AOTGA เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3-5 ปี ลุยปั้น 'บุคลากร-เทคโนโลยี' ดันไทยสู่ Aviation Hub ชั้นนำระดับโลก

AOTGA เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3-5 ปี  ลุยปั้น 'บุคลากร-เทคโนโลยี' ดันไทยสู่ Aviation Hub ชั้นนำระดับโลก
AOTGA เร่งเครื่องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคบริการให้แข็งแกร่ง ทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี และความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อปูทางสู่การเป็น ศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ระดับโลกในอนาคต

คุณสิริวัฒน์ โตวชิรกุล ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บพท.) หรือ AOTGA ผู้ดำเนินธุรกิจการให้บริการภาคพื้นท่าอากาศยานและบริการคลังสินค้า เปิดเผยว่า บริษัทฯ มองเห็นโอกาสสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ชั้นนำของโลกภายใน 3-5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทบาทของผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handling) และคลังสินค้า (Cargo) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เชื่อมโยงทุกส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งบุคลากร เทคโนโลยี และโลจิสติกส์

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว AOTGA เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ รวมถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน โดย AOTGA พร้อมเป็น “จิ๊กซอว์” ชิ้นสำคัญที่จะร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Aviation Hub อย่างแท้จริง

 

AOTGA เร่งสร้างรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

เพื่อรับมือกับความท้าทายและสร้างการเติบโตที่มั่นคง AOTGA มุ่งเน้นการดำเนินงานภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ การบริการ (Services), การจัดการด้านความปลอดภัย (Safety and Security Management) และ การเติบโตทางธุรกิจ (Financial Growth) โดยมีกลยุทธ์สำคัญ ดังนี้

  • พัฒนาบุคลากร : AOTGA ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น โดยจัดตั้ง AOTGA Academy ขึ้นเพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรในด้านการบริการและความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แม้จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนบุคลากรหลังยุคโควิด-19 แต่บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรใหม่เพื่อรองรับช่วงช่วง High Season (ต.ค.–ก.พ.) นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการบินพลเรือนเพื่อเร่งผลิตบุคลากรคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรม
  • นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ : เพื่อแก้ปัญหาบุคลากรขาดแคลนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน AOTGA ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริม โดยเฉพาะในด้าน ระบบจัดการภายใน และ การติดตามอุปกรณ์ (Tracking) เพื่อลดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน รวมถึงการนำระบบ CRM (Customer Relationship Management) มาใช้เพื่อทำความเข้าใจความต้องการและข้อเสนอแนะจากลูกค้า นำไปสู่การปรับปรุงบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

AOTGA ปักธง! ผลงานปี 68 โตต่อเนื่อง

ด้านผลการดำเนินงาน ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทาง AOTGA พบว่า บริการภาคพื้น (Ground Services) กลับมาเติบโตสูงที่สุด โดยเฉพาะในสนามบินภูเก็ตที่มีนักท่องเที่ยวกลับมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Private Jet กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ส่งผลให้รายได้โดยรวมในปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตราว 5% เทียบกับปี 2567

ในขณะดียวกันการขยายการลงทุนด้าน E-Commerce นั้น บริษัทฯ ยังคงรอการประกาศอย่างเป็นทางการ โดย AOTGA ยืนยันว่ามีพื้นที่รองรับการขยายตัวของภาคโลจิสติกส์อย่างเพียงพอ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเป็น Aviation Hub ในอนาคต ส่วนธุรกิจศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) บริษัทฯ ยังคงเปิดกว้างสำหรับการร่วมมือในรูปแบบพันธมิตร มากกว่าการเป็นผู้ลงทุนหลัก เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และบุคลากร

ทั้งนี้บริษัทฯได้ประเมินผลการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ คาดอัตราการเติบโตอาจไม่เกิน 5% เนื่องจากยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งจากเศรษฐกิจชะลอตัว ความไม่แน่นอนทางการเมือง และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภาคการท่องเที่ยวไทย

อย่างไรก็ตาม AOTGA ยืนยันว่า แม้จะเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจชะลอตัว ต้นทุนพลังงาน ค่าแรง และการขาดแคลนแรงงาน แต่บริษัทมีแผนบริหารความเสี่ยงผ่านการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพื่อเสริมกำลังบุคลากร ควบคู่กับนโยบายของ AOT ที่ยังคงมุ่งเน้น การสร้างการจ้างงาน ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมในประเทศอย่างยั่งยืน

TAGS: #AOTGA #AviationThailand #ThaiAviationHub #GroundServices