ปั้นนิคมฯเกษตรมูลค่าสุพรรณบุรียกระดับพืชวัตถุดิบท้องถิ่น

ปั้นนิคมฯเกษตรมูลค่าสุพรรณบุรียกระดับพืชวัตถุดิบท้องถิ่น
กนอ.ขานรับนโยบายเดินหน้าศึกษาจัดตั้งนิคมฯเกษตรมูลค่าสูงดึงนวัตกรรมขั้นสูงยกระดับพืชเกษตรท้องถิ่นชูศักยภาพพื้นที่เพียบพร้อม 6 มิติหลัก จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่สร้างระบบนิเวศสีเขียว

นายสุเมธ  ตั้งประเสริฐ  ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.เดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้จัดตั้ง “นิคมอุตสาหกรรมการเกษตรมูลค่าสูง สุพรรณบุรี” (Suphan Buri Agri-Med Innovation Park) เพื่อเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรกรรมดั้งเดิมสู่อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ (Bio-based) และการแพทย์บูรณาการ มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ท้าทายครั้งสำคัญรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง และปัจจัยการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กนอ. จึงเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกตามนโยบายของรมว.อุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นส่งเสริม 'อุตสาหกรรมสีเขียวและความยั่งยืน' (Green Industry) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้ประกอบการไทย และปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้พึ่งพาตนเองได้ด้วยการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการเกษตรมูลค่าสูงที่จังหวัดสุพรรณบุรีในครั้งนี้ ถือเป็นคำตอบเชิงยุทธศาสตร์ที่ กนอ. ตั้งใจผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เรามุ่งหวังที่จะขานรับการดูแลและสนับสนุนให้เกิดการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง (High-Value Products) เปลี่ยนความท้าทายด้านพลังงานและต้นทุนให้เป็นโอกาสด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงในการแปรรูปวัตถุดิบต้นน้ำในพื้นที่

อย่างไรก็ตามจากผลการศึกษาและพิมพ์เขียวด้านยุทธศาสตร์เบื้องต้น ระบุว่า จังหวัดสุพรรณบุรีมีศักยภาพและความพร้อมใน 6 มิติหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มิติด้านศักยภาพฐานวัตถุดิบทางการเกษตรและห่วงโซ่อุปทาน” ที่มีความหลากหลายสูง ทั้งพืชเชิงปริมาณ เช่น ข้าว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และสินค้าอัตลักษณ์ที่มีชื่อเสียงอย่าง “แห้วสุพรรณ” ซึ่งความอุดมสมบูรณ์นี้สามารถนำมาต่อยอดและเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) สารเสริมอาหาร (Nutraceuticals) ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-based) พลังงานหมุนเวียน (Bioenergy) รวมถึงระบบคลังสินค้าอุณหภูมิต่ำ (Cold Chain) และการขนส่งสินค้าเกษตร (Agri-Food Logistics)

นอกจากนี้ โครงการยังออกแบบภายใต้แนวคิดการลงทุนแบบคล่องตัว (Agile) และพัฒนาเป็นขั้นตอน (Phased Development) เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดย กนอ. ได้วางปัจจัยความสำเร็จไว้ 3 ด้านหลัก คือ 1.การจับมือพันธมิตรหลัก (Anchor Partnerships) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำ เช่น กรมการข้าว, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, Food Innopolis และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อดึงดูดผู้เช่าหลักรายใหญ่และผลักดันให้เกิดการใช้นวัตกรรมชั้นสูง

2.สิทธิประโยชน์และการบริการจุดเดียว (OSS) ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้บริการอนุมัติอนุญาตที่รวดเร็ว ณ จุดเดียว (Onsite) อำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนอย่างครบวงจร

และ 3.การสร้างระบบนิเวศที่เป็นมิตรต่อชุมชน (Eco-industrial & Community License) พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ตามมาตรฐานเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เชื่อมโยงผลประโยชน์และกระจายรายได้สู่สหกรณ์การเกษตรและแรงงานท้องถิ่นโดยตรง เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกัน

“หากโครงการนิคมอุตสาหกรรมการเกษตรมูลค่าสูงจังหวัดสุพรรณบุรีสำเร็จลุล่วง จะสามารถยกระดับจังหวัดสุพรรณบุรีจากฐานการผลิตภาคเกษตรกรรมดั้งเดิมของภาคกลาง สู่การเป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง (Agri-Med Hub)” ของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรไทยแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เชื่อมโยงเศรษฐกิจในพื้นที่เข้ากับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนตามเป้าหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม”นายสุเมธ กล่าว

 

TAGS: #กนอ. #นิคมฯเกษตรมูลค่าสูง #ระบบนิเวศสีเขียว