ประเทศอื่นเขาสามารถยึดบ้านคนอื่น โดยอ้าง 'ครอบครองโดยปรปักษ์' ได้หรือเปล่า?

ประเทศอื่นเขาสามารถยึดบ้านคนอื่น โดยอ้าง 'ครอบครองโดยปรปักษ์' ได้หรือเปล่า?

จากกรณีที่เพื่อนบ้านรายหนึ่งเข้าไปครอบครองทาวน์เฮาส์ที่อยู่ข้างเคียงกัน ซึ่งไม่มีผู้อยู่อาศัย โดยอ้างว่าเป็นการครอบครองโดยปรปักษ์ ต่อมาเจ้าของตัวจริงได้เตรียมเข้ามาอาศัยเพราะได้รับเป็นของขวัญแต่งงานจากญาติผู้ใหญ่แต่ก็เข้าไมได้ เพราะถูกเพื่อนบ้านคนดังกล่าวขัดขวาง โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของแล้วตามกฎหมายการครอบครองโดยปรปักษ์ จนทำให้สังคมโต้เถียงกันถึงการกระทำของผู้เข้ายึดครอง

การครอบครองโดยปรปักษ์ หมายถึงการเข้ายึดที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีเจ้าของอยู่แล้ว โดยที่เจ้าของไม่ได้ทักท้วง จนกระทั่งผู้บุกรุกได้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวจนถึงกำหนดที่กฎหมายอนุญาตให้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ เจ้าของเดิมก็หมดสิทธิ์ในการครอบครองไปโดยปริยาย

กับคำถามที่ว่า "ในประเทศอื่นเขาสามาถยึดบ้านคนอื่น โดยอ้างครอบครองโดยปรปักษ์ได้หรือเปล่า?" คำตอบก็คือ "สามารถทำได้" เพราะบางประเทศ "มีกฎหมายครอบครองโดยปรปักษ์" เหมือนประเทศไทย เช่น สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร

ประเทศอื่นเขาเรียกมันว่าอย่างไร?
ในภาษาอังกฤษ การครอบครองโดยปรปักษ์เรียกว่า Adverse possession แปลว่า การครอบครองโดยฝ่ายตรงข้าม (หมายถึงฝ่ายฝ่ายที่ไม่ใช่เจ้าของ) หรือเรียกว่า squatter's rights แปลว่าสิทธิของผู้ที่เข้าไปบุกรุกหรือครอบครองทรัพย์สินโดยไม่ใช่เจ้าของเดิม ซึ่งเป็นหลักการทางกฎหมายในกฎหมายคอมมอนลอว์ (Common law คือ ระบบกฎหมายจารีตประเพณี) ที่ใช้กันในกลุ่มประเทศแองโกล-อเมริกัน (หมายถึงอังกฤษและสหรัฐฯ เป็นต้น) 

หลักการชองมันเหมือนกันหมดทุกประเทศ รวมถึงในไทย (ซึ่งกฎหมายคอมมอนลอว์บางส่วน) นั่นคือ บุคคลที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายในทรัพย์สิน (ซึ่งมักจะเป็นที่ดิน) ทำการยึดครองทรัพย์สินที่มีเจ้าของอยู่แล้วอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยที่เจ้าของไม่ได้ใส่ใจที่จะอ้างกรรมสิทธิ์ หลังจากผ่านเวลาไประยะหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ครอบครองโดยไม่ได้รับลนุญาติก็อาจได้รับกรรมสิทธิ์ทางกฎหมายจนสามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น 

มันเป็นปัญหาเหมือนในไทยไหม?
ตอบว่า "เป็นปัญหาเหมือนกัน" เช่น ในสหราชอาณาจักร การครอบครองโดยปรปักษ์เป็นวิธีการหนึ่งในการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่มีการถกเถียงกันมากที่สุด แม้ว่าจะมีบทบาทอย่างมากในประวัติศาสตร์การจัดการที่ดินในอังกฤษ 

ก่อนหน้านี้ ในอังกฤษมีการใช้คอมมอนลอว์ หรือกฎหมายจารีตประเพณีในการอ้างกรรมสิทธิ์ นั่นคือ หากบุคคลใดครอบครองที่ดินที่มีเจ้าของอยู่แล้วเป็นเวลา 12 ปี โดยที่เจ้าของไม่ได้โต้แย้ง สิทธิของเจ้าของที่เดิมในการที่จะขับไล่ "ผู้ครอบครองโดยปรปักษ์" จะเป็นอันสิ้นสุด หมายความว่าผู้เข้ายึดที่ดินนั้นจะกลายเป็นเจ้าของคนใหม่ไป หลักการนี้อิงกับกฎหมายที่ชื่อ  Limitation Act ที่ตราขึ้นในปี 1623

อังกฤษปฏิรูปกฎหมายนี้แล้ว
ตามธรรมเนียมการครอบครองโดยปรปักษ์เดิมไม่ต้องแจ้งให้เจ้าของทราบ ก็เพราะกฎหมายเดิมระบุว่าเจ้าของไม่เคยให้ความสนใจมากพอกับการใช้ที่ดินจริง ดังนั้นเจ้าของเดิมจึงไม่สมควรที่จะรักษาที่ดินไว้ จุดมุ่งหมายของการทำแบบนั้น ก็เพื่อให้แน่ใจว่ามีการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การครอบครองไว้เฉยๆ 

จนกระทั่งมีการตราพระราชบัญญัติการจดทะเบียนที่ดิน 2002 (พ.ศ. 2545) ซึ่งผู้ครอบครองโดยปรปักษ์ยังเข้าครอบครองที่ดินคนอื่นได้เช่นเดิม เพียงแต่จะต้องแจ้งจดทะเบียนเสียก่อนภายหลังครอบครองโดยปรปักษ์เป็นเวลา 10 ปี โดยก่อนที่จะมีพระราชบัญญัตินี่้ เจ้าของที่ดินอาจสูญเสียโฉนดโดยไม่ทันรับรู้หรือได้รับการแจ้งให้ทราบ 

มีกรณีตัวอย่างที่อ้างไม่สำเร็จไหม?
คำตอบก็คือ "มี" นั่นคือกรณีที่โด่งดังมาก เรียกว่าคดี J A Pye (Oxford) Ltd v Graham

นายพาย (Mr Pye) แห่งบริษัท J A Pye (Oxford) Ltd อนุญาตให้ครอบครัวแกรฮ์ม (Grahams) เพื่อนบ้านของเขาใช้พื้นที่ 23 เฮกตาร์ที่เขาเป็นเจ้าของมูลค่า 10,000,000 ปอนด์ภายใต้ข้อตกลงการเลี้ยงปศุสัตว์ เอกสารระบุโดยชัดแจ้งว่าข้อตกลงจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 1983  และหากต้องการดำเนินการตามข้อตกลงต่อไป จะต้องลงนามสัญญาฉบับใหม่ แต่คุณพายไม่ได้ทำข้อตกลงต่อไป เพราะเขาต้องการพัฒนาที่ดิน แต่ครอบครัวแกรฮ์มยังคงครอบครองที่ดินต่อไป หลังจากผ่านไป 12 ปี ครอบครัวเแกรฮ์มก็พยายามเป็นเจ้าของที่ดินโดยอ้างกฎหมายว่าด้วยการครอบครองโดยปรปักษ์

เรื่องไปถึงศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นให้ผู้บุกรุกคือครอบครัวแกรฮ์มชนะ แต่พอถึงศาลอุธรณ์ ศาลให้คุณพายชนะ พอเรื่องถึงสภาขุนนาง โดยคณะกรรมาธิการตุลาการของสภาดังกล่าวซึ่งถือเป็นศาลสุดท้ายกลับคำตัดสินของศาลอุธรณ์ให้ฝ่ายครอบครัวแกรฮ์มชนะโดยหลักการ แม้ว่าสมาชิกสภาจะแสดงความเห็นว่ามันว่ามันไม่แฟร์กับคุณพายก็ตาม

อย่างไรก็ตาม คุณพายยังไม่ยอมแพ้ส่งเรื่องให้ศาลยุติธรรมว่าด้วยสิทธิมนุษยชนยุโรปพิจารณา โดยชี้ว่าการครอบครองโดยปรปักษ์ของกฎหมายอังกฤษเป็นหลัการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

มีเกร็ดที่น่าสนใจก็คือ นายเกรแฮมเสียชีวิตจากอุบัติเหตุยิงกันก่อนการพิจารณาคดีจะจบลง และภรรยาม่ายของเขายังคงผลักดันคดีนี้ต่อไป

และหลังจากนั้นก็มีการแก้ไขกฎหมายครอบครอบโดยปรปักษ์ของอังกฤษให้มีความ 'แฟร์' มากขึ้น นั่นคือ พระราชบัญญัติการจดทะเบียนที่ดิน 2002 หรือ Land Registration Act 2002

Photo by MARK RALSTON / AFP (ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวกับเนื้อหา เป็นภาพชาวจีนประท้วงเรื่องสวัสดิการการแพทย์และการเวนคืนที่ดิน ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2012 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดตัวเอาไว้)