‘โรม’ ยันฝ่ายค้านลุยซักฟอก ม.151 ทันสมัยประชุมนี้ จี้ประธานสภาฯ วางตัวเป็นกลาง

‘โรม’ ยันฝ่ายค้านลุยซักฟอก ม.151  ทันสมัยประชุมนี้ จี้ประธานสภาฯ วางตัวเป็นกลาง
‘โรม’ ยันฝ่ายค้านลุยซักฟอก ม.151 ทันสมัยประชุมนี้ เผยอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล จับตาจุดยืน ‘กล้าธรรม’ พร้อมเรียกร้องประธานสภาฯ วางตัวเป็นกลาง หลังระบุมีความพยายามใช้ “วิชามาร” เตะตัดขาฝ่ายค้าน

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยความคืบหน้าการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ฝ่ายค้านจะเดินหน้ากลไกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 อย่างแน่นอนภายในสมัยประชุมนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล ก่อนหารือพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อกำหนดว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ

นายรังสิมันต์ระบุว่า ขณะนี้ข้อมูลที่ฝ่ายค้านรวบรวมมีรายละเอียดจำนวนมาก จึงต้องทำให้ข้อเท็จจริงมีความชัดเจนก่อนกำหนดตัวบุคคลและแนวทางการอภิปราย ส่วนการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 จะพิจารณาอีกครั้ง โดยยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 จะเกิดขึ้นทันสมัยประชุมปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดวันที่ 22 ธันวาคม 2569

สำหรับการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายรังสิมันต์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังสามารถทำงานร่วมกันได้ตามปกติ แต่พรรคกล้าธรรมจะต้องมีการพูดคุยเพื่อสอบถามจุดยืน เนื่องจากที่ผ่านมาในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วาระที่ 3 พรรคกล้าธรรมมีแนวทางแตกต่างจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น

ส่วนความกังวลเรื่องข้อมูลหรือ “ข้อสอบรั่ว” นายรังสิมันต์ระบุว่าไม่กังวล เนื่องจากแต่ละพรรคจะรับผิดชอบข้อมูลและจัดสรรเวลาอภิปรายตามโควตาของ สส. พรรคตัวเอง โดยไม่ได้ลงรายละเอียดข้อมูลข้ามพรรค แม้ฝ่ายค้านจะมีความหลากหลาย แต่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการตรวจสอบรัฐบาล

นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงอุปสรรคในการอภิปรายว่า ฝ่ายค้านคาดว่าจะต้องเผชิญข้อจำกัดและการโต้แย้งจากฝ่ายรัฐบาล โดยระบุว่าได้รับข้อมูลว่ามีการเตรียมเหตุผลจากข้าราชการฝ่ายประจำเพื่อโต้แย้งหรือจำกัดการยื่นอภิปราย อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการระบุของนายรังสิมันต์ และยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากหน่วยงานที่ถูกกล่าวถึง

นายรังสิมันต์จึงเรียกร้องให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร วางตัวเป็นกลางในการดำเนินกระบวนการอภิปราย และไม่เปลี่ยนแปลงขั้นตอนหรือออกมาปกป้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและแกนนำรัฐบาล

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายโสภณเคยชี้แจงต่อกระแสข่าวว่าประธานสภาฯ พยายามจำกัดประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยยืนยันว่า สส. สามารถอภิปรายประเด็นที่เกี่ยวข้องได้ตามสิทธิ และระบุว่าไม่เคยสั่งห้ามอภิปรายเรื่องการฮั้ว สว.

สำหรับมาตรา 151 เป็นกลไกอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีรายบุคคล หรือคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้ สส. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อเสนอญัตติได้

นายรังสิมันต์ยืนยันว่า แม้ฝ่ายค้านจะมีจำนวนเสียงน้อยกว่าฝ่ายรัฐบาล แต่จะเดินหน้าทำหน้าที่ตรวจสอบ และหลังการอภิปรายจะติดตามประเด็นต่าง ๆ ต่อผ่านกลไกตามกฎหมาย รวมถึงการส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อไป

TAGS: #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #มาตรา151 #ฝ่ายค้าน #รังสิมันต์โรม #พรรคประชาชน #สภาผู้แทนราษฎร