นักวิเคราะห์การเมืองเปิดเผยกับสำนักข่าว VOD ของกัมพูชาว่า คำแถลงล่าสุดของฮุน มาเนต เกี่ยวกับปัญหาชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทยที่กำลังดำเนินอยู่ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจอย่างลึกซึ้งที่มุ่งเป้าไปที่การเสริมสร้างอำนาจของครอบครัว นักวิเคราะห์ตีความคำพูดของฮุน มาเนตที่กล่าวในพิธีที่จังหวัดกันดาลว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้เชิงกลยุทธ์ต่อคำวิจารณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดน
ก่อนหน้านี้ ฮุน มาเนต กล่าวว่า "บางคนกำลังตั้งเป้าหมาย โดยคิดว่าสงครามชายแดนครั้งนี้จะทำให้พรรคประชาชนกัมพูชา (PPC) ล่มสลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขากล่าวว่าตระกูลฮุนจะสูญเสียอำนาจเพราะปัญหาชายแดน และจะเกิดการต่อสู้ ไม่ใช่! อย่าพูดว่าพรรคประชาชนหรือกัมพูชาจะแตกแยก ไม่! ลัทธิชาตินิยมนี้จะทำให้กัมพูชาแข็งแกร่งขึ้นภายใต้หรือร่วมกับรัฐบาลของราชวงศ์ที่นำโดยพรรคประชาชนกัมพูชา”
เซง วันลี ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์ ระบุปัจจัยสำคัญสี่ประการที่สนับสนุนท่าทีที่แข็งกร้าวของฮุน มาเนต ดังนี้:
1. "อำนาจเชิงสถาบัน" คือ การควบคุมของ 'ราชวงศ์ฮุน' เหนือสถาบันของรัฐ รวมถึงกองทัพและตุลาการ ทำให้พวกเขาสามารถปราบปรามการต่อต้านและจัดการความมั่นคงภายในได้โดยไม่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่สำคัญใดๆ
2. "การปราบปรามฝ่ายตรงข้าม" คือ คำวิจารณ์และการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามถูกปิดปากอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ปราศจากความท้าทายสำคัญต่อพรรคที่ปกครองอยู่
3. "การควบคุมข้อมูล" คือ การควบคุมสื่อของรัฐอย่างเข้มงวดทำให้พรรคผู้ปกครองสามารถนำเสนอเรื่องราวเพียงด้านเดียวที่แสดงให้เห็นว่าข้อพิพาทชายแดนเป็นเครื่องมือในการปลุกระดมชาตินิยมมากกว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างแท้จริง
4. "การใช้ประโยชน์จากความตึงเครียดในอดีต" ค่ือการที่ ฮุน มาเนต ใช้ประโยชน์จากความตึงเครียดชายแดนในอดีตเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของตนในฐานะผู้นำทางทหารและเสริมสร้างความชอบธรรมทางการเมืองของครอบครัว
แม้ว่าจะมีปัจจัยเหล่านี้ แต่นักวิจารณ์การเมืองกัมพูชาโต้แย้งว่าในขณะที่ฮุน มาเนต ส่งเสริมเรื่องราวของความแข็งแกร่งและความสามัคคี รัฐบาลของเขาล้มเหลวในการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเพียงพอ ทำให้ประเทศไทยเข้ายึดครองดินแดนกัมพูชาส่วนสำคัญ
นักวิเคราะห์เกรงว่าแนวทางของฮุน มาเนต ซึ่งถูกมองว่าเผด็จการมากขึ้นเรื่อยๆ จะลดศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในกัมพูชา ทำให้ประชาชนหมดกำลังใจและแตกแยก การตอบสนองของรัฐบาลต่อความไม่สงบภายในประเทศถูกมองว่าเป็นการเน้นการปราบปรามมากกว่าการแก้ไขปัญหา โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของผู้นำในการแก้ไขข้อเรียกร้องของชาวเขมรและบูรณภาพดินแดนของพวกเขา
โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - Hun Manet / Facebook