ยิม เลียก หรือ ยึม เลียกขณ์ เป็นชื่อของคนกัมพูชาที่ติดหูคนไทยมากที่สุดชื่อหนึ่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยฉาหน้า เขาประธานบริษัท B.I.C. Group ของกัมพูชา และที่ปรึกษาของ ฮุน เซน แต่ ยิม เลียก พร้อมด้วย เบน สมิธ ชาวตะวันตกผู้ถือหนังสือเดินทางทูตกัมพูชา ตกเป็นผู้ต้องสงสัยร่วมกันฉ้อโกงธุรกิจและซื้อรถยนต์หรูมูลค่ากว่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐในประเทศไทย โดยเฉพาะ เบ็น สมิธ เป็นผู้วางแผนหลักเบื้องหลังอาชญากรรมฉ้อโกง จัดตั้งศูนย์สแกมเมอร์ โดยมีสัญชาติกัมพูชาและแอฟริกาใต้ กระทำการฉ้อโกงและฟอกเงิน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ยิม เลียก ยังมีสายสัมพันธ์กับผู้มีอิทธิพลในไทยและยังมีการเปิดเผยข้อมูลและภาพถ่ายของเขากับนักการเมืองไทยจำนวนหนึ่ง ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยถึง "ความเป็นเครือข่าย" ของ ยิม เลียก และผู้มีอำนาจในไทย
อย่างไรก็ตาม ยิม เลียก ไม่ใช่ตาสีตาสามจากไหน เพราะพ่อของ ยิม เลียก คือ 'ยึม ไฉลี' (យឹម ឆៃលី) เป็นนักการเมืองชาวกัมพูชาที่อยู่ใน "พรรคประชาชนกัมพูชา" (พรรคการเมืองที่มีฮุน เซน เป็นผู้นำ) และได้รับเลือกเป็นตัวแทนจังหวัดบันทายมีชัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาชนบท
เมื่อปี พ.ศ. 2566 เจ้านโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา มีพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้งให้ ยึม ไฉลี เป็น "ที่ปรึกษาส่วนพระองค์สูงสุดของพระมหากษัตริย์" โดยมีตำแหน่งเทียบเท่ารองนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ในแต่ละปี ฮุน เซน ยังมักจะส่งสาส์นแสดงความยินดีไปยัง ยึม ไฉลี เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของเขา ซึ่งแสดงถึงความเป็นผู้อ่วุโสในพรรคและความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นของคนทั้งสอง
ความเหนียวแน่ของ "ตระกูลยึม" ยังสอดประสานผ่านลูกๆ ของเขากับ "ตระกูลฮุน" อีกด้วย
จากข้อมูลของสื่อกัมพูชาแห่งต่างๆ ระบุว่า ลูกๆ ของ ยึม ไฉลี มีหน้าที่การงานดังนี้
ยึม เลียง
จากการรายงานของ "กัมปูเจีย ทเมย" ยึม เลียง (យឹម លាង) ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการทหารบกของสมเด็จวิบูลเสนาบดี สาย ชุม ประธานวุฒิสภา ในปี พ.ศ. 2554 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการองครักษ์ของสมเด็จ เจีย ซิม อดีตประธานวุฒิสภา
เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563 อดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ได้ออกพระราชกฤษฎีกาย่อยโอนย้าย ยึม เลียง จากกองทัพกัมพูชา ไปรับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานป้องกันประเทศ ก่อนที่จะย้ายไปรับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยึม เลียง เคยดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารบกร่วมของกองทัพกัมพูชา
ทั้งนี้ ยึม เลียง เป็นบุตรเขยของ เจีย สุเผียรา (ជា សុផារ៉ា) รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจัดการที่ดิน การวางผังเมืองและการก่อสร้าง และเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลทางการเมืองของกัมพูชา และในแง่พลังทางเศรษฐกิจ เขาเคยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อแก้ไขข้อพิพาทที่ดิน ซึ่งเป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขกรณีพิพาทเรื่องที่ดินทั่วประเทศ และยังรับคำสั่งจาก ฮุน เซน ให้แก้ปัญหาเรื่องที่ดินอีกด้วย
ยึม ไฉลีน
ยึม ไฉลีน (យឹម ឆៃលីន) เป็นภรรยาของ ฮุน นามี ลูกชายคนเล็กของ ฮุน เซน เธอเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมแพทย์สมาพันธ์เยาวชนกัมพูชา ซึ่งเป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมที่มักให้ความช่วยเหลือและรักษาผู้ยากไร้ทั่วประเทศกัมพูชา ครึ่งหนึ่ง นักแสดงหญิงในกัมพูชาได้กล่าวยกย่องเธอว่าเป็น "แม่คนที่สองที่คอยช่วยเหลือเด็กผู้หญิงที่ถูกกลั่นแกล้งและถูกกระทำย่ำยี"
"ตโนด" สื่อของกัมพูชายกย่องเธอว่า "ยึม ไฉลีน ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะภรรยาสุดที่รักของท่านฮุน มานี มีบุตรชายสามคนและบุตรสาวหนึ่งคน เธอเป็นบุตรสาวของท่านรองนายกรัฐมนตรี ยึม ไฉลีน และนาง ตน คอน ซึ่ง ยึม ไฉลีน เป็นบุตรสาวคนเดียวในครอบครัว ในบรรดาพี่น้องสี่คนที่ดำรงตำแหน่งในกิจการของรัฐและภาคเอกชน
ดูเหมือนว่า ยึม ไฉลีน จะมีภาพลักษณ์ของสาวไฮโซที่มีสไตล์เป็นแบบอยางให้กับสาวๆ กัมพูชา อย่างที่ "ตโนด" ตั้งข้อสังเกตด้วยความชื่นชมว่า "ความงามและการแต่งหน้าของคุณหญิง (ตำแหน่ง "โลกจุมเตียว" หรือ លោកជំទាវ เทียบเท่ากับ "คุณหญิง" ของไทย) ผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณหญิง มีความงามเมื่อนำมาผสมผสานกับเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงเครื่องประดับราคาแพง ยิ่งทำให้ความงามของคุณหญิงดูอ่อนเยาว์และงดงามยิ่งขึ้นไปอีก"
ขณะเดียวกัน ยึม ไฉลีน ยังเป็นผู้อำนวยการของ TEHO INTERNATIONAL ผู้พัฒนาโครงการ The Bay Condominium Project นอกจากนี้ ยึม ไฉลีน ยังเป็นสตรีชาวกัมพูชาคนแรกที่ได้ก้าวขึ้นสู่พรมแดงในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ที่ประเทศฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2562 ซึ่งจากการรายงานของ "กัมปูเจีย ทเมย" ชี้ว่า "เป็นสิ่งประหลาดเรื่องหนึ่ง"
ยึม เลียต
ยึม เลียต (យឹម លាត) เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจังหวัดกำปงธม สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่กรุงพนมเปญ และต่อมาบิดามารดาได้ส่งไปศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยมปลายฌอง มูแลง ประเทศฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2540 ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 ได้ย้ายไปศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนมัธยมปลายแฟร์มอนต์ อคาเดมี สหรัฐอเมริกาเป็นเวลาสองปี และสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2546 ในปี พ.ศ. 2552 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาการเงิน จากมหาวิทยาลัยเดฟรีย์ สหรัฐอเมริกา
จากการรายงานของ "กัมปูเจีย ทเมย" รายงานว่า ยึม เลียต เคยทำงานเป็นรองเลขาธิการสภาการเกษตรและพัฒนาชนบท จากนั้นได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งจังหวัดกำปงธม พรรคประชาชนกัมพูชา ในการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสมัยที่ 6 ในปี พ.ศ. 2561 ก็ได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่อายุน้อยที่สุด ต่อมา ยึม เลียต ดำรงตำแหน่งกรรมการกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร และการตรวจสอบบัญชี ของรัฐสภา ในปี พ.ศ. 2566 เขาได้รับการแต่งตั้งจากเจ้านโรดม สีหมุนี ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติกัมพูชา ในฐานะเทียบเท่าตำแหน่งรัฐมนตรี
ยึม เลียก
ยึม เลียก หรือ ยึม เลียกขณ์ (យឹម លក្ខណ៍) หรือที่รู้จักกันในไทยว่า "ยิม เลียก" เป็นบุตรชายคนเล็กของ ยึม ไฉลี เขาเป็นนักธุรกิจชาวกัมพูชา "ผู้ยิ่งใหญ่" (จากการระบุของสื่อกัมพูชา) จากตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ BIC Group ซึ่งมีบริษัทสาขาหลายแห่ง ขณะเดียวกันสื่อกัมพูชาระบุว่า "ภรรยาของเขาก็เป็นนักธุรกิจหญิงชาวไทยที่เป็นเจ้าของบริษัทหลายแห่งในประเทศไทยเช่นกัน" จากการรายงานของ "กัมปูเจีย ทเมย"
สื่ออิสระของกัมพูชาตั้งข้อสังเกตไว้เมื่อไม่นานมานมานี้ว่า ยึม เลียก สั่งซื้อรถยนต์หรูสองคัน มูลค่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และตั้งคำถามว่า "สงสัยไหมว่าตระกูลฮุนเซนหาเงินมาสั่งซื้อรถยนต์มูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อย่างไร?" สื่อรายนี้ชี้ว่า เพราะ ฮุนเซน มอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะรงเกือบ 1,000 เฮกตาร์ ให้กับ ยิม เลียก โดยในจำนวนนี้ มอบที่อุทยานแห่งชาติฯ ให้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของ ยิม เลียก และให้เช่าที่ดินอุทยานแห่งชาติเกือบ 500 เฮกตาร์ และปล่อยที่อุทยานฯ อีก 250 เฮกตาร์ให้บริษัทของ ยอม เลียก ดำเนินการ
โปรดทราบว่า "ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะรง" เป็นเหมือนเพชรเม็ดงามของการท่องเที่ยวชายทะเลของกัมพูชา และเป็นเกาะที่หาดทรายขชาวและน้ำทะเลเขียวใส ซึ่งกมัพุชาหมายมั่นปั้นมือที่จะให้เป็นอีกหนึ่งตัวดึงนักท่องเที่ยวให้มาเยือนนอกเหนือจากโบราณสถานต่างๆ
Cambodian Daily สื่อที่ค้านข้างเป็นอิสระจากรัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่า "ในส่วนของการให้ที่ดินในเขตพื้นที่คุ้มครองแก่บริษัทเอกชนและบุคคลผู้มั่งคั่ง พบว่าข้าราชการระดับสูงและเจ้าพ่อที่ใกล้ชิดกับ ฮุน เซน จำนวนมาก รวมถึงญาติพี่น้องและบุตรทางสายเลือดของเขา ได้รับที่ดินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินนับร้อยเฮกตาร์" หนึ่งในนั้นคื ลี ยง พัต ผู้อื้อฉาว
ความเส้นใหญ่ของ ยิม เลียก และความเป็นคนใน "เครือข่ายตระกูลฮุน" ยังสะท้อนได้จากการที่เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567 เจ้านโรดม สีหมุนีทรงมีพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้งยิม เลียก และ เบน สมิธ เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา
แต่แล้ว เพราะความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทยลุกลามจากสงครามชายแดนเป็นกรกวาดล้าง "ท่อน้ำเลี้ยง" ของเครือข่ายฮุน เซน ทำให้ในปีนี้ ยิม เลียก และ เบน สมิธ จึงถูกหมายหัวโดยทางการไทยในที่สุด ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจีย เธียริธ โฆษกพรรคประชาชนกัมพูชา เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อของกัมพูชาไว้ ว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคประชาชนกัมพูชาไม่กังวลเกี่ยวกับการอายัดหรือยึดทรัพย์สินของฝ่ายไทย และในทางกลับกัน เขากล่าวว่าประเทศไทยไม่มีอำนาจในการจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชา ซึ่งในที่นี้หมายถึง ยิม เลียก และ เบน สมิธ ที่เป็น "เจ้นหน้าที่" ในฐานะที่ปรึกษาส่วนตัวของ ฮุน เซน
อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่เกิดขึ้นกับ ยิม เลียก สื่อของกัมพูชาบางแห่งก็หวั่นไหวไม่น้อย โดยอ้างว่า "ผู้สังเกตการณ์สถานการณ์ทางการเมืองของกัมพูชาเรียกร้องให้รัฐบาลใช้กำปั้นเหล็กเพื่อดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของกัมพูชาและช่วยชาติกัมพูชาให้พ้นจากปัญหาอาชญากรรมนี้ เพื่อที่ฝ่ายไทยจะได้ไม่ใช้ข้ออ้างนี้ในการกดดันปัญหาชายแดนต่อไป"
โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ยิม เลียก กับ เบน สมิธ (ภาพจาก វិមាន៧មករា)