ที่'จูไห่'อนาคตอยู่บนฟากฟ้า ห้วงอวกาศ และในเครื่องใช้ที่ไม่ธรรมดาในบ้านเรือนของผู้คน

ที่'จูไห่'อนาคตอยู่บนฟากฟ้า ห้วงอวกาศ และในเครื่องใช้ที่ไม่ธรรมดาในบ้านเรือนของผู้คน

เชื่อว่าหลายคนรู้จัก 'จูไห่' จากงานมหกรรม Airshow China การจัดแสดงอากาศยานระดับโลก ซึ่งยังเรียกกันอีกชื่อว่า Zhuhai AirShow ไม่เพียงมีการแสดงของเครื่องบินรุ่นต่างๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นฮับของการเจรจากาารค้าอากาศยาน และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการเกี่ยวกับเครื่องบิน  

แต่หลายคนจะไม่สงสัยเลยว่า "ทำไมต้องเป็นที่จูไห่?"

จูไห่ หรือ 'ไข่มุกแห่งท้องทะเล' เป็นเมืองแรกๆ ของจีนที่ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเมื่อจีนเริ่มดำเนินนโนยายปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศ และเนื่องจากจูไห่เป็นจุดเดียวของจีนแผ่นดินใหญ่ที่เชื่อมต่อกับมาเก๊าและฮ่องกง ที่นี่จึงมี 'ชัยภูมิ' อันยอดเยี่ยมในแง่ของการค้าและการลงทุน และทำให้ที่เติบโตกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจที่รุ่งเรือง

จนกระทั่งเมื่อปี 2015 รัฐบาลจีนได้จัดตั้ง 'เขตไฮเทคจูไห่' (Zhuhai High-tech Zone) เพื่อสร้างเขตการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นอิสระระดับชาติ

Photo - ภูมิทัศน์การพัฒนาของจูไห่ ไม่ใช่แค่เมืองชายทะเล แต่เป็นข้อต่อที่เชื่อมโยงมาเก๊าและเมืองบริเวณอ่าวใหญ่ปากแม่น้ำจูเจียงของมณฑลกวางตุ้งเข้าด้วยกัน

เพราะรากฐานที่วางไว้ในฐานะเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกๆ ของประเทศ ทำให้จูไห่เป็นพื้นที่แห่งการบ่มนวัตกรรมหลายๆ ด้าน ตั้งแต่อากาศยานไปจนถึงเครื่องใช้ในครัวเรือน แม้กระทั่งแหล่งความรู้ด้านอวกาศเพื่อถ่ายทอดให้คนรุ่นต่อไป

นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องจัด Airshow China ที่นี่

โรงงานผลิตอากาศยานที่สร้างนวัตกรรมบนท้องฟ้าโดยฝีมือคนจีน องค์ความรู้ของจีน และเป็นความภาคภูมิใจของคนจีนก็อยู่ที่จูไห่

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2026 คณะสื่อมวลชนจากกลุ่มประเทศ APEC ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมการผลิตเครื่องบินที่โรงงานจากการอนุเคราะห์ของ China Public Diplomacy Association และ China Foreign Affairs University และหน่วยงานต่างๆ 

การมาเยือนของสื่อจากประเทศ APEC ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะมณฑกวางตุ้ง อันเป็นที่ตั้งของเมืองจูไห่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ในเดือนพฤศจิกายนนี้ที่เมืองใกล้ๆ กันคือเซินเจิ้น และในเดือนเดียวกันจูไห่ยังจะจัดงาน Airshow China ครั้งที่ 30 นับเป็นความบังเอิญที่ละเลยไม่ได้ และเราได้รับโอกาสในการมาสังเกตการณ์ความเป็นไปของที่นี่ก่อนที่มหกรรมใหญ่ทั้งสองจะเริ่มต้นขึ้น

ที่ China Aviation Industry General Aircraft Co., Ltd. หรือ AVIC  เราพบว่าจีนได้สร้างองค์รวมด้านการผลิตอากาศยานของตนเองอย่างรอบด้าน และสามารถผลิตเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในประเภทนี้ นั่นคือ AG600

Photo - ความใหญ่โตของเครื่องบิน AG600 鲲龙 ส่วนหัวซึ่งจัดแสดงในโรงงานของ AVIC ที่เมืองจูไห่

AVIC ก่อตั้งขึ้นที่จูไห่เมื่อปี 2009 และทุกวันนี้กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินพลเรือนที่สำคัญของจีน

ในบรรดารุ่นต่างๆ AG600 鲲龙 (คุนหลง) ถือเป็นเพชรน้ำหนึ่ง และเราได้รับการแนะนำให้รู้จักกับมันพร้อมกับชมกระบวนการประกอบ AG600 อย่างใกล้ชิดซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยสำหรับคนต่างชาติที่จะเข้ามาในพื้นที่ภายในโรงงานแล้วดูการประกอบเครื่องบินยักษ์ด้วยตาทั้งสองของเรา

AG600 คือเครื่องบินสะเทินน้ำรุ่นใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน ผลิตขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของจีนในการขนถ่ายน้ำเพื่อสกัดดับไฟป่าและการช่วยเหลือทางน้ำ ความใหญ่ของมันและความสำเร็จในการสร้างมันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า "จีนทำได้" นั่นคือ จีนใช้เทคโนโลยีที่สร้างสรรค์ขึ้นเอง แก้ปัญหาทางเทคนิคเอง และใช้ผู้เชี่ยวชาญและแรงงานของตนเอง ดังที่บริษัทกล่าวว่า "การพัฒนาเครื่องบิน AG600 ยึดมั่นในนวัตกรรมที่เป็นอิสระและอาศัยชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการออกแบบและระดับการผลิตของเครื่องบินพลเรือนขนาดใหญ่สำหรับใช้งานเฉพาะทางที่ผลิตในประเทศ ส่งเสริมการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของระบบอุปกรณ์การบินกู้ภัยฉุกเฉินของจีน และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและการสร้างชาติที่แข็งแกร่งด้านการบิน ชาติที่แข็งแกร่งด้านการเดินเรือ และจีนที่ปลอดภัย"

ไม่เพียงขนาดที่ใหญ่โตอันสะท้อนถึงความสามารถด้านวิศวกรรมและพลศาสตร์และการสร้างเครื่องยนต์แบบใหม่เพื่อรองรับอันสะท้อนถึงเทคนิคด้านเครื่องกลที่ก้าวหน้า AG600 ยังมีจุดเด่นตรงที่ความสามารถดูดน้ำได้มากถึง 12 ตันในคราวเดียวในวลาเพียง 20 วินาที และสามารถบินไปมาระหว่างแหล่งน้ำและจุดเกิดไฟเพื่อตักและปล่อยน้ำเพื่อดับเพลิงได้อย่างต่อเนื่อง ในการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยทางน้ำ เครื่องบินลำนี้สามารถบินได้อย่างมั่นคงในระดับความสูงต่ำสุดที่ 50 เมตร และสามารถจอดทอดสมอในน้ำเพื่อดำเนินการกู้ภัย และยังสามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากถึง 50 คนในคราวเดียว

Photo - ภาพกราฟฟิกแสดงเครื่องบินรุ่นต่างๆ ของ AVIC ที่โรงงานในเมืองจูไห่ 

นี่คือเครื่องบินที่ สีจิ้นผิง ให้ความสนใจ และเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งของ AVIC 

ในวันที่ AG600 ประสบความสำเร็จในการทดลองบินครั้งแรก สีจิ้นผิง ได้มีสารแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนั้นโดยกล่าวว่า 

"เที่ยวบินแรกของเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกขนาดใหญ่สำหรับดับเพลิงและกู้ภัยทางน้ำ AG600 ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญของอุตสาหกรรมการบินของจีนที่ยึดมั่นในนวัตกรรมที่เป็นอิสระ หน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ทำงานอย่างหนักและเอาชนะอุปสรรคต่างๆ จนประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการ ผมขอแสดงความยินดีจากใจจริงกับสหายทุกท่าน! หวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะยังคงสืบทอดจิตวิญญาณของการบินเพื่อรับใช้ประเทศชาติ ดำเนินการตามแนวคิดการพัฒนาใหม่ด้วยความจริงใจ มุ่งมั่นส่งเสริมนวัตกรรมและการพัฒนา พยายามอย่างต่อเนื่อง ประสานงานอย่างแข็งขัน เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาโครงการจะประสบความสำเร็จ และตอบสนองความต้องการของระบบกู้ภัยฉุกเฉินและระบบป้องกันและควบคุมภัยพิบัติทางธรรมชาติของประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างมหาอำนาจด้านการบินของจีน"

ที่ 'คุนหลง' ได้รับความชื่นชมยินดีจากผู้นำประเทศถึงขนาดนี้ เพราะการถือกำเนิดของมันเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ภายในประเทศและแปลงองค์ความรู้เป็นรูปธรรมของอุตสาหกรรมอากาศยานจีน 

การพึ่งพาตัวเองด้านเทคโนโลยีเป็นเป้าหมายและความสำเร็จที่จีนปรารถนาเป็นอย่างยิ่งในเวลานี้ และเราในฐานะเพื่อนสมาชิกกลุ่มประเทศ APEC โดยเฉพาะจากกลุ่ม Global South หรือประเทศตลาดเกิดใหม่ต่างเฝ้ามองด้วยความยินดีเช่นกันและปรารถนาที่จะดำเนินตามรอยพิมพ์เขียวของจีน

ที่ฐานการผลิตของ AVIC นอกจาก AG600 แลัวที่นี่ยังผลิตเครื่องบินที่น่าสนใจอีกหลายรุ่น เช่น เครื่องบินบรรทุกสินค้าสะเทินน้ำมีระวางบรรนทุกสูงมาก สามารถแบกสิ่งของจำเป็นนำไปส่งเพื่อรองรับการดำรงชีวิตของเกาะเล็กๆ ได้ทั้งเกาะ

เรื่องนี้สำคัญตรงไหน?

Photo - โมเดลเครื่องบินบางส่วนของบริษัทที่จัดแสดงที่โรงงานของ AVIC ในเมืองจูไห่

ทั้ง AG600  และเครื่องบินบรรทุกสินค้าสะเทินน้ำอื่นๆ เป็นผลิตผลที่เป็นรูปธรรมของการหารือในจีนเกี่ยวกับความต้องการอากาศยานแบบใหม่ที่ใช้ทางน้ำ และการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตเครื่องบินเพื่อใช้ทางการทหารมาเป็นด้านพลเรือน

เมื่อได้สอบถามว่าเครื่องบินรุ่นนี้ได้ถูกใช้งานเพื่อจัดส่งสิ่งของจำเป็นให้กับเกาะต่างๆ ของจีนในทะเลจีนได้หรือไม่? คำตอบก็คือ "ใช่" เครื่องบินรุ่นนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้คนที่เป็นพลเรือนซึ่งอาศัยในเกาะเล็กเหล่านั้น ให้สามารถมีชีวิตอย่างสะดวกสบายได้ แม้จะอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่นับพันกิโลเมตร

เกาะเล็กๆ เหล่านั้นไม่ใช่เพียง 'พื้นที่ทหาร' อย่างที่คนภายนอกเข้าใจ แต่เป็นถิ่นฐานของชาวจีนที่เป็นคนธรรมดาทั่วไปด้วย 

เครื่องบินรุ่นนี้จึงเป็นเสมือน 'ถนนอากาศ' ที่เชื่อมโยงดินแดนของจีนทั้งในผืนน้ำ ผืนดิน และผืนฟ้าเข้าด้วยกัน

นี่นับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

เพราะนวัตกรรมไม่ได้มีอยู่เพียงเพื่อตอบสนองเศรษฐกิจเท่านั้น แต่มันควรเป็นรากฐานสำคัญใน "การสร้างชาติให้แข็งแกร่ง" และ "การสร้างเอกภาพของชาติ" ด้วย

และเราพบแนวคิดนี้ที่ Gree หนึ่งในธุรกิจรุ่นบุกเบิกของจูไห่

ที่โรงงานของพวกเขาในจูไห่ เราเห็นปรัชญาของ Gree ที่ประกาศว่า

What the country needs, what the enteprise develops.
We need to link enteprise development with national interests.
To build a company fo China'strength is our value, also our dream.  

แปลว่า

"สิ่งที่ประเทศต้องการ คือสิ่งที่องค์กรภาคธุรกิจต้องพัฒนา
เราจำเป็นต้องเชื่อมโยงการพัฒนาองค์กรภาคธุรกิจเข้ากับผลประโยชน์ของชาติ
การสร้างบริษัทที่เป็นกำลังสำคัญของจีน คือคุณค่าและความฝันของเรา"

Photo - พนักงานของ Gree  ที่จูไห่ กำลังอธิบายวิวัฒนาการของเครื่องปรับอากาศของบริษัทและนวัตกรรมอื่นๆ 

คนส่วนใหญ่รู้จัก Gree จากเครื่องปรับอากาศ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นภาพจำที่ไม่ผิดและเป็นความภาคภูมิใจของพวกเขาด้วย เพราะแม้จะเริ่มต้นการผลิตเครื่องปรับอากาศเล็กๆ สำหรับใช้ในบ้าน แต่พวกเขาก็ไม่เคยหยุดที่จะสร้างนวัตกรรม 

และอย่างที่พวกเขาบอก นวัตกรรมของภาคธุรกิจ มีขึ้นก็เพื่อตอบสนองความต้องการของชาติ และส่วนประกอบของชสาติคือประชาชน สิ่งที่ประชาชนจีนต้องการ Gree ก็มุ่งมั่นที่จะสร้างมันขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการนั้น

Gree จึงมีตั้งแต่เครื่องปรับอากาศธรรมดาสามัญที่อายุการใช้งานทนทานเกือบ 3 ทศวรรษก็มี และยังมีการคิดค้นเทคโนโลยีการให้ความเย็นที่ก้าวหน้าสามารถสร้างห้องที่มีอุณหภูมิปกติที่เหมาะกับร่างกายมนุษย์ท่ามกลางสภาพอากาศสุดจัดภายนอกได้ 

แต่ไม่เท่านั้น เพราะ core product ของ Gree คือเครื่องปรับอากาศและการทำความเย็น พวกเขายังนำแก่นทางธุรกิจไปต่อยอดกับผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนอื่นๆ ได้อย่างน่าทึ่ง  

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือ โทรทัศน์ที่ทำงานร่วมกับเครื่องปรับอากาศในเครื่องเดียวกัน

ถูกต้อง โทรทัศน์ติดตั้งผนังเครื่องนี้มีเครื่องปรับอากาศระบายลมออกมาที่ด้านล่างของเครื่อง แต่ไม่ใช่เท่านั้น ลมที่ออกมามีทั้งลมนร้อนจากด้านล่าง และลมเย็นที่พุ่งขึ้นจากด้านบน 

ลมร้อนที่ด้านล่างจะช่วยลดความหนาวเย็นที่เท้าเวลาที่เครื่องปรับอากาศทั่วๆ ไประบายลมออกมาซึ่งทำให้เกิดความไม่สบายตัวในบางจุด เมื่อลมเย็นปล่อยจากด้านบนแล้วค่อยๆ เรี่ยลงมาช้าๆ สู่ร่างหายจะทำให้เกิดสมดุลของอุณหภูมิ และร่างกายเกิดความสบายที่พอเหมาะ

แน่ล่ะ เทคโนโลยีที่รวบยอดแบบนี้ย่อมเกิดคำถามว่า "มันจะกินไฟมากมายแค่ไหนกัน?"

คำตอบจาก Gree ก็คือ มันใช้ไฟฟ้าเท่ากับโทรทัศน์เพียงเครื่องเดียว!

นี่ไม่ใช่แก่นของการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียวขั้นสุดของจีนหรอกหรือ? และเราได้เห็นมันอย่างเป็นรูปธรรมที่จูไห่

Photo - พนักงานของ Gree กำลังอธิบายโมเดลการผลิต จัดเก็บ และการใช้กระแสไฟฟ้ากับนวัตกรรมของบริษัท

เรายังได้เห็นเครื่องซักผ้าที่ทำงานร่วมกันเครื่องทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศเพื่อสร้างระบบที่ควบคุมอุณหภูมิขณะซักผ้าแล้วเสื้อผ้านั้นจะไม่เสียหายด้วยสภาพสุดโต่ง ทำให้เสื้อผ้ามีสภาพเหมือนใหม่ทุกครั้งและยังรักษาคุณภาพของผ้าบางชนิดที่มีความเปราะบางสูงด้วย

นี่เป็นหลักฐานของการเดินหน้าไม่หยุดหย่อนของ Gree และจูไห่

มันเป็นการผสมผสานกันระหว่างความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอากาศยานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและสวัสดิภาพของบ้านเมือง และการรุดไปไกลของผลิตภัณฑ์ทั่วๆ ไปที่ใช้ในครัวเรือนซึ่งทำให้ชีวิตของผู้คนสะดวกสบายยิ่งขึ้นโดยที่โลกไม่ได้บอบช้ำลง

นอกจากบริษัทเหล่านี้ คณะผู้สื่อข่าว APEC ยังมีโอกาสไปเยี่ยมชม Zhuhai Aerospace Land สถานที่จัดแสดง/ให้ความรู้ด้านอวกาศแห่งเมืองจูไห่ ซึ่งสร้างขึ้นโดยรัฐบาลประชาชนเทศบาลเมืองจูไห่ เพื่อเป็น "ฐานการศึกษาเพื่อการเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การบินและอวกาศของมูลนิธิการบินและอวกาศแห่งประเทศจีน" และที่นี่ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในฐานการศึกษาเพื่อความรักชาติชุดที่ 10 ในมณฑลกวางตุ้งด้วย

เมื่อเข้าไปในห้องโถงแรกของการจัดแสดง เราจะพบกับ สถานีอวกาศรูปตัว T ขนาด 1:1 ของยานเทียนกง ซึ่งจัดทำโดยบริษัท China Aerospace Science and Technology Corporation (CASC) ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปภายในเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นที่ทำงาน พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่นอน และประตูทางออกของนักบินอวกาศ

Photo - โมเดลของยานเทียนกงขนาดเท่าของจริงที่ผู้ชมสามารถเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ด้านในได้ ที่ Zhuhai Aerospace Land

หัวใจสำคัญของ Zhuhai Aerospace Land ก็คือการนำเสนอองค์ความรู้ด้านอวกาศ "ที่จับต้องได้" นั่นคือการให้ผู้มาเยี่ยมชมได้สัมผัสประสบการณ์โดยตรงผ่านอุปกรณ์จำลองสถานการณ์ต่างๆ เช่น ยานขับเคลื่อนบนดวงดาวจำลอง หรือการจำลองบทบาทเป็นผู้บัญชาการปล่อยจรวดและสัมผัสประสบการณ์กระบวนการเตรียมการก่อนปล่อยจรวด แม้ทั้งหมดนี้จะเป็น 'เครื่องเล่น' แต่มันทำให้เยาวชนหรือแม้แต่ผู้ใหญ่เกิดความประทับใจต่อภารกิจด้านอวกาศของจีน

ผู้สื่อข่าวจากไทยท่านหนึ่งกล่าวว่า นี่คือสถานที่ที่ประเทศไทยควรสร้างเพื่อให้เยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีด้านอวกาศ ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แม้ว่าไทยจะขาดเทคโนโลยีด้านอวกาศของตัวเอง แต่ในอนาคตหากเราร่วมมือกับบางประเทศได้สำเร็จในด้านอวกาศ ไทยก็สามารถเริ่มสร้างองค์ความรู้ของตนเองด้านอวกาศเหมือนจีนได้เช่นกัน (แม้สเกลอาจจจะไม่เท่ากัน) และเมื่อดูจีนเป็นตัวอย่างแล้วเราสามารถปรับใช้แนวทางคล้ายๆ กันได้เพื่อกระตุ้นเยาวชนให้สนใจความก้าวหน้าด้านนี้ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญด้านการปฏิวัติเทคโนโลยีระลอกใหม่ 

จีนจัดให้   Zhuhai Aerospace Land เป็น 'ฐานการศึกษาเพื่อความรักชาติ' ไม่ใช่แค่ให้เยาวชนภูมิใจในความก้าวหน้าของชาติตัวเอง แต่ยังเป็นบ่มเพาะพวกเขาให้เป็นกำลังของชาติในฐานะพลังขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีในอนาคตด้วย 

ธีมของ Zhuhai Aerospace Land  เป็นถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาว่า "ยิ่งมีความฝันยิ่งใหญ่ อวกาศก็ยิ่งใหญ่เท่านั้น"

Photo - แผนผังกราฟฟิกแสดงเส้นทางการเดินทางไปยังดาวเคราะห์ต่างๆ ของโครงการอวกาศประเทศต่างๆ ที่จัดแสดง ณ Zhuhai Aerospace Land

เมื่อได้เห็นเยาวชน ผู้ใหญ่ และแม้แต่พวกเราผู้สื่อข่าวจาก APEC ตื่นเต้นกับศูนย์อวกาศแห่งนี้ ผมอดคิดถึงประเทศของตัวเองไม่ได้ และหวังว่าเราแต่ละคนจะนำประสบการณ์จากที่นี่ และจากจูไห่ไปแบ่งปันผู้คนในประเทศของเราเพื่อให้มันเป็นแรงบันดาลใจในการผลักดันตัวเองให้มีความฝันอันยิ่งใหญ่เหมือนเมืองแห่งนี้

จูไห่ จึงไม่ใช่แค่เมืองเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นอนาคตของจีนและความหวังของโลกด้วย

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
 

TAGS: #จูไห่ #จีน #APEC