เบื้องหลังของ 'พลังโยเร' ที่คุณไม่รู้ กับความเชื่อว่ายุคแห่งแสงสว่างได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เบื้องหลังของ 'พลังโยเร' ที่คุณไม่รู้ กับความเชื่อว่ายุคแห่งแสงสว่างได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

คำ 'โยเร' หรือ 'โจเร' มาจากภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเขียนว่า (浄霊) แปลว่า การทำให้จิตวิญญาณ (เร/霊) บริสุทธิ์ (โจ/浄) เป็นคำที่ได้รับความสนใจมากในช่วงต้นปี 2024 เพราะเกิดกรณีฆ๋าตัวตายปริศนาของสองแม่ลูกที่ทิ้งข้อความลาตายเอ่ยถึง 'โยเร' เอาไว้

'โยเร' เป็นแกนหลักของลัทธิในญี่ปุ่นที่ชื่อว่า 'ลัทธิเซไกคีวเซ' (世界救世教) ซึ่งเกิดขึ้นจากการผสานความเชื่อของลัทธิชินโต ศาสนาพุทธนิกายมหายาน และหลักจริยธรรมสากล ผู้ก่อตั้งลัทธิถูกเรียกว่า 'เมชูซามะ' (明主様) หรือท่านประมุขแห่งแสง

เจ้าลัทธิชื่อว่า โมกิจิ โอกาดะ (岡田茂吉 เกิดปี 1882 ตายปี 1955) เป็นชาวญี่ปุ่นเดิมนับถือศาสนาพุทธ ต่อมานับถือลัทธิโอมะโตะ (大本) ซึ่งเป็นศาสนาใมหม่ที่เกิดในปี 1892 ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นปฏิรูปประเทศ และมีลัทธิใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย 

ลัทธิโอมะโตะต่อยอดมาจากลัทธิชินโต ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสนาหลักของญี่ปุ่น ลัทธิโอมะโตะสอนว่ายุคแห่งแสงสว่างที่ทุกคนรอคอยกำลังใกล้เข้ามา ระหว่างที่โอกาดะเป็นสาวกของลัทธินี้เขาได้รับความนิยมในฐานะผู้รักษาฝ่ายวิญญาณ

ในปี 1926 เมื่ออายุ 45 ปี โอคาดะบอกกับผู้ติดตามของเขาว่าเขาได้รับการตรัสรู้แล้ว และได้รับการเปิดเผยพิเศษจากพระเจ้าเกี่ยวกับรุ่งอรุณแห่งยุคแห่งแสงสว่าง และภารกิจของเขาในฐานะผู้กอบกู้ผู้คนที่กำลังทุกข์ทรมาน

เขาอ้างว่าพระเป็นเจ้ามอบอำนาจให้เขาใช้พลังของพระเป็นเจ้าด้วยการใช้แสงสำหรับการรักษา เพื่อขจัดความเจ็บป่วย ความยากจน ความขัดแย้ง และชำระอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ เขาจึงรับหน้าที่เป็นศาสนทูตคอยเผยแผ่ศาสนาของตนเองแก่ผู้คน

ในเวลาต่อมาทำให้เขาจึงได้ตั้งศาสนาใหม่เพื่อเผยแพร่คำสอนที่เขาได้รับเกี่ยวกับการสถาปนาสวรรค์บนพื้นพิภพและสร้างอารยธรรมใหม่ นั่นคือ 'ลัทธิเซไกคีวเซ' ซึ่งแปลว่า 'ลัทธิผู้กอบกู้โลก' ซึ่งนอกจะเน้นการสร้างโลกให้สงบสุขเหมือนสวรรค์แล้ว ยังสอนการถ่ายทอดพลังโยเรด้วย 

คำสอนหลักที่โอกาดะแบ่งปันคือคำสอนเรื่อง โยเร ซึ่งเป็นการถ่ายทอดแสงแห่งการชำระล้างอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเพื่อชำระจิตวิญญาณของบุคคลหรือสถานที่เพื่อสร้างสภาวะสุขภาพ ความอุดมสมบูรณ์ และความสุขที่เหมือนสวรรค์

ที่มาเกิดขึ้นในปี 1925 (พ.ศ. 2468) โอกาดะมีนิมิตเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม (หรือพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ เป็นพระโพธิสัตว์ในความเชื่อของพุทธศาสนานิกายมหายาน) และพระโพธิสัตว์ประทานแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์แก่เขา พร้อมด้วยคำสั่งให้โอกาดะประกาศตัวเองว่าเป็น 'ศาสดา

เขาบอกผู้ที่เชื่อถือเขาว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งแสงสว่างและความบริสุทธิ์อันยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้น ผลก็คือผู้คนจะป่วยหนัก แต่พระเจ้าได้ประทานวิธีการรักษาแบบใหม่นี้ให้กับเขาเพื่อช่วยจิตวิญญาณจำนวนมากให้พ้นจากความทุกข์ทรมานให้ได้มากที่สุด

วิธีการถ่ายทอดพลังโยเรก็คือ ผู้ปฏิบัติจะทำการฉายแสงไปยังผู้ป่วยโดยยกฝ่ามือเข้าหาตัวผู้รับ โดยจะสวมเครื่องรางที่เรียกว่า โอ-ฮิคาริ (光) ซึ่งมีสัญลักษณ์เหมือนตัวอักษรคำว่าแสง หรือ 'ฮิคาริ' (光) ในภาษาญี่ปุ่น

เครื่องรางนี้เรียกอีกอย่างว่า 'เหรียญพระโยเร' จะปลุกเสกโดยประมุขของลัทธิในญี่ปุ่น หากไม่ได้สวมใส่ต้องเก็บไว้ในที่สูง วิธีการส่งพลังคือ พลังจะเคลื่อนผ่านฝ่ามือไปยังร่างกายของผู้ป่วย โดยไม่จำเป็นต้องสัมผัส โดยปกติจะพลังโยเรถูกส่งในขณะที่ผู้รับนั่งอยู่ และอาจขอให้ผู้รับหันหลังกลับ พลังจะได้ถูกส่งไปด้านหลังด้วย

แต่เช่นเดียวกับวิธีการรักษาแบบนอกกรอบวิทยาศาสตร์หรือกาารรักษาด้วยวิธีทางจิตวิญญาณอื่นๆ ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันได้ว่า โยเร เป็นพลังการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะนี่คือแนวคิดของลัทธิไม่ใช่หลักวิทยาศาสตร์ สิ่งสำคัญคือ 'โยเร' ยังสำคัญแค่ไหนต่อ 'ลัทธิเซไกคีวเซ'?

ปรากฏว่า ในปี 2020 'ลัทธิเซไกคีวเซ' ประกาศว่า การปล่อยพลังโยเรด้วยการยกมือไม่ใช่เจตจำนงสุดท้ายของเจ้าลัทธิ หรือ โอกาดะ ทางลัทธิเซไกคีวเซอธิบายว่า โอกาดะเคยบอกกับสานุศิษย์ของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทศวรรษ 1950 ว่า “นับจากนี้ไป เราจะเข้าสู่โลกแห่งโซเน็น โยเรไม่สำคัญอีกต่อไป โซเน็นมาก่อน ดังนั้นจงอธิษฐานในใจ"

โซเน็นคืออะไร? คำนี้มีหลายความว่า เช่น หมายถึงการเชื่อมโยงเหตุผล เจตจำนง และความรู้สึก เข้ากับคำอธิษฐานจากใจถึงพระเจ้าเพื่อความผาสุกและความสุขของทุกคน โดยรวมแล้วหมายถึงหลักการที่จับต้องไม่ได้ แต่ครอบคลุมพลังที่มองไม่เห็นของจักรวาล

โอกาดะ สอนว่า ความรอดพ้นจากความทุกข์ ได้เปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมอยู่ในยุคแห่งการใช้พลังโยเรด้วยการยกมือถ่ายทอดพลัง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มาเป็นการทำโวเน็น ซึ่งเป็นการบัลเคลื่อยพลังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า 

โอกาดะ กล่าวว่าเขาได้รับข้อความจากพระเจ้าว่ายุคแห่งแสงสว่างได้เริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับมนุษยชาติ และเขาไม่ควรยกมือขึ้นเพื่อส่งพลังโยเรอีกต่อไป เนื่องจากพระเจ้าส่งโยเรไปหาทุกคนตลอดเวลา โอกาดะเคยทำการส่งพลังโยเรให้กับตัวเองปรากฏว่าเขามีอาการปวดหัว

หลังจากนั้นเขาได้เตือนสาวกของเขา แต่หลังจากที่เขาเสียชีวิต ข้อความนี้ก็สูญหายไป และผู้คนยังคงปฏิบัติโยเรกันต่อไปในแบบที่เขาแสดงไว้ก่อนหน้านี้ 'ลัทธิเซไกคีวเซ'  ยืนยันว่ามีจุดมุ่งหมายของลัทธิคือให้รับโยเรจากพระเจ้าโดยตรง เนื่องจาก "พระเจ้าทรงหันพระพักตร์มายังเราอยู่เสมอและทรงปฏิบัติโยเรให้กับเรา"

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มต่างๆ ทั่วโลกที่แยกตัวออกมาและไม่เกี่ยวข้องกับ 'ลัทธิเซไกคีวเซ' ยังคงปฏิบัติโยเรในวิธีดั้งเดิมต่อไป เช่น กลุ่มที่ชื่อชูเม (Shumei) และกลุ่มที่ชื่อ ผองเพื่อนโยเร (Johrei Fellowship)

Photo -  AFP / WANG ZHAO