โฆษกรัฐบาลจี้ “ปชน.” แจงปม สส.ภูเก็ต เลื่อนพบ DSI 3 ครั้งในฐานะพยานคดีนอมินี หวั่นคดีล่าช้า กระทบการสืบสวนและติดตามทรัพย์สิน
โฆษกรัฐบาลเรียกร้องพรรคประชาชนชี้แจงกรณี “สมชาติ เตชถาวรเจริญ” สส.ภูเก็ต เลื่อนเข้าให้ข้อมูลต่อดีเอสไอ 3 ครั้ง ในฐานะพยานคดีตรวจสอบการถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในภูเก็ตที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ ย้ำทุกฝ่ายควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หวั่นการล่าช้าอาจกระทบการสืบสวนและการติดตามทรัพย์สิน
นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายปราบปรามนอมินี ทุนเทา และธุรกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่า หากพบการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตหรือผิดกฎหมายและการสืบสวนไปถึงบุคคลใด ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการยกเว้นหรือเจรจา
นพ.เอกภพกล่าวว่า ขอให้ทุกภาคส่วนรวมถึงพรรคการเมือง หากมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีนอมินี การฟอกเงิน หรือความผิดอื่น นำบุคคลดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และไม่ควรมีการปกปิดข้อมูล เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการสืบสวนได้อย่างเต็มที่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหมายถึงนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งขอเลื่อนการให้ข้อมูลต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ในคดีตรวจสอบการถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในจังหวัดภูเก็ตหรือไม่ นพ.เอกภพระบุว่า เรื่องดังกล่าวควรเป็นความรับผิดชอบของทุกพรรคการเมืองในการดูแลบุคคลของตนเอง
สำหรับกรณีนายสมชาติ นพ.เอกภพกล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับ กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีหมายเรียกให้เข้าชี้แจงในฐานะพยาน 3 ครั้ง แต่ยังมีการขอเลื่อนนัด แม้การขอเลื่อนจะเป็นสิทธิของบุคคล แต่เห็นว่าพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องและตัวบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่ง สส. ควรออกมาชี้แจงต่อสังคม และให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่ทำการสืบสวน เพื่อให้สามารถขยายผลได้
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษมีข้อมูลว่านายสมชาติอยู่ในสถานะพยานในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีการนัดหมายให้เข้าให้ข้อมูลครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ก่อนมีการขอเลื่อนนัด โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับภารกิจประชุมและลงพื้นที่ต่างจังหวัด
นพ.เอกภพกล่าวเพิ่มเติมว่า หากกระบวนการให้ข้อมูลล่าช้า อาจทำให้ระยะเวลาในการสืบสวนยืดออกไป และมีความกังวลว่าในระหว่างนั้นอาจเกิดการโอนหรือถ่ายเททรัพย์สิน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตรวจสอบและการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ จึงเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อหน่วยงานตามกระบวนการ
อย่างไรก็ตาม สถานะของนายสมชาติในกระบวนการดังกล่าวยังเป็นพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา โดย DSI ระบุว่ายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดร่วมกับชาวต่างชาติ รวมถึงประเด็นว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือไม่