กึม ซก นักวิเคราะห์การเมืองชาวกัมพูชา กล่าวว่า "กัมพูชากำลังจมอยู่กับเรื่องไร้สาระและไม่สามารถปกป้องอธิปไตยทางทะเลของตนได้ เนื่องจากรัฐบาลฮุน เซน มัวแต่ทำเรื่องไร้ประโยชน์ด้วยการใช้กลไกการบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)"
เขาระบุว่า ไทยสามารถยอมรับผลลัพธ์ใดๆ ก็ตามหากเป็นประโยชน์ต่อไทย แต่ก็สามารถปฏิเสธได้หากผลลัพธ์นั้นไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของตน พร้อมทั้งเสนอแนะว่ากัมพูชาควรใช้ UNCLOS ควบคู่ไปกับเอกสารทางกฎหมายและสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ
ก่อนหน้านี้ในการประชุม UNCLOS ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่สิงคโปร์ สำนักข่าว tfa ภาคภาษาเขมรรายงานว่าในการแถลงต่อคณะกรรมาธิการไกล่เกลี่ยที่สิงคโปร์เมื่อเช้าวันที่ 15 กันยายน นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและผู้แทนฝ่ายกัมพูชา กล่าวว่าเป้าหมายหลักของกัมพูชาคือการหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ และส่งเสริมสันติภาพ ความร่วมมือ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาค
เขากล่าวเสริมว่า หากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลขั้นสุดท้ายได้ในทันที กัมพูชาก็พร้อมที่จะลงนามในข้อตกลงกับไทยเพื่อการพัฒนาร่วมกันและการแบ่งปันทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ในระหว่างที่รอข้อตกลงเรื่องเขตแดนฉบับสมบูรณ์
ปรัก สุคน กล่าวว่า "หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทั้งในเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลและเรื่องการพัฒนาร่วมกันได้ กัมพูชาขอให้คณะกรรมาธิการจัดทำรายงานเพื่อเสนอแนะแนวทางแก่ทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาในอนาคต ตามพันธกรณีของทั้งสองประเทศภายใต้ UNCLOS"
เขากล่าวเสริมว่า กัมพูชาเลือกใช้กลไกนี้เพื่อแสวงหาแนวทางสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำว่าสำหรับกัมพูชาแล้ว กระบวนการไกล่เกลี่ยไม่ใช่หนทางในการเพิ่มความตึงเครียด แต่เป็นหนทางในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นระหว่างทั้งสองฝ่าย
นอกจากนี้ กัมพูชายังเรียกร้องให้ไทยเข้าร่วมกระบวนการนี้ด้วยเจตนารมณ์ที่สร้างสรรค์ และปฏิบัติตามข้อตกลงทวิภาคีที่มีอยู่ให้ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025
ปรัก สุคน กล่าวว่าการมีส่วนร่วมของไทยจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของชาวกัมพูชามากกว่า 20,000 คนที่อพยพหนีจากพื้นที่ความขัดแย้ง การอนุรักษ์แหล่งวัฒนธรรมสำคัญที่ได้รับความเสียหาย และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี
เขากล่าวทิ้งท้ายว่า ความพยายามเหล่านี้จะช่วยลดความตึงเครียด สร้างความเชื่อมั่น และฟื้นฟูสันติภาพรวมถึงเสถียรภาพระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งกัมพูชา ไทย และภูมิภาคอาเซียนโดยรวม
ในประเด็นนี้ เสง วันลี นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์กล่าวว่า เขาเข้าใจว่าสารที่กัมพูชาสื่อออกมาในกระบวนการสร้างความปรองดองนั้นเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ เนื่องจากกัมพูชาไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องแพ้หรือชนะในข้อพิพาทเขตแดนทางทะเล แต่มีเป้าหมายเพื่อหาทางออกที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
เสง วันลี กล่าวว่า การกล่าวถึงสันติภาพ ความร่วมมือ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่คุณค่าของหลักการเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถของทั้งสองฝ่ายในการเปลี่ยนหลักการดังกล่าวให้กลายเป็นข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม
เขาเสนอแนะว่าทางเลือกต่างๆ อาจรวมถึงการกำหนดเขตแดนทางทะเลอย่างเป็นธรรม หรือการพัฒนาร่วมกันในส่วนของทรัพยากร โดยต้องมีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่าความร่วมมือดังกล่าวไม่ควรหมายถึงการที่กัมพูชาต้องสละสิทธิ์หรือจุดยืนทางกฎหมายของตน
ทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ปรัก สุคนและทีมงาน ในารประชุมของคณะกรรมาธิการไกล่เกลี่ยภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ระหว่างกัมพูชากับไทยที่ได้เสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ក្រសួងការបរទេស - Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation