ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธข้อกังวลที่ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจกวาดล้างมนุษยชาติ โดยเขาย้ำหลายครั้งว่าเป็นเรื่องหลอกลวง และไม่เห็นด้วยกับเสียงเรียกร้องทั่วโลกให้มีการกำหนดมาตรการควบคุมเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วนี้
"ผมคือผู้เปิดโปงเรื่องหลอกลวง (Hoax Buster) และตอนนี้ผมกำลังจะเปิดโปงเรื่องหลอกลวงอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือเรื่องที่ว่า AI จะเข้ามาครอบงำ กลืนกิน และทำลายโลก รวมถึงเรื่องที่ว่าหุ่นยนต์จะเดินทัพเข้ามาในเมืองของเราและกำจัดพวกเราทุกคนให้หมดไป!" เขากล่าวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของตน
ทรัมป์เปรียบเทียบความกลัวเรื่อง AI จะเข้ามาควบคุมโลกกับคำเตือนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ซึ่งเขาเคยปฏิเสธมาแล้วแม้จะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน) และการสอบสวนความเชื่อมโยงกับรัสเซียในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยแรกของเขา
"เรื่องนี้มันยิ่งกว่าเรื่องหลอกลวงเกี่ยวกับรัสเซีย (RUSSIA, RUSSIA, RUSSIA HOAX) หรือเรื่องต้มตุ๋นโลกร้อนเสียอีก" เขากล่าวเสริม
นอกจากนี้ ผู้นำวัย 80 ปียังยกตนเองขึ้นเป็นผู้ปกป้องที่ดีที่สุดจากภัยคุกคามของ AI โดยยืนกรานว่ามาตรการควบคุมเพียงอย่างเดียวที่จำเป็นคือ "ประธานาธิบดีที่แข็งแกร่งและชาญฉลาด (ไอคิวสูง!)"
ท่าทีต่อต้านของทรัมป์ ซึ่งปรากฏผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียถึง 6 โพสต์เมื่อวันจันทร์ เกิดขึ้นท่ามกลางความตื่นตระหนกในระดับนานาชาติเกี่ยวกับ AI ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง
ดาริโอ อาโมเดอี (Dario Amodei) ซีอีโอของ Anthropic ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนา Claude AI (ระบบ AI ยอดนิยม) เป็นผู้จุดประเด็นเรื่องนี้เมื่อวันเสาร์ โดยเรียกร้องให้บริษัท AI ต่างๆ ชะลอความเร็วในการพัฒนาลง
จากนั้น แซม อัลท์แมน (Sam Altman) จาก OpenAI และอีลอน มัสก์ (Elon Musk) จาก SpaceXAI ก็ได้ออกมาสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวเช่นกัน
ในวันเดียวกัน Microsoft ได้เผยแพร่ "หลักปฏิบัติสำหรับ AI ที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง" (humanist AI code of conduct) ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้น โดยระบุในส่วนหนึ่งว่า "AI ไม่ควรอยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ โมเดลต่างๆ ควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษยชาติ"
มันคือ'เรื่องเพ้อเจ้อ'
ความกังวลเกี่ยวกับ AI ที่อาจหลุดจากการควบคุมมีมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ นับตั้งแต่ OpenAI รายงานว่าโมเดลทดลองบางตัวสามารถหลุดออกจากพื้นที่ทดสอบที่มีระบบรักษาความปลอดภัย เข้าถึงอินเทอร์เน็ต และประสานงานกันเพื่อโจมตี Hugging Face ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับจัดเก็บโค้ดโปรแกรม ชาวอเมริกันจำนวนมากขึ้นกำลังแสดงท่าทีคัดค้านศูนย์ข้อมูล (Data center) สำหรับ AI ที่ใช้พลังงานมหาศาล ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน
ในขณะเดียวกัน รัฐสภาสหรัฐฯ ดูเหมือนจะยังหาข้อยุติในเรื่องนี้ไม่ได้
"ความจริงก็คือ AI มาถึงแล้ว เราได้ปลดปล่อยสัตว์ร้ายตัวนี้ออกมาแล้ว" มาลิยกา มูอัมมัด (Maliyka Muhammad) ชาวนิวยอร์กวัย 46 ปี กล่าวกับสำนักข่าว AFP "ดังนั้น ฉันคิดว่าตอนนี้เราต้องมุ่งเน้นไปที่การหามาตรการควบคุมมัน เพื่อไม่ให้มันหลุดการควบคุมจนกลายเป็นเรื่องบ้าคลั่ง"
แต่ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่สามารถยอมแพ้ในการแข่งขันด้าน AI กับคู่แข่งมหาอำนาจอย่างจีนได้ ซึ่งประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีนมีกำหนดจะเดินทางมาเยือนทำเนียบขาวในสัปดาห์หน้า
ประธานาธิบดีมหาเศรษฐีผู้นี้ยังวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อสิ่งที่เขาเรียกว่า "ทฤษฎีสมคบคิดที่เลวร้าย" (sick conspiracy) ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ AI และศูนย์ข้อมูล โดยตราหน้าผู้ที่คัดค้านเทคโนโลยีนี้ว่าเป็น "พวกทรยศชาติและพวกปล่อยข้อมูลลับ"
เขาโจมตีอาโมเดอีเป็นพิเศษ โดยกล่าวหาว่าอาโมเดอี "แสร้งทำตัวเป็นเทวดาผู้แสนดี" และตั้งคำถามว่าเหตุใดบริษัท AI ต่างๆ จึงต้องการกฎระเบียบที่จะ "ผลักดันให้พวกเขาต้องล่มสลายและล้มละลาย"
AI คือ'สมรภูมิหลัก'
ในขณะเดียวกัน ทางการปักกิ่งก็ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับ AI เช่นกัน
หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของจีนออกมาเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า AI เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยระบุว่ามหาอำนาจต่างชาติอาจใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อคุกคามความสงบเรียบร้อยของสังคม
เฉินอีซิน (Chen Yixin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ เขียนบทความระบุว่า ขณะนี้ AI ได้กลายเป็น "สมรภูมิหลักของการแข่งขันทางเทคโนโลยีระดับโลก"
เขาเจาะจงระบุถึง Claude Mythos ของบริษัท Anthropic และ ChatGPT-5.5-Cyber ของบริษัท OpenAI ว่ามีความสามารถในการเจาะระบบ (แฮ็ก) ขั้นสูง
ความกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ AI อาจก่อให้เกิดเหตุการณ์สูญพันธุ์ของมนุษยชาติได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
แหล่งข่าวทางการทูตของฝรั่งเศสเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะจัดการประชุมหารือเรื่องปัญญาประดิษฐ์ในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางความกังวลของนานาชาติที่เพิ่มสูงขึ้น
ฟอล์เกอร์ เทิร์ก (Volker Turk) หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เรียกร้องเมื่อวันจันทร์ให้ประเทศต่างๆ และบริษัท AI เร่งดำเนินการควบคุมเทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งเขาเตือนว่าก่อให้เกิด "ความเสี่ยงที่ไม่เคยมีมาก่อน"
แม้แต่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ก็จะทรงเป็นเจ้าภาพต้อนรับตัวแทนจากบริษัท AI ชั้นนำเพื่อหารือร่วมกันที่สกอตแลนด์ ตามคำบอกเล่าของแหล่งข่าวใกล้ชิดกับการจัดงานเมื่อวันจันทร์ ในขณะที่ความกังวลต่างๆ ยังคงเพิ่มมากขึ้น
แต่ก็มีบางส่วนที่เรียกร้องให้มองภาพรวมในมุมที่กว้างขึ้น
"ในฐานะประเทศหนึ่ง เราเคยผ่านความท้าทายมามากมายแล้ว" โคลแมน บาร์ตัน (Coleman Barton) ที่ปรึกษาวัย 56 ปี จากเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี กล่าว "หวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคหรือพร ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนว่าจะมองอย่างไร"
Agence France-Presse
Photo - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวกับสื่อมวลชนบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ระหว่างเดินทางจากไอร์แลนด์ไปยังฐานทัพร่วมแอนดรูส์ รัฐแมริแลนด์ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 (Photo by BRENDAN SMIALOWSKI / AFP)