู่สถานะ Category 1 จากการประเมินขององค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Aviation Administration: FAA) ภายใต้โครงการ IASA ในเดือนเมษายน 2568 หลังจาก CAAT ดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างการกำกับดูแล พัฒนากฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานด้านการบิน รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระบบกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินของประเทศไทยกลับมาเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

 

การได้รับสถานะ Category 1 ช่วยเปิดโอกาสให้สายการบินไทยสามารถทำการบินตรงเข้าสหรัฐอเมริกา รวมถึงสามารถเปิดเส้นทางใหม่หรือเพิ่มความถี่เที่ยวบินไปยังประเทศที่ให้ความสำคัญกับผลการประเมินของ FAA อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ช่วยส่งเสริมการเดินทางและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

 

นอกจากนี้ CAAT ยังผ่านการตรวจประเมินด้านความปลอดภัยการบินจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ภายใต้โครงการ USOAP – CMA โดยมีคะแนน Effective Implementation (EI) อยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงศักยภาพในการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินที่มีความเป็นระบบ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

 

ในด้านการรักษาความปลอดภัยการบิน CAAT ได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านสำหรับการตรวจประเมินภายใต้โครงการ ICAO USAP ทั้งการทบทวนกฎหมายและมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัย การเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้าน Security ให้สอดรับกับบริบทความท้าทายด้านความมั่นคงในปัจจุบัน

 

ขณะเดียวกัน CAAT ได้ดำเนินการอนุญาตและกำกับดูแลการทดสอบทดลองบินอากาศยานไฟฟ้าขึ้นลงทางดิ่ง (eVTOL) ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติ สำหรับการนำเทคโนโลยี Advanced Air Mobility (AAM) มาใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

 

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวว่า “การทดสอบ eVTOL เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเตรียมระบบกำกับดูแลสำหรับการบินรูปแบบใหม่ CAAT ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย เพื่อให้ประเทศไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบินโลกอย่างมั่นคง”

 

จากความสำเร็จในปี 2568 CAAT เตรียมต่อยอดสู่ปี 2569 ด้วยการเป็นเจ้าภาพร่วมกับ ICAO ในการจัดงาน AAM Symposium 2026 ระหว่างวันที่ 1–3 ธันวาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นโยบาย และแนวปฏิบัติด้านการบินสมัยใหม่ ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล ผู้เชี่ยวชาญ และภาคอุตสาหกรรมจากนานาประเทศ สะท้อนบทบาทของ CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลที่ไม่เพียงรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคง แต่ยังพร้อมสนับสนุนนวัตกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินไทย

 

TAGS: #CAAT #การบินไทย #Category1 #FAA